อุตสาหกรรมหนังฮ่องกง ก่อนเทศกาลหนังฮ่องกง

Home / ข่าวหนัง / อุตสาหกรรมหนังฮ่องกง ก่อนเทศกาลหนังฮ่องกง

คอลัมน์ EASTERN STREET
โดย Ashley Xuan

ปี 2008 อาจจะเป็นปีแย่ๆ ของธุรกิจหนังบ้านเรา แต่ธุรกิจหนังฮ่องกงค่อนข้างจะจบลงอย่างสวยงาม

เพราะฮ่องกง บอกซ์ออฟฟิศ นั้นมีรายได้โตขึ้นถึง 8% ประมาณ 1.09 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งหลายปีมาแล้วที่บอกซ์ออฟฟิศฮ่องกงไม่มีรายได้แตะหลักพันล้านมา นับตั้งแต่ปี 2001 อันเป็นครั้งแรกที่เคยสัมผัสความรู้สึกนั้น

อย่างที่บอก ปีที่แล้วเป็นปีวิกฤตเศรษฐกิจโลกกระจายไปทั่วเอเชีย แต่อุตสาหกรรมหนังฮ่องกงกลับกระโดดดึ๋ง ด้วยการเปิดตัวโรงหนังใหม่และมีหนังออกมาให้ดูสม่ำเสมอ (ทั้งหนังที่ทำเองและหนังต่างประเทศ) มีหนังอยู่ 2 เรื่อง ที่ทำรายได้เกิน 50 ล้านเหรียญฮ่องกง คือ “Dark Knight” (58.52 ล้านเหรียญ) และหนังโจว ซิงฉือ เรื่อง “CJ7” (51.44 ล้านเหรียญ) ซึ่งเรื่องหลังนั้นถือเป็นหนังฮ่องกงที่ทำเงินมาที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว ส่วนหนังที่เป็นโปรดักชั่นฮ่องกงนั้นมีตัวเลขมากขึ้นเป็น 53 เรื่อง (จากปี 2007 มี 50 เรื่อง ที่ว่าหนังฮ่องกงตกต่ำ แต่ตัวเลขยังมากกว่าหนังไทยอีกว่ามั้ย) รายได้เฉพาะของหนังฮ่องกงเองก็อยู่ที่ 251.2 ล้านเหรียญ ประมาณ 23% ของตลาด เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้านั้น ส่วนหนังต่างประเทศ โดยเฉพาะหนังฮอลลีวูด ก็มีทั้งหมด 195 เรื่อง ทำรายได้ไป 835.53 ล้านเหรียญ 

ส่วนลิสต์รายได้ของหนังฮ่องกงปี 2008 นั้นมีดังนี้
1.CJ7 (51.44 ล้าน)
2.Red Cliff (24.26 ล้าน)
3.Ip Man (18.03 ล้าน-ยังฉายอยู่ในเดือนมกราคม)
4.Three Kingdoms : Resurrection Of The Dragon (16.95 ล้าน)
5.Connected (13.65 ล้าน)
6.L For Love, L For Lies (12.52 ล้าน)
7.Painted Skin (10.38 ล้าน)
8. Kungfu Dunk (8.79 ล้าน)
9.La Lingerie (8.54 ล้าน)
10.Beast Stalker (7.99 ล้าน)

นอกจากนั้นหนังฮ่องกง 4 เรื่อง ก็ยังเป็นหนังทำเงินที่สุดในจีนด้วยเช่นกัน อันได้แก่ Red Cliff (ภาคแรก) ทำรายได้ 302 ล้านหยวน, Painted Skin ได้ 229.6 ล้านหยวน The Forbidden Kingdom ได้ไป 195 ล้านหยวน และ CJ7 ได้ 174 ล้านหยวน สรุปรายได้รวมของทั้ง 4 เรื่องได้รวมกันเกิน 900 ล้านหยวน คิดเป็น 66% ของรายได้อุตสาหกรรมหนังจีนทั้งหมด คือ 1.68 พันล้านหยวน

สำหรับ Red Cliff ภาคแรกเป็นหนังโปรดักชั่นจีนเรื่องแรกที่ทำรายได้เกิน 300 ล้านในประเทศจีน ซึ่งต้องยอมรับเครดิตของจอห์น วู ที่นำพาหนังเรื่องนี้ให้มาได้ไกลขนาดนี้ และด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทำให้หนังเรื่องนี้โดนใจคนจีนจำนวนไม่น้อย แม้ว่าอาจจะไม่ค่อยตรงกับสามก๊กฉบับคลาสสิกที่คนรู้จักกันมากก็เถอะ ส่วน Painted Skin และ CJ7 นั้น กำกับฯโดยผู้กำกับฯหนังชื่อดังของฮ่องกง ซึ่งขายได้ชัวร์ๆ คือ Gordon Chan และ Stephen Chow (โจว ซิงฉือ นั่นแหละ) และไม่ต้องแปลกใจว่าหนัง 2 เรื่องนี้ก็เป็นที่นิยมในฮ่องกงด้วยเช่นกัน ต่อกันที่ The Forbidden Kingdom อันเป็นหนังโปรดักชั่นฮอลลีวูด แต่นักแสดงนำเป็นฮ่องกงทั้งหมด คือ เฉินหลง และเจ็ต ลี ซึ่งก็ไม่แปลกใจอีกนั่นแหละว่าทำไมคนถึงชื่นชอบนักหนา ซึ่งคนทำหนังฮ่องกงเองก็มีความหวังในตลาดหนังจีนไม่น้อย เนื่องจากเมืองจีนเป็นประเทศขนาดใหญ่ แต่ตัวเลขรายได้ของอุตสาหกรรมหนังยังทิ้งห่างจากฮ่องกงไปไม่เท่าไหร่ ดังนั้นคนทำหนังฮ่องกงยังมีพื้นที่อีกมากในการบุกตลาดหนังจีน และหากมองดูหนังที่ทำเงินในประเทศจีนแล้ว ก็พอจะเห็นความชื่นชอบของคนจีนได้ ว่าชอบหนังสไตล์ที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นจีน เพราะจาก 3 อันดับแรกนั้นล้วนแต่เป็นหนังพีเรียดทั้งหมด นอกจากนั้นก็ยังเน้นโปรดักชั่นที่อลังการ และยิ่งถ้าใส่ความตลกเข้าไปด้วยก็ยิ่งเวิร์ก

จากทิศทางของหนังฮ่องกงแล้ว ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าธุรกิจหนังฮ่องกงก็น่าจะครึกครื้นและมีความหลากหลายให้ดูมากขึ้น แต่เราก็จะเฝ้าติดตามดูในงาน Hong Kong International Film Festival ครั้งที่ 33 ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 22 มีนาคม-13 เมษายนนี้ โดยปีนี้มีประกาศรางวัล Asian Film Award มอบให้คนทำหนังทั่วเอเชีย รวมทั้งยังรวมเอากิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับความบันเทิงเอาไว้ในช่วงเวลานี้ด้วย อาทิ Hong Kong International Film & TV Market (FILMART), Hong Kong-Asia Film Financing Forum (HAF) และ Hong Kong Music Fair

ตอนนี้เข้าไปดูในเว็บของสมาคมเทศกาลหนังนานาชาติฮ่องกง จะเห็นว่าเขากำลังนับถอยหลังให้ถึงวันงานกันอย่างใจจดใจจ่อ และอัพเดตความพร้อมให้ดูอย่างต่อเนื่องเนืองๆ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการจัดมาจนครบ 3 ทศวรรษ เท่าที่แอบเห็นมามีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย

ซึ่งรับปากว่าจะนำมาอัพเดตให้ฟังในครั้งต่อๆ ไปค่ะ 😀

ที่มา เซคชั่น D-Life หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat.php