มารู้จักครอบครัวคัลเลน ครอบครัวแวมไพร์ ทไวไลท์

Home / ข่าวหนัง / มารู้จักครอบครัวคัลเลน ครอบครัวแวมไพร์ ทไวไลท์

จากซ้าย
เอ็มเม็ท คัลเลน (รับบทโดย เคลแลน ลุทส์),  โรซาลี เฮล (รับบทโดย นิกกี้ รีด), เอสเม่ คัลเลน (รับบทโดย อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์), เอ็ดเวิร์ด (รับบทโดย โรเบิร์ต แพ๊ตทินสัน), ดร.คลาลิส คัลเลน (รับบทโดย ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี), อลิซ คัลเลน (รับบทโดย แอชลี่ย์ กรีน), แจสเปอร์ เฮล (รับบทโดย แจ็คสัน รัทซ์โบน)

 

เอ็ดเวิร์ด (รับบทโดย โรเบิร์ต แพ๊ตทินสัน)
เอ็ดเวิร์ด แอนโธนี่ มาเซน เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 1901 โดยเขาและพ่อแม่เป็นหนึ่งในเหยื่อที่ติดไข้หวัดสเปน โรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนในชิคาโกช่วงปี 1918 เอ็ดเวิร์ด ต้องเกือบตายจากโรคร้าย ถ้าเขาไม่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแวมไพร์โดยแพทย์คนหนึ่ง ที่คอยเฝ้าดูแลเขา ดร.คลาลิส คัลเลน เป็นแวมไพร์ที่ทำตามคำขอร้องของแม่ที่กำลังจะตายของ เอ็ดเวิร์ด โดยเธอบอกกับเขาว่า “ช่วยเขา” ซึ่งหลังจากนั้น ดร.คลาลิส ก็ได้เลี้ยงดู เอ็ดเวิร์ด เหมือนกับเป็นลูกของตัวเอง

ถึงแม้ว่าตระกูลคัลเลนจะมีกฎในการไม่ดื่มเลือดมนุษย์ แต่ในช่วงแรกของการเป็นแวมไพร์ เอ็ดเวิร์ด ก็ได้แหกกฎหลายครั้งต่อหลายครั้ง โดยเขาใช้ความสามารถในการอ่านใจคนในการตามล่าคนเลวในสังคม ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็รู้สึกผิดและในที่สุดก็กลับใจมาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล

ครอบครัวคัลเลน ย้ายมาลงหลักปักฐานที่เมือง ฟอร์ค และในที่สุดเขาก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งในโรงเรียน ที่ชื่อว่า เบลล่า ด้วยความฉงนและแปลกใจในความรู้สึกของตัวเอง ทำให้ในคืนหนึ่ง เอ็ดเวิร์ด ตัดสินใจแอบเข้าไปในห้องของ เบลล่า ตอนที่เธอกำลังหลับอยู่ ซึ่งเมื่อเธอได้ละเมอพูดชื่อของเขาออกมา เอ็ดเวิร์ด ก็ได้รู้ว่าพวกเขาต่างแอบหลงรักซึ่งกันและกันถึงแม้ว่า เอ็ดเวิร์ด เริ่มที่จะเป็นมิตรกับ เบลล่า มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่บอกถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจให้เธอฟัง เอ็ดเวิร์ด ยังรู้สึกแปลกใจว่า ถึงแม้ เบลล่า จะรู้ถึงความเป็นแวมไพร์ของเขา แต่เธอก็ยังอยากที่จะอยู่ใกล้ๆเขา

 

ดร.คลาลิส คัลเลน (รับบทโดย ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี)
คลาลิส คัลเลน เป็นบุตรชายของบาทหลวงนิกายแองคลิแคน เกิดเมื่อปี 1640 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในยุคของความคลั่งทางศาสนา พ่อของ คลาลิส และบาทหลวงคนอื่นๆต่างร่วมมือกันล่าหมุษย์หมาป่า, แม่มด และแวมไพร์ โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดความชั่วร้ายที่มีอยู่ในโลกใบนี้ ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้พวกเขาได้ฆ่าคนบริสุทธิ์มากมาย คลาลิส ได้รับหน้าที่ต่อจากพ่อที่แก่ชราลง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสบายใจในเรื่องการสังหารเท่าไรนัก แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะสืบหาว่ามีรังของแวมไพร์อาศัยอยู่ใต้ท่อระบายน้ำ ซึ่งผลจากการบุกเข้าไปทำลายรังนั้น ทำให้ คลาลิส ได้รับบาดเจ็บและถูกปล่อยทิ้งให้เลือดออกอย่างเดียวดาย เขาไปซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินและต้องทนทุกข์กับความทรมานในการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ซึ่งในอีกสามวันต่อมา เขาก็ได้กลายเป็มแวมไพร์อย่างสมบูรณ์แบบ

คลาลิส เปรียบเสมือนเสาหลักของครอบครัว คัลเลน โดยเขาเองก็เป็นผู้ตัดสินใจรวบรวมแวมไพร์ ที่รู้สึกว่ามีความผูกพันธ์กับตัวเอง คลาลิส และครอบครัวของเขาย้ายไปเมือง ฟอร์ค รัฐวอชิงตัน ที่พวกเขาได้ทำสนธิสัญญาร่วมกับชนเผ่าอินเดียนแดง Quileute ที่อนุญาติให้พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี้ แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาต้องไม่ฆ่าและดื่มเลือดมนุษย์ คลาลิส ได้ทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลประจำเมือง และจนในที่สุดก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหมอของโรงพยาบาล


เอสเม่ คัลเลน (รับบทโดย อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์)
เอสเม่ เกิดในช่วงปี 1895 ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเธอแน่ชัด เธออาศัยอยู่นอกชายแดนเมือง โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ้ เธอพบกับ ดร.คลาลิส ครั้งแรกเมื่อเธอมีอายุได้ 16 ปี โดยเขาเป็นคนที่ช่วยเหลือเธอหลังจากเธอตกจากต้นไม้ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นแล้วเขาก็ได้เดินทางจากไป แต่นั้นเป็นประสบการณ์ที่เธอจะไม่มีวันลืม เธอต้องการที่จะเดินทางออกจากบ้านเกิดและประกอบอาชีพเป็นครู แต่ด้วยความกดดันของพ่อและแม่ ทำให้เธอ ในวัย 22 ปี ต้องแต่งงานกับ ชาร์ล ผู้ชายที่เธอพบในภายหลังว่า เป็นสามีที่ชอบทุบตีภรรยาของตัวเอง

หลังจากที่สามีของเธอได้ออกเดินทางเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เธอก็รู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์ มันทำให้เธอตัดสินใจหนีก่อนที่สามีจะกลับมาเพื่ออนาคตและชีวิตที่ดีของลูกเธอ แต่ทันทีที่ลูกของเธอคลอดออกมา ก็เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในปอด มันทำให้ เอสเม่ เสียใจมาก และทำให้เธอรู้สึกไม่อยากที่จะอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป เธอตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย  เธอถูกวินิจฉัยว่าเสียชีวิตแล้วและร่างกายของเธอก็ถูกนำมาไว้ที่ห้องชันสูตรศพ เพียงแต่ว่าหัวใจของเธอยังคงเต้นอยู่อย่างแผ่วเบา เป็นเรื่องที่บังเอิญเมื่อ ดร.คัลเลน ซึ่งได้ทำงานอยู่ในห้องชันสูตรพอดี จำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาช่วยเอาไว้เมื่อ 10  ปีที่แล้ว เขาไม่อยากให้ เอสเม่ ต้องทรมานอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นแวมไพร์ ซึ่งต่อมาพวกเขาก็แต่งงานกันในที่สุด

 


แจสเปอร์ และ อลิซ

อลิซ คัลเลน (รับบทโดย แอชลี่ย์ กรีน)
อลิซ นั้นจำได้เพียงแค่ว่า พอตื่นขึ้นมาเธอก็เป็นแวมไพร์แล้ว และก็ไม่สามารถจำอะไรในช่วงที่เธอเป็นมนุษย์ได้เลย แต่ในที่สุดเราก็รู้ว่าเธอเกิดในช่วงปี 1901 ใน ไบล็อคซี่ รัฐมิซิสซิปปี้ ซึ่งเธอก็ถูกขังเอาไว้ในโรงพยาบาลโรคประสาทเพราะว่าเธออ้างว่าตัวเองมีญาณพิเศษ ซึ่งมันก็คือความจริง และมันก็ถูกทำให้มีประสิทธิภาพขึ้นเมื่อเธอเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ในช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาลนั้น เธอถูกขังเอาไว้ในห้องมืด ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงจำสิ่งต่างๆได้น้อยนัก เธอถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์โดยคนที่ทำงานในโรงพยาบาล (ผู้ที่เสียชีวิตต่อมาอีกไม่นาน) เพื่อช่วยให้เธอหนีรอดจาก เจมส์ ผู้ที่กำลังตามล่าเธอ

เธอรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องพบกับ แจสเปอร์ ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเธอคือรักแท้ของเขา เธอพบกับ แจสเปอร์ ในร้านอาหารที่ ฟิลาเดลเฟีย เมื่อเขาเดินทางมาถึง อลิซ ก็ได้พูดกับ แจสเปอร์ ว่า เธอรอเขามานานแล้ว ด้วยความงุนงงของ แจสเปอร์ เขาก็ได้แต่เพียงก้มรับขอโทษอย่างสุภาพ เธอเอื้อมมือให้เขาสัมผัส ซึ่งเขาก็รับมือเธอโดยไม่ขัดขืน ซึ่ง แจสเปอร์ ได้มาสารภาพในภายหลังว่าเป็น “รักครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ศตวรรษที่แล้ว” พวกเขาทั้งสองเดินทางร่วมกันจนมาเจอกับ ดร.คลาลิส ในยุค 1950s ซึ่ง คลาลิส ก็ประทับใจในความสามารถหยั่งรู้อนาคตของ อลิซ และรับเธอกับ แจสเปอร์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในที่สุด

 

แจสเปอร์ เฮล (รับบทโดย แจ็คสัน รัทซ์โบน)
หรือรู้จักกันในชื่อก่อนว่า แจสเปอร์ วิทล็อค เกิดเมื่อปี 1843 เกิดที่ เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ในปี 1860 เขาได้โกหกอายุของตัวเองจาก 16 ให้เป็น 20 ปี เพื่อที่จะเข้าร่วมกองทัพเพื่อต่อสู้ในสงครามกลางเมือง และก็เป็นเพราะลักษณะของความเป็นผู้นำ ทำให้เขาได้รับการเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ตำแหน่งที่สูงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดก็ทำให้เขาเป็นนายพลที่มีอายุน้อยที่สุดในรัฐเท็กซัส แต่แล้วเขาก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์โดยแวมไพร์สาวที่ชื่อ มาเรีย ซึ่งเป็นหัวหน้าของกองพลที่สู้รบในสงครามภาคพื้นดิน เธอจำ แจสเปอร์ ได้ว่าเป็นนายทหารที่มียศสูง และมีความรู้เรื่องการรบเป็นอย่างดี ประกอบกับความต้องการแวมไพร์หนุ่มมารบเคียงข้างเธอ และมันก็เป็นเรื่องที่น่าพอใจมากขึ้น เมื่อเธอได้รู้ถึงความสามารถพิเศษของเขา ที่สามารถควบคุมอารมณ์ของคนรอบข้างของเขาได้

เขาเริ่มรู้สึกเบื่อจากการรับใช้ มาเรีย เขาจึงได้หนีออกมา จนในที่สุดก็ได้มาเจอกับ อลิซ ซึ่งเขาพบว่าเป็นรักแท้ของเขา เมื่อเขาได้รับเข้ามาอยู่ใน ครอบครัวคัลเลน นั้น แจสเปอร์ ได้ถูกแนะนำว่าเป็นคู่แฝดของ โรซาลี โดยเขาได้ใช้นามสกุล เฮล เช่นเดียวกับ โรซาลี โดยในครอบครัวทั้งหมด แจสเปอร์ เป็นคนที่มีปัญหาในการอยู่ร่วมกับมนุษย์มากที่สุด ซึ่งก็เป็นเพราะช่วงที่เขาเป็นทหารนั้น เขาต้องคอยฝึกทหารหน้าใหม่ๆที่ไม่รู้ประสีประสาเป็นจำนวนมาก เขาไม่ได้ถูกสอนเรื่องการควบคุมความต้องการเลือดของมนุษย์ ซึ่งก็ต่างจากสมาชิกคนอื่นๆใน ครอบครัวคัลเลน

 


โรซาลี และ เอ็มเมต

โรซาลี เฮล (รับบทโดย นิกกี้ รีด)
เธอเกิดเมื่อปี 1915 ในครอบครัวชนชั้นกลางใน โรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ค เธอถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์โดย คลาลิส คัลเลน ในปี 1933 เมื่อเธออายุได้ 18 ปี หลังจากที่พบเธอถูกทารุณกรรมและปล่อยทิ้งไว้ให้เสียชีวิตโดยคู่หมั้นของเธอ ซึ่งหลังจากเธอได้กลายเป็นแวมไพร์แล้ว เธอก็ได้กลับไปล้างแค้นและตามสังหารคู่หมั้นและเพื่อนๆของเขา ที่ต่างดูการทารุณ โรซาลี อย่างสนุกสนาน

โรซาลี อาศัยกับครอบครัว คัลเลน โดยเธอแสดงเป็นพี่น้องฝาแฝดของ แจสเปอร์ เฮล (เธออยากที่จะใช้นามสกุลจริงของเธอมากกว่า คัลเลน) เธอเป็นคนพบ เอ็มเม็ท ที่ถูกหมีโจมตีบางตาย และตัดสินใจแบกเขากลับมาหา คลาลิส ที่ได้เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นแวมไพร์ เธอและ เอ็มเม็ท ได้แต่งงานกันในเวลาต่อมา คลาลิส เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นเฉพาะบุคคล ที่อยู่ในช่วงที่เป็นมนุษย์นั้น จะถูกเพิ่มศักยภาพเมื่อเขาหรือเธอได้เปลี่ยนเป็นแวมไพร์ และนี้เองที่ทำให้ เอ็ดเวิร์ด เชื่อว่าความดื้อรั้นและถือทิฐิของ โรซาลี นั้นเอง ที่ถูกทำให้มีศักยภาพขึ้น

 

เอ็มเม็ท คัลเลน (รับบทโดย เคลแลน ลุทส์)
เอ็มเมท ถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์โดย คลาลิส ในปี 1935 ซึ่งเป็นตอนที่เขากำลังล่าสัตว์อยู่บนภูเขาใน รัฐเทนเนสซี่ เขาถูกขย้ำโดยหมีภูเขา และกำลังนอนรอหมดลมหายใจอยู่ โรซาลี ซึ่งอยู่แถวนั้นพอดี ก็ได้พบกับร่างที่อยู่ในสภาพบางตายจากการโจมตี เธอจึงตัดสินใจช่วยเขาและแบกเขาเป็นระยะทางกว่า 100 ไมล์ กลับมาหา คลาลิส และทำการเปลี่ยนให้เขาเป็นแวมไพร์ เอ็มเม็ท ที่หลังจากหายแล้วได้เล่าถึงประสบการณ์นี้ว่า “เขาถูกช่วยโดยนางฟ้าที่นำเขามาหาพระเจ้า”

หลังจากขั้นตอนการกลายสภาพที่น่าทรมานได้ผ่านพ้นไป โรซาลี และ คลาลิส ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟัง รวมถึงการเป็นแวมไพร์ แต่นั้นก็ไม่ได้สร้างความขุ่นเคืองใจให้ เอ็มเม็ท แม้แต่น้อย เขาได้พูดกับพวกเขาว่า “ถ้า คลาลิส และ โรซาลี นางฟ้าของผมเป็นแวมไพร์แล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไรสักหน่อย”