ในวันที่ก้าวสู่ดวงดาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป “ธิดาวานร”

Home / ข่าวหนัง / ในวันที่ก้าวสู่ดวงดาว เอมี่-อาเมเรีย จาคอป “ธิดาวานร”

“คนชอบบอกว่าหน้าเหมือนลิง ซึ่งภูมิใจนะ เพราะแปลว่าต้องเล่นได้เหมือนลิงมากๆ แปลว่าความพยายามของเราสำเร็จ”

ตอนนี้คอละครคนไหน ไม่รู้จักคำว่า “แม่มา…แม่มา” บอกได้คำเดียวว่าเชยแหลก เพราะวลีฮิตที่ว่าอยู่ในละคร “ธิดาวานร” ทางช่อง 7 ที่ตอนนี้คนเขียนบทต้องเร่งมือหนัก เนื่องจากความสำเร็จที่ได้รับทำให้ละครจาก 40 ตอน ยืดดด…เป็น 80 ตอนเรียบร้อย

งานนี้นอกจากความน่ารักแสนรู้ของ “บูบู้” ลิงชิมแปนซีในเรื่องแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสาวน้อยหน้าตาสะสวย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความซื่อใส เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ดึงคนดูให้นั่งติดหน้าจออย่างอยู่หมัด

เอมี่-อาเมเรีย จาคอป “ตอนเด็กๆ เอมี่ซนมาก วิ่งตากแดดตัวดำ ไม่เล่นน้ำทะเลก็เล่นบอล มอมแมมทุกวัน เลยไม่เคยคิดสักนิดว่าอยากเข้าวงการบันเทิง” เอมี่เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม แต่คนจะดังซะอย่าง ถึงใจไม่อยาก ก็มาจนได้ เมื่อตัดสินใจขึ้นสู่เวทีมิสทีนไทยแลนด์ เมื่อครั้งที่เรียนอยู่มัธยม 5 ด้วยเหตุผลที่ว่าคุณแม่อยากให้คนขี้อายมีความมั่นใจมากขึ้น

หากด้วยความที่คิดว่าตัวเองยิ้มไม่เป็น เดินไม่สวย เจ้าตัวเลยไม่คาดฝันว่าจะได้ครองตำแหน่ง แต่เมื่อเสียงประกาศชื่อมิสทีน ไทยแลนด์ ประจำปี 2006 เป็นชื่อ เอมี่ อาเมเรีย จาคอป จากนาทีนั้นชีวิตของเด็กสาวลูกครึ่งไทย-ฮอลแลนด์ วัย 16 ปีจากภูเก็ตก็เปลี่ยนไป
 
งานต่างๆ เริ่มเข้าหา ทั้งงานโชว์ตัว งานแสดง

“หลังจากเล่นหนังเรื่อง “เดอะ กิ๊ก 2” เป็นเรื่องแรก ดีด้าก็ติดต่อให้มาแคสต์ธิดาวานร”

ด้วยเหตุผลที่เอมี่บอกปนอาการหัวเราะว่า “เพราะเขาว่าบุคลิกเอมี่ดูซนๆ เล่นเป็นลิงน่าจะเหมาะ”

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องไปคัดตัวถึง 3 รอบ เพราะ “สำเนียงยังติดทองแดงอยู่เลย” ตอนนี้ก็ยังต้องพยายามปรับอยู่

“แต่ยากเหมือนกันนะ” เอมี่ว่า

อืมม, เสียงออกทองแดงจริงๆ เสียด้วย

เล่นละครเรื่องแรกก็ดังแล้ว แถมยังต้องเล่นกับ “ปัจจัยปราบเซียน” อย่างลิง แต่เอมี่บอกว่าโชคดีที่ “บูบู้” น่ารัก ใจดี การแสดงเลยผ่านไม่ยากนัก อย่างไรก็ตาม ยังต้องพยายามศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของบูบู้ เพื่อสร้างความคุ้นเคยปรับตัวให้เข้ากัน

“แล้วที่ยากมากๆ คือทำยังไงก็เล่นท่าลิงให้เหมือนบูบู้ไม่ได้ซะที” เธอบอก

แถมยังต้องเจอโลเกชั่นโหดๆ อย่างป่ากลางฤดูฝนอีกด้วย

แต่หลังจากได้ยินเสียงตอบรับ เอมี่ก็ชักยิ้มออก บอกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

“กระแสดีมาก” เอมี่พยักหน้า

ก่อนบอกขำๆ ว่า “คนชอบบอกว่าหน้าเหมือนลิง ซึ่งภูมิใจนะ” ท่าทางคนพูดดูจริงใจ

“เพราะแปลว่าต้องเล่นได้เหมือนลิงมากๆ แปลว่าความพยายามของเราสำเร็จ”

“เหนื่อย ทำงานทรหด แต่คุ้มเลยค่ะ” เธอว่า

เอมี่ยอมรับด้วยว่าชื่อเสียงที่เข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปไม่น้อย จากเด็กต่างจังหวัดธรรมดาๆ ก็กลายเป็นคนของประชาชน จนคนที่ชินกับการหัวเราะเสียงดังๆ หรือเดินไปกระโดดไป ต้องหันซ้ายแลขวาให้ดีก่อนจะทำอะไรที่ชินๆ อย่างนั้น อีกทั้งโลกที่กว้างขึ้นก็ทำให้เธอมีความรับผิดชอบและรู้จักวางตัวมากขึ้น

“ตอนนี้นอกจากงานในวงการแล้ว เอมี่ก็เรียนปี 1 ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตด้วย เพราะงั้นเลยจำเป็นต้องอยู่กรุงเทพฯคนเดียว เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลกิจการโรงแรมกมาล ดรีมของครอบครัว เลยเหนื่อยใจกับตัวเองเหมือนกัน คิดถึงที่บ้านด้วย” เอมี่ยิ้มแหยๆ

ลูกสาวมาไกลขนาดนี้ ครอบครัวคงห่วงน่าดู?

“ใช่ค่ะ” เอมี่รับ

“แม่เตือนตลอดจนจะท่องได้แล้วว่าให้ระวังตัวเวลาไปไหนคนเดียว อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ แล้วก็ต้องมีสัมมาคารวะ เคารพผู้ใหญ่ แม้จะไม่รู้จักก็ตาม คือคุณพ่อเป็นฝรั่งก็จริง แต่อยู่เมืองไทยมา 22 ปีแล้วไงคะ เลยซึมซับความเป็นไทยค่อนข้างเยอะ และอยากให้ลูกเป็นคนไทยมากกว่า ให้รู้อะไรควรไม่ควร พฤติกรรมแบบไหนมากเกินไปสำหรับวัฒนธรรมไทย แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดว่าต้องอยู่ในกรอบเป๊ะๆ ให้อิสระในการคิด”

ห่วงอย่างนี้ แล้วจะหวงหรือเปล่า เราแย็บถาม

“เรื่องแฟนไม่มีใครห้ามเลย แต่ไม่มีใครจีบเอมี่เลยนะ แปลกไหม” เธอย้อนถาม

“ปกติมีอะไรเอมี่ก็จะคุยกับคุณแม่ คุณแม่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเอมี่ จะย้ำกับเราตั้งแต่เด็กเรื่องรักนวลสงวนตัว ไม่ใช่ว่าเป็นลูกครึ่งแล้วจะทำอะไรก็ได้ คือจริงๆ ก็มีบ้างนะที่เข้ามาเป็นเพื่อนคุย แต่ตอนนี้มีแฟนไม่ไหวหรอก แค่เรียนและงานก็หนักแล้ว เอมี่อยากจบ 4 ปีพร้อมเพื่อนๆ”

ส่วนอนาคตของฟากฟ้าบันเทิงในเมืองใหญ่จะทำให้ดาวดวงนี้ส่องแสงพิสุทธิ์อย่างนี้ได้ตลอดไหม?

“เวลาจะพิสูจน์ได้อย่างดีเลยค่ะ” เอมี่ว่าอย่างนั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

ภาพบางส่วนจาก เว็บช่อง7
http://www.ch7.com/Entertain/Drama_Detail.aspx?ContentID=1060

ภาพสมัยเล่น กิ๊กนัมเบอร์ทู
http://content.mthai.com/view/16/2238-.movie