ดัชเชสจอร์เจียนา สิ่งเดียวที่ใฝ่หา คือ ความรัก

Home / ข่าวหนัง / ดัชเชสจอร์เจียนา สิ่งเดียวที่ใฝ่หา คือ ความรัก

ระยะนี้การเมืองเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้คนให้ความสนใจทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก แต่หากมองให้ถ้วนทั่วแล้ว ไม่ว่าที่ไหนในโลก ผู้หญิงก็มีบทบาททางการเมืองน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในแง่ดี ก็พอจะทำใจได้ว่า สมัยนี้ก็ยังดีกว่าสมัยก่อน เพราะมีการเปิดโอกาสให้สตรีได้ออกมายืนโดดเด่นอยู่บนแถวหน้าของแวดวงการเมืองได้ มากกว่าก่อนเก่า

แล้วสาวๆในอดีตที่สนใจการเมืองล่ะ จะทำอย่างไรกันบ้าง ว่าแล้วไทยรัฐ ซันเดย์ สเปเชียลก็ขอค้นคว้า เปิดหน้าประวัติศาสตร์อังกฤษ นำพาท่านผู้อ่านไปพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แม้จะเกิดมาในยุคที่ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง แต่เธอก็ไม่ยอมเก็บงำแนวคิดของตัวเองไว้หลังบ้าน

จอร์เจียนา สเปนเซอร์ คือสาวที่เรากำลังพูดถึง

ในปี ค.ศ.1757 จอร์เจียนาลืมตาขึ้นมาดูโลกในแวดวงของชนชั้นสูงแห่งเมืองผู้ดี แต่ชีวิตของเธอกลับไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก ก่อนวันเกิดอายุครบ 17 ปีเพียง 1 วัน ในวัยสาวสะพรั่งเธอถูกจับคลุมถุงชนเข้าพิธีวิวาห์กับวิลเลียม คาเวนดิช ดยุคแห่งเดวอนเชียร์ ชายสูงศักดิ์ผู้มีอายุแก่กว่าเธอเกือบ 10 ปี

จากเด็กหญิงที่ค่อนข้างจะขี้อายในวัยเด็ก จอร์เจียนากลายเป็นดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์ และนายหญิงแห่งคฤหาสน์แชทส์เวิร์ธ สาวน้อยผู้ถูกสังคมเฝ้ามอง เธอพัฒนาตัวเองไปอย่างมากจากการเข้าสังคม และได้กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง

ครอบครัวของจอร์เจียนาเป็นนักการเมืองสังกัดพรรควิก (ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็นพรรคลิเบอรัล) อยู่แล้ว แต่ตัวดัชเชสเองไม่สามารถทำงานการเมืองอย่างออกนอกหน้าได้ เธอจึงเคลื่อนไหวด้วยการจัดงานปาร์ตี้ เพื่อให้คนที่ไม่สามารถพบปะกันทางการเมืองได้โอกาสมาเจอกันที่คฤหาสน์เดวอนเชียร์ และยังทำหน้าที่เป็นผู้นำแคมเปญหาเสียงให้ชาร์ลส์ เจมส์ ฟ็อกซ์ ซึ่งเป็นญาติห่างๆด้วย

จอร์เจียนาได้รับคำชมว่า เป็นสุภาพสตรีที่เฉลียวฉลาด เป็นผู้นำแฟชั่นแห่งยุค เป็นสตรีที่มีอิทธิพล และเธอก็ใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อทำงานสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่เธอพยายามจะช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ

อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะช่วยเหลือผู้อื่นมาก จนได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองหญิงที่ประชาชนรักมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น แต่ในชีวิตส่วนตัวของเธอเอง กลับต้องพบแต่ความเจ็บปวด โดยเฉพาะในเรื่องของความรัก

จอร์เจียนาเป็นคนแนะนำให้ท่านดยุคผู้สามีรู้จักกับอลิซาเบธ ฟอสเตอร์ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดที่บอกอย่างนี้ก็เพราะในท้ายที่สุด เพื่อนคนนี้ก็กลายมาเป็นชู้อย่างเปิดเผยของสามีเพื่อน และหลังจากจอร์เจียนาตายในอีกไม่กี่ปีต่อมา คุณเธอก็ขยับฐานะจากชู้รักมาเป็นภรรยาคนที่ 2 ของท่านดยุค

ในช่วงที่จอร์เจียนาไม่สบายใจกับเรื่องรักที่ไม่ลับของสามี เธอก็หันไปปรับทุกข์กับเพื่อนวัยเด็ก ชาร์ลส์ เกรย์ หรือท่านเอิร์ลเกรย์ที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาได้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ

ปรับทุกข์ไม่ปรับเปล่า ว่าแล้วปรับกันไปปรับกันมา จอร์เจียนาซึ่งยังคงฐานะเป็นดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์ก็เกิดตุ๊บป่อง มีลูกสาวกับเกรย์ 1 คน คือ อลิซา คอร์ทนีย์ ซึ่งต้องยกให้อยู่ในความดูแลของครอบครัวฝ่ายชาย เนื่องจากบิดามารดาไม่ สามารถครองรักกันโดยเปิดเผย

หลังจากยกลูกสาวให้ครอบครัวของชายคนรัก จอร์เจียนาต้องกลับไปใช้ชีวิตในฐานะดัชเชสแห่งเดวอนเชียร์อีก แม้จะเป็นชีวิตที่ทุกข์ระทม ต้องทนอยู่กับชายที่ไม่เคยรักเธอ จอร์เจียนาจึงหันเข้าหาเครื่องปลอบประโลมอื่นๆ ทั้งยาเสพติด แอลกอฮอล์ และการพนัน รวมไปถึงมีอาการกินอาหารผิดปกติเนื่องจากความเจ็บปวดในใจ

จากหญิงสาวผู้ร่าเริง สดใส และมองโลกในแง่ดี พร้อมที่จะทำงานเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง เธอกลายเป็นดัชเชสผู้เศร้าหมอง โหยหาความรักที่ไม่สามารถสมหวัง จากสาวน้อยที่เคยมีผู้เอ่ยชมความงามของเธอว่า สามารถจุดไปป์จากนัยน์ตาของเธอได้ ทว่าในช่วงท้ายของชีวิต จอร์เจียนาเป็นดัชเชสผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวจากการพนัน ทั้งๆที่ตระกูลสเปนเซอร์ของเธอเอง และตระกูลของดยุคแห่งเดวอนเชียร์ล้วนแต่ร่ำรวยมหาศาล

บทสุดท้ายของชีวิตที่เคยเป็นเหมือนดั่งเทพนิยาย ก็กลายเป็นเพียงเรื่องเศร้า หญิงสาวที่เคยถูกจับตามองในฐานะสาวสังคมที่งามล้ำที่สุดแห่งกรุงลอนดอน จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 49 ปี ด้วยอาการที่คาดว่าเป็นฝีที่ตับ ร่างของเธอถูกฝังที่โบสถ์ออลเซนต์ส เมืองดาร์บี้ และเข้าสู่ความสงบตราบนิรันดร์

ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะเกิดสะกิดใจและสงสัยขึ้นมาตงิดๆว่า ดัชเชสจอร์เจียนาผู้มาจากตระกูลสเปนเซอร์นี้ น่าจะมีความเกี่ยว ข้องกับสาวงามเลื่องชื่ออีกคนหนึ่งคือ ไดอานา สเปนเซอร์ ผู้ที่ในกาลต่อมาเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส เจ้าชายแห่งเวลส์ และดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าหญิงไดอานา

ก็ต้องเฉลยว่าจอร์เจียนาและไดอานามีความเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก ในฐานะเลดี้จากตระกูลสูงศักดิ์ ตระกูลสเปนเซอร์ ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาสืบเชื้อสายมาจากจอร์จ จอห์น หรือเอิร์ลที่ 2 แห่งสเปนเซอร์ ผู้เป็นพี่ชายของจอร์เจียนานั่นเอง

แม้จอร์เจียนาและไดอานาจะเกิดห่างกันมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่เลดี้แห่งสเปนเซอร์ทั้ง 2 คน ก็มีชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ด้วยความงามอันเป็นที่ลือเลื่อง เป็นสาวสังคมผู้นำแฟชั่น หญิงสาวที่อุทิศตนเพื่อการกุศลและผู้เจ็บป่วย ภรรยาผู้ทุกข์ระทมกับการนอกใจของสามี จนต้องหันไปหาชายอื่น และจากไปก่อนวัยอันควร เจ้าหญิงไดอานาถูกนำมาเปรียบเทียบกับจอร์เจียนาอยู่บ่อยครั้ง

แต่ไม่ว่าอย่างไร เจ้าหญิงทั้งสองก็เป็นตัวของตัวเองอย่างยากจะหาใครเสมอเหมือน เป็นผู้หญิงที่มีความคิดอ่านล้ำเกินยุคสมัย หญิงสูงศักดิ์ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดเท่าที่กำลังของเธอจะอำนวยได้ หญิงผู้ใฝ่หาความรัก แต่ไม่เคยพบรักแท้

ที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างหนึ่งก็คือ ในที่สุดแล้ว วงการฮอลลีวูดได้นำเรื่องราวของสาวงามต่างยุคทั้งสองคนมาสร้างเป็นภาพยนตร์สองเรื่อง โดยมีการแถลงข่าวว่า เรื่องราวของเจ้าหญิงไดอานาจะดัดแปลงเรื่องมาจากงานเขียนเรื่อง Diana And The Paparazzi ในขณะที่ชีวิตของจอร์เจียนาได้โลดแล่นอยู่บนจอเงินด้วยการดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง Georgiana, Duchess of Devonshire และผู้สร้างหนังทั้งสองเรื่องนี้ต่างก็ต้องการให้ดาราสาวเคียรา ไนท์ลีย์ มารับบทเป็นเจ้าหญิงผู้เพรียกหารัก ซึ่งในท้ายที่สุด เคียรา ไนท์ลีย์ ได้ตัดสินใจรับบทจอร์เจียนาใน The Duchess ก่อน

แล้วเจ้าหญิงผู้ถูกลืมก็จะกลับมาอยู่ในหัวใจของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง.

ทีมงาน ต่วยตูน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์