ผู้ผลิตหนังเซ็ง เรตติ้งหนังประเภท7 คลุมกว้าง ส่อแบนแหลก

Home / ข่าวหนัง / ผู้ผลิตหนังเซ็ง เรตติ้งหนังประเภท7 คลุมกว้าง ส่อแบนแหลก

นายกสมาคม-ผู้กำกับหนังไทยติดใจเรตติ้งประเภท 7 ชี้จัดแล้วไม่ควรแบนหรือสั่งห้ามฉายอีก ติงข้อความระบุกว้างเกินไปห่วงเป็นอุปสรรคทำงาน ยอมทดลองใช้ไปก่อนหลังถูกขอร้อง ยันหากคนค้านเพิ่ม ขอปรับปรุงแก้ไข เตรียมเปิดเวทีมธ.จัดสัมมนาถก พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สวช.เชือดแล้ว 4 เรื่องห้ามฉาย เหตุขัดศีลธรรม เผยโทษภาพยนตร์หมิ่นสถาบัน-ศาสนา ปรับแค่ 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี

ความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงประกอบ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและจะประกาศใช้ภายในเดือนพฤษภาคม โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดเกณฑ์แบ่ง ประเภทหรือเรตของภาพยนตร์ออกเป็น 7 ประเภท คือ

1.ประเภทส่งเสริมการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ดู มีเนื้อหาส่งเสริมการศึกษา จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมของชาติ
2.ประเภทที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป
3.ประเภทที่เหมาะสมกับผู้มีอายุ 13 ปีขึ้นไป
4.ประเภทที่เหมาะสมกับ ผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป
5.ประเภทที่เหมาะสมกับ ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
6.ประเภทที่ห้ามผู้มีอายุ ต่ำกว่า 20 ปีดู
7.ประเภทที่ห้ามเผยแพร่ ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีเนื้อหาหมิ่นต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความมั่นคง ของประเทศ ก่อให้แตกความสามัคคี เหยียดหยามศาสนา ไม่เคารพต่อปูชนียบุคคล ขัดต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และมีเนื้อหาที่แสดงถึง การมีเพศสัมพันธ์ เห็นอวัยวะเพศในลักษณะลามกอนาจาร

นายยงยุทธ ทองกองทุน นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ว่า ที่ตนและผู้กำกับหลายคนติดใจ คือประเภทที่ 7 เพราะเห็นว่าการจัดเรตติ้งหมายถึงการจัดประเภทของภาพยนตร์ให้เหมาะสมกับคนดู ดังนั้น เมื่อ จัดแล้วก็ไม่ควรมีการแบนหรือสั่งห้ามฉายภาพยนตร์อีก ขณะเดียวกันข้อความที่ระบุไว้ในข้อนี้ก็กว้างเกินไป

“ผมและผู้กำกับฯหลายคนยังติดใจอยู่ ในส่วนที่บอกว่าต้องไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี คือแค่วิธีการเขียนมันก็ดูขัดกันเองแล้ว ถ้ามองในประเทศอื่นๆ เขาก็มี 5 ข้อ แต่เจาะจงลงรายละเอียดไปเลย แต่ของเราเพิ่มมาอีก 2 ข้อ ทุกคนก็สงสัยและอยากรับทราบขอบข่ายของมันกันมาก” นายยงยุทธกล่าว และว่า สิ่งที่ผู้กำกับฯกังวลกันคือ สุดท้ายแล้วข้อความที่เปิดกว้างในข้อ 7 จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

“ผมว่าแค่ 6 ข้อก็พอแล้ว เพียงแต่ต้องใช้ประโยชน์จากแต่ละข้อให้ดีที่สุด แค่เจาะจงลง ไปในรายละเอียดก็จบแล้ว พอมีข้อ 7 ขึ้นมา เหมือนกับว่าหนังเรื่องหนึ่งเข้าสู่ระบบการจัดเรต แล้วก็ผ่านมาตลอดทุกข้อ แต่สุดท้ายจะมาตายข้อที่ 7 มันเหมือนการปล่อยให้เราเดิน แล้วสุดท้ายคุณก็มาขัดขาให้เราล้ม” นายยงยุทธกล่าว

สำหรับเรื่องภาพยนตร์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น นายยงยุทธกล่าวว่าไม่มีผู้กำกับฯคนไทยคนไหนที่จะทำแน่ และขณะเดียว กันก็ยังมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้น จึงน่า จะปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดูแล

ด้านนายปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับฯชื่อดัง กล่าวว่า ร่างฯดังกล่าวถือว่าถูกใจคนในวงการ 80-90% จะมีที่ไม่เห็นด้วยคือประเภทที่ 7 เนื่องจากเมื่อมีการจัดเรตแล้วก็ไม่ควรมีการแบนหรือห้ามฉายอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อภาครัฐมองว่าบางประเด็นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและ ขอให้ทดลองใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไปก่อนก็เข้าใจ อย่างไรก็ตาม หากต่อไปมีคนไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มคนทำหรือคนดูก็มีสิทธิที่จะแสดงความเห็น และร้องขอให้มีการปรับปรุงแก้ไขได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวกำลังเป็นที่สนใจในวงการภาพยนตร์ ดังนั้น เร็วๆ นี้ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทยจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดสัมมนาเชิง วิชาการเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่า พระจันทร์

 

********************

วันเดียวกันนี้ นายประดิษฐ์ โปซิว รักษาการผู้อำนวยการสำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (สภว.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กล่าวว่า หลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มากว่า 1 ปี สภว.ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบ และพิจารณาภาพยนตร์ พบว่า ปี 2551 มีภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยไม่อนุญาตให้เผยแพร่ และจำหน่าย 4 เรื่อง ดังนี้ Halloween, Frontier(s), Funny game และ Scar-3D เนื่องจากพบว่ามีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ขัดต่อศีลธรรม โหดร้าย ขาดมนุษยธรรม

“ทั้งนี้ ในส่วนของภาพยนตร์ที่เนื้อหาหมิ่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความมั่นคงของประเทศ ก่อให้แตกความสามัคคี เหยียด หยามศาสนา จากการตรวจพิจารณายังไม่พบภาพยนตร์ที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าว แต่ หากประกาศใช้กฎกระทรวงประกอบ พ.ร.บ. ภาพยนตร์ทั้ง 5 ฉบับ การตรวจสอบและพิจารณาภาพยนตร์ก็จะปรับเปลี่ยนมาเป็น การจัดเรตแทน ซึ่งจะมีความเข้มข้นและครอบ คลุมหนังทุกประเภท” นายประดิษฐ์กล่าว

นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า สำหรับการตรวจพิจารณาภาพยนตร์มอบนโยบายชัดเจนว่า หากตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนและกระทำผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ โดยเฉพาะในเรื่องของเรตภาพยนตร์ ให้ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพราะมีบทลงโทษทางอาญาไว้ชัดเจน เช่น ผู้ที่ขออนุญาตสร้างภาพยนตร์แล้วแต่สร้างไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 76 ต้องโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ส่วนหากพบว่ามีการสร้างภาพยนตร์ที่เป็นการบ่อนทำลาย ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำลายความมั่นคงของประเทศ ออกเผยแพร่ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น จึงอยากเตือนให้ผู้ประกอบการหรือผู้สร้างภาพยนตร์ควรศึกษาข้อกฎหมาย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์

สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (สภว.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.)
http://movie.culture.go.th/
http://www.culture.go.th/


อืม… คิดเยอะอีกแล้วนะเนี่ย กระทรวง