SAW V ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ และต้องเลื่อนฉายไม่มีกำหนด!!!

Home / ข่าวหนัง / SAW V ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ และต้องเลื่อนฉายไม่มีกำหนด!!!

รายงานด่วน ผู้มีวัฒนธรรม รับ SAW V ไม่ได้ หนังไม่ผ่านเซ็นเซอร์ และต้องเลื่อนฉายไม่มีกำหนด!!!

หนังเรื่อง SAW เป็นหนังสยองขวัญที่มีการสร้างกันมาแล้วอย่างต่อเนื่องหลายภาค โดยว่ากันว่าจะมีการสร้างออกมาครบทั้งหมด 6 ภาค ซึ่งหนังสยองขวัญชุดนี้ เป็นที่นิยมทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย หนังเรื่อง SAW ได้เข้าฉายครบทุกภาค และผ่านเซ็นเซอร์มาทุกฉากในทุกภาคเช่นกัน โดยหนังเรื่อง SAW V หรือ SAW ภาค 5 มีกำหนดเข้าฉายในบ้านเราต้อนรับวันฮัลโลวีน 30 ตุลาคม 2551 นี้

อย่างไรก็ตาม แฟนๆของหนังเรื่องนี้อาจต้องผิดหวัง เพราะดังที่ทุกท่านได้ทราบกันดี ว่าในปัจจุบันนี้ การตรวจพิจารณาภาพยนตร์ ได้ย้ายไปอยู่ที่ สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ดี แม้ตาม พรบ ดังกล่าว จะระบุให้ใช้การจัดเรตติ้ง แต่เนื่องจากทางภาครัฐอ้างว่า กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับเรตติ้งยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี ขณะนี้จึงยังคงใช้ระบบการเซ็นเซอร์ไปก่อน โดยไม่มีกำหนด

โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทยของหนังเรื่อง SAW V ได้ทำการส่งหนังเรื่องนี้ไปตรวจพิจารณาที่สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งผลปรากฏมาว่า หนังไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ทำให้ตัวหนังต้องเลื่อนโปรแกรมฉายไปก่อนอย่างไม่มีกำหนดในขณะนี้เพื่อทำการอุทธรณ์
ซึ่งหนังยังพอมีโอกาสที่จะผ่านเซ็นเซอร์ได้ในชั้นของการอุทธรณ์ แต่อาจต้องถูกตัดไปหลายฉาก

ซึ่งด้วยเหตุนี้ ทำให้หนังเรื่อง SAW V ต้องเลื่อนโปรแกรมฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะแม้ว่าในที่สุดหนังอาจจะผ่านการอุทธรณ์ (ซึ่งหากหนังไม่ผ่านการอุทธรณ์ หนังก็จะถูกแบนอย่างถาวร) แต่หากนำหนังออกฉายในห้วงปลายเดือนพฤศจิกายน หรือต้นเดือนธันวาคม ก็อาจต้องชนกับหนังฟอร์มใหญ่อีกหลายเรื่อง

โดยคณะกรรมการเซ็นเซอร์ชุดปัจจุบันนั้นมีทั้งหมด 7 คน ประกอบไปด้วย นายปรีชา กันธียะ เลขาฯ กวช. นายสงขลา วิชัยขัทคะ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายชัยวัฒน์ ทวีวงศ์แสงทอง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ในฐานะเลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ นายสมบัติ ภู่กาญจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโทรทัศน์ พล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรม ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และ นางนพพร มุกดามณี รองเลขาฯ กวช. ซึ่งในการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง คณะกรรมการอาจมาครบทั้ง 7 คน หรือมาประมาณ 3-4 คนก็ได้

ซึ่งมีกระแสข่าวรายงานมาถึงมาตรฐานในการทำงานของคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ที่ใช้อคติส่วนตัวในการทำงานมากเกินไป โดยมีรายงานว่า คณะกรรมการเซ็นเซอร์บางท่านมีมุมมองว่า ไม่อยากให้หนังที่ไม่มีสาระ หรือไม่มีประโยชน์อะไรเลย (ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการท่านนั้น) ผ่านเซ็นเซอร์

โดยที่ผ่านมา หนังฝรั่งเศสเรื่อง Frontier(s) ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ ด้วยเหตุผลจากคณะกรรมการที่ว่า หนังฆ่ากันโดยไม่มีเหตุผล และหนังไม่มีสาระอะไร


FRONTIERE(S) / อำมหิตสุดขอบ(คลั่ง)

จริงๆแล้ว หลักการของการเซ็นเซอร์ไม่ว่าจะในประเทศใดก็ตาม คือการควบคุมหนัง ไม่ให้มีเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมาย ศัลธรรม หรือขัดต่อความมั่นคงของประเทศนั้นๆ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ เพราะหนังทุกเรื่อง ก็มีสาระในตัวของมันเอง สุดแท้แต่มุมมองของแต่ละคนว่าจะมองอย่างไร เพราะประชากรของประเทศๆ หนึ่ง มีจำนวนเป็นหลักสิบล้านคนก็ย่อมต้องมีความคิดที่แตกต่างกัน

ซึ่งที่ผ่านมา มีหนังหลายเรื่อง ที่มักถูกคณะกรรมการให้ความเห็นว่าเป็นหนังไม่มีสาระ ไม่ควรผ่านเซ็นเซอร์ โดยมีกรณีของหนังต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ที่คณะกรรมการท่านดังกล่าว ได้พยายามโน้มน้าวคณะกรรมการท่านอื่นๆ ว่า เป็นการดีแล้วหรือ ที่จะให้หนังแบบนี้ผ่านเซ็นเซอร์ เพราะหนังไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเลย ไม่มีประโยชน์อะไรแก่สังคม แต่ในที่สุด หนังก็ผ่านเซ็นเซอร์ออกมา

ส่วนในกรณีของ SAW V ผลการอุทธรณ์จะออกมาเป็นอย่างไร ไม่มีใครทราบได้ โดยความคืบหน้า ทางเครือข่ายฯ จะติดตามและนำเอามาเสนอต่อไป


ส่วนผู้ที่สนใจและอยากแสดงความคิดเห็นก็สามารถแสดงความคิดเห็นต่อได้ที่บล็อกเครือข่ายคนดูหนัง ที่นี่ครับ
http://thaiaudience.wordpress.com/

ที่มาจาก เครือข่ายคนดูหนัง http://thaiaudience.wordpress.com/


โดยส่วนตัวคิดว่า เมื่อตกลงกันลงตัวเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็ได้ฉายเองแหละ อาจจะโดนหั่น โดนเบลอไปบ้าง คงไม่ถึงกับไม่ได้ดูในระยะยาว แต่ที่น่าสงสัยคือ มาตรฐานในการพิจารณา ทำไมบางเรื่องโหดกว่านี้ ยังได้ฉายเลยหล่ะ เอาอะไรมาตัดสิน น่าจะมีไปสัมภาษณ์กลุ่มคนที่ทำงานพิจารณาหนังนี้บ้างเนอะ