ขายบทหนังให้ฮอลลีวู้ดใน 3 นาที เรื่องที่ใครก็ทำได้

Home / ข่าวหนัง / ขายบทหนังให้ฮอลลีวู้ดใน 3 นาที เรื่องที่ใครก็ทำได้

ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ ประจำปีนี้มีงานสัมมนาที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ พิทชิ่ง อิน ทรี มินิต (Pitching In Three Minute) โดย ดร.นฤมล ศรียานนท์ เจ้าของ บริษัท วูเม่น อิน โฟกัส โปรดักชั่น จำกัด ซึ่งเพิ่งมาซื้อลิขสิทธิ์ชีวิตของ แซมซั่น ส.สิริพร นักชกหญิง และกำลังจะไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด และ ทิม ซาจารอส จูเนียร์ ซึ่งทำงานใน ยูทีเอ (UTA : United Talent Agentcy) ซึ่งเป็นผู้จัดการให้กับนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์, เกว็นเน็ท แพทโทรว ฯลฯ และทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้

เหตุผลของการที่จะต้องขายบทหนังให้ผ่านใน 3 นาที นั้น ดร.นฤมลกล่าวว่า เป็นเพราะในวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดนั้น โปรดิวเซอร์คนหนึ่งอาจจะมีบทหนังและเรื่องย่อที่ต้องอ่านอยู่เยอะมากสัปดาห์หนึ่งจะมีบทหรือพล็อต 300-400 เรื่องต้องอ่าน ซึ่งไม่มีใครมีเวลาว่างพอจะอ่านได้หมด อย่างเธอเองก็เคยพบกับประสบการณ์ที่จะต้องขายบทหนัง ด้วยการโทรศัพท์เพียงครั้งเดียว ในเวลา 3 นาทีเท่านั้น

ดร.นฤมลกล่าวว่า ก่อนจะไปถึงตรงส่วนของการขายหนังก็ต้องดูเสียก่อนว่าพล็อตหนังของตัวเองเข้มข้นพอไหม หัดเล่าเรื่องนั้นให้ตัวเองฟังซ้ำๆ ที่สำคัญคืออย่าไปยึดติดว่าจะต้องเป็นภาพยนตร์เท่านั้น ถ้าขายเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์หรือทำเป็นสารคดีก็อาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าก็ได้

สิ่งสำคัญก็คือ ดร.นฤมลกล่าวว่า บทหรือพล็อตเรื่องที่พร้อมนั้นต้องเป็นเรื่องราวที่พัฒนาจนสมบูรณ์มีตอนจบแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจจะถูกมองว่าบทมันอ่อนไปโดยปริยาย โดยเฉพาะถ้าเป็นการขายเรื่องในฮอลลีวู้ด

เรื่องที่ดีนั้นต้องมี ธีม ของเรื่องซึ่งบอกว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ต้องมีความขัดแย้ง และมีสิ่งที่อาจจะเรียกว่า “ฮุก” เหมือนกับท่อนฮุกในเพลงป๊อป ซึ่งก็คือเหตุการณ์พลิกผันที่นำเรื่องราวให้น่าสนใจ อีกอย่างต้องเจาะจงว่าจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับใคร ไม่ใช่ว่ามีตัวละครเยอะไปหมดเพราะจะทำให้ถูกมองว่าบทอ่อนหรือขาดความน่าสนใจได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้มักเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับบทภาพยนตร์ในเอเชีย

เหนือสิ่งอื่นใด ตัวคนเล่าเรื่องเองต้องมีความเชื่อในเรื่องที่ตัวเองเล่า และต้องรักเรื่องที่ตัวเองจะเอาไปขอเงินทุนมาทำบทหรือสร้างภาพยนตร์

ด้าน ทิม ซาจารอส ก็บอกว่าในฐานะโปรดิวเซอร์ สิ่งที่เขามองหาคือ ความสดใหม่ของเรื่องไม่ซ้ำกับหนังที่มีอยู่ในช่วงนั้น ที่สำคัญต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และแตกต่าง ไม่ใช่เรื่องแบบชาวไร่มันฝรั่ง ปลูกมันฝรั่ง ซึ่งคงไม่มีใครอยากดู

สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีกลุ่มคนดูชัดเจน ไม่ใช่อย่างหนังเรื่องของนักมวยที่ต้องการเสนอเรื่องแฟชั่นด้วย กลุ่มคนทั้ง 2 กลุ่มจะผิดหวังเพราะมีเรื่องที่ตัวเองชอบอยู่น้อยเกินไป

อีกเรื่องหนึ่งนั้นคนเป็นโปรดิวเซอร์มักจะมองถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง อย่างภาพยนตร์ที่ลำบากต่อการสร้างเพราะมีฉากอลังการ หรือเกี่ยวกับเรื่องต้องห้าม หรือบางเรื่องนั้น สถานที่ถ่ายทำอันตรายเกินไป ก็มักจะถูกพิจารณาทีหลัง

ที่สำคัญ ทิมบอกว่า เวลาจะขายหนังให้ทำ เรื่องย่อแบบที่เรียกว่า ทรีตเมนต์ (Treatment) ไปด้วยโดยตัดบทให้สั้นที่สุด เหลือแต่เรื่องหลักๆ เท่านั้น ให้อยู่ใน 9 หน้าเวลาประชุมเพื่อขายพล็อตเรื่องหรือบท เพราะถ้ายาวกว่านี้จะไม่มีใครอ่าน

ทิมแนะนำอีกว่า สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในวงการภาพยนตร์แม้แต่ที่ฮอลลีวู้ดนั้นก็คือการมีเพื่อน หรือคนรู้จักเสียก่อน เพราะการที่จะผ่านเลขาฯหน้าห้องของโปรดิวเซอร์สักคนเข้าไปขายบทได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ถ้ามีคนรู้จัก หรือรู้จักกับตัวเลขาฯเองจะเป็นเรื่องง่ายกว่า หรือไม่อย่างนั้นก็จ้างผู้จัดการหรือเอเจ้นท์ส่วนตัวไว้ ซึ่งคนพวกนี้มีเส้นสายและทำให้งานบางอย่างง่ายขึ้นมาก และส่งไปหลายที่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม ดร.นฤมล ในฐานะที่เคยขายบทภาพยนตร์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็บอกว่าสิ่งที่สำคัญสุดสุด

“คือความพยายามและตื๊อเข้าไว้ และอย่าท้อถอยและคุณจะประสบความสำเร็จในที่สุด”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์