360องศารอบตัว(ที่บังเอิญไม่ตลก) ของโอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ

Home / ข่าวหนัง / 360องศารอบตัว(ที่บังเอิญไม่ตลก) ของโอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ

“จังหวะชีวิต และโอกาสที่ดีของคนเราไม่เหมือนกัน”

นี่คือประโยคจี๊ดโดนใจของสาวดำขำ อารมณ์ดี โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ ที่เข้าวงการมา เพราะ สิน-ยุงยุทธ ทองกองทุน มองเห็นหน่วยก้านความสามารถ ชักชวนให้มาเล่นหนังเรื่อง แจ๋ว แถมพ่วงท้ายตำแหน่งแคสติ้ง ที่บริษัทหับ โห้ หิ้น ทำให้ให้โอปอล์ได้ใช้ความสามารถทำงานทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง และหลังจาก “ดังเพียงชั่วข้ามคืน” ในความรู้สึก นั่นคือแค่จาก “แจ๋ว”มาถึง เพื่อนสนิท ชีวิตของโอปอล์ก็เปลี่ยนไป

“เปลี่ยนไปตั้งแต่เพื่อนสนิทฉาย จากที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาอยู่เบื้องหน้า จากคนที่เคยมีอาชีพเบื้องหลัง แล้ววันหนึ่งก็เกิดทางแยกให้เราลองผ่านไป คิดว่าเลี้ยวขวาไปสักนิด เดี๋ยวก็คงได้กลับมาเดินทางตรง แต่การเลี้ยวครั้งนี้กลับเดินทางออกมาไกล และปอล์เริ่มหลงรักเส้นทางนี้เสียแล้ว” เธอเล่ายิ้มๆ

และเพราะหลงรักนี่เอง เวลามีงานเธอจึงทำอย่างเต็มที่ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นว่างานไหลมาเทมา นั่นคือต่อจาก “เพื่อนสนิท” เอส คมกฤษ ตรีวิมล ก็ชวนเล่น สายลับจับบ้านเล็ก ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ก็ชวนให้เป็นดีเจเอไทม์ ดาว พอฤทัย บุณยจินดา ก็ให้ไปเป็นพิธีกร แถมมีงานละคร รวมถึงล่าสุดคือการได้เป็นโปรดิวเซอร์ซิทคอม เนื้อคู่ประตูถัดไป ของจีทีเอช

ฟังดูก็น่าจะดี แต่เจ้าตัวกลับว่าลึกๆ แล้วก็หวั่นๆ อยู่เหมือนกัน

“เพราะเราเชื่อมาตลอดว่า อะไรที่มาเร็วมักจะไปเร็ว แล้วบังเอิญปอล์ตกหลุมรักอาชีพนี้เข้าจริงๆ มันเป็นอาชีพที่ทำแล้วมีความสุข ทำงานเหมือนไม่ได้ทำงาน ได้ทำในสิ่งที่รัก แล้วหาเงินได้ด้วย มันดีจริงๆ ปอล์จึงอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในทุกชิ้น”

เผื่อมาเร็ว แต่จะยังคงอยู่-ว่างั้น

“จริงๆ ปอล์ไม่อยากทำอะไรเยอะขนาดนี้ แต่โอกาสดีๆ งานดีๆ ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ กลัวเหมือนกันว่าจะโหลด แล้วออกมาไม่ดีสักอย่าง ตอนนี้เลยพยายามจัดการชีวิตตัวเองให้ออกมาดีที่สุด”

เล่าด้วยว่า ในการรับงานใดๆ นั้น ทุกสิ่งอย่างเธอตัดสินใจเองหมด เนื่องจากไม่มีผู้จัดการส่วนตัวคอยดูแล ซึ่งเมื่อคุยเอง รับงานเอง ตกลงเรื่องเงินเอง และรับเงินเอง

“เราจึงต้องทำให้ดีที่สุด”

“ปอล์ทำงานทุกชิ้นด้วยคำว่าสู้ตาย เขาจ้างเรา 100 บาท เขาต้องได้ร้อยบาทกลับไปหรือได้มากกว่า”

การทำทุกอย่างด้วยตัวเองนั้น ในทางหนึ่งโอปอล์บอกว่าดีเหมือนกัน เพราะทุกอย่างที่รับนั้นผ่านการคิดและพิจารณาอย่างดีก่อนที่จะรับ แต่ในทางหนึ่งก็น่ากลัวอยู่

กลัวคนจะคิดว่าโอปอล์เรื่องมาก-อย่างที่เริ่มมีเสียงพูดเบาๆ ให้เราได้ยิน

“ตอนนี้ปอล์กลัวมาก เพราะปอล์ดูแลตัวเอง ต้องเผชิญทุกอย่างเอง ทั้งการรับงาน ปฏิเสธงาน ราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่นักแสดงคนอื่นไม่ทำกัน บางทีคนจึงอาจจะคิดว่าปอล์เยอะ เรื่องมาก แต่ประสบการณ์มันสอน ปอล์เรียนรู้ชีวิตจากการผิดพลาด หลายงานเป็นบทเรียนชีวิตที่ดีมาก เราเคยผ่านการคุยงานที่ไม่ละเอียด บอกว่าไปโชว์ตัว แต่ต้องไปเป็นพิธีกรแล้วจ่ายค่าตัวแค่โชว์ตัว หลายงานรับไปโดยไม่ดูสตอรี่บอร์ด ไม่รู้เรื่องราว พองานออกมาแล้วเราไม่ชอบ แต่ก็ต้องทำ บทเรียนทั้งหมดทำให้เราละเอียด”

ละเอียดทั้งการรับงาน คุยงาน รวมถึงเก็บเงิน โดยอย่างหลังนี้ก็เพื่อไม่ให้เช็คเด้งที่ตอนนี้มีอยู่ในมูลค่าเกิน 2 แสนบาท เพิ่มจำนวนโดยไม่ตั้งใจ

“ปอล์กลัวจริงๆ ว่าคนจะหาว่าเรื่องมาก หากก็ได้แต่หวังว่าคนที่ทำงานกับเราจะรู้ว่าเราเป็นคนอย่างไร ปอล์ไม่เคยจู้จี้เรื่องการแต่งตัว หน้า ผม เพราะรู้ว่าเราไม่สวย ไม่ได้ขายหน้าตา

“อีกอย่างก็กลัวคนจะพูดว่าเราเปลี่ยนไป ดังแล้วเปลี่ยน ซึ่งตรงนี้ปอล์มั่นใจในความไม่เปลี่ยนของตัวเอง ปอล์เคยอยู่เบื้องหลังมาก่อน เคยดูแลนักแสดงเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่รองเท้า เตรียมอาหาร จึงรู้ว่าทำแบบไหนแล้วจะดี

“ตอนเป็นทีมงานเราคิดตลอดว่าเป็นนักแสดงแล้วสบายจัง มีคนเตรียมทุกอย่างให้ นั่นหมายความว่าถ้านัดนักแสดง 8 โมง ทีมงานต้องมา 6 โมง พอวันหนึ่งปอล์มาอยู่เบื้องหน้า ปอล์เลยไม่เคยให้ใครต้องมาถือของให้ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ หรือถือรองเท้าให้

“ปอล์จึงมั่นใจว่าเราไม่ใช่คนเรื่องมาก และไม่เคยเปลี่ยนไป เพราะปอล์จะเตือนตัวเองเรื่องนี้ตลอด” เธอบอกอย่างจริงจัง

โอปอล์ยังบอกด้วยว่า ทุกวันนี้เธอภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่มาก แม้ความเป็นจริงเธอจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่หวังก็ตาม

“คำว่าประสบความสำเร็จยังห่างไกลกับปอล์มาก ปอล์หวังที่จะพัฒนาตัวเองไปอีกนานๆ แต่เราไม่สามารถรู้อนาคตได้เลยว่าจะอยู่วงการนี้ได้อีกนานแค่ไหน เพราะปัจจัยไม่ได้อยู่ที่เรา บางทีการที่เราพยายามอย่างถึงที่สุดอย่างที่ทำอยู่อาจจะไม่พอก็ได้ ถ้าวันหนึ่งประชาชนไม่อยากดูเราแล้ว”

สำหรับตัวตนของโอปอล์ คนอารมณ์ดีที่ใครๆ เห็นผ่านจอ โอปอล์บอกว่า โดยความเป็นจริงแล้วเธอก็มีมุมอื่นๆ อยู่เหมือนกัน

“ปอล์เชื่อว่าทุกคนมี 360 องศารอบตัว เมื่อเราอารมณ์ดี เราจะยิ้ม หัวเราะ เมื่อโมโห เราก็จะกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ปอล์เป็นแบล็คคอมเมอดี้ล้วนๆ มองโลกในความเป็นจริง ไม่ได้ชื่นชมในดอกไม้ ใบหญ้า ปอล์เป็นอย่างที่เห็นคือมีทั้งดีและไม่ดี เป็นตัวอย่างให้ใครไม่ได้ แบล๊กคอมเมอดี้ของปอล์อาจทำให้คุณหัวเราะ แต่คนที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่น ชีวิตจริงก็ร้องไห้ได้เหมือนกัน”

เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครเห็น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์