“ญารินดา” สาวความจำสั้น ไม่จมปลักสิ่งเก่า พร้อมเริ่มใหม่

Home / ข่าวหนัง / “ญารินดา” สาวความจำสั้น ไม่จมปลักสิ่งเก่า พร้อมเริ่มใหม่

ปกติก็เป็นสาวเท่เซอร์ขวัญใจหนุ่ม ๆ อยู่แล้ว สำหรับ นินา-ญารินดา บุนนาค นักร้องสาวที่ผ่านการทำงานเพลงมาหลายค่าย กระทั่งมาจบที่ ค่าย สมอลล์รูม ซึ่งกำลังซุ่มทำงานเพลงอยู่ แต่ระหว่างนี้ก็ขอพักไมค์ชั่วคราว ก้าวเข้าสู่จอเงินครั้งแรก ฝากฝีมือการแสดงในภาพยนตร์รักซึ้ง ๆ ของ ค่ายจีทีเอช เรื่อง ความจำสั้น…แต่รักฉันยาว ที่ต้องมาประชันบทบาทกับพระเอกหนุ่มมาแรง เป้-อารักษ์ ที่กำลังเข้าฉายไปเรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าใครที่ไปดูมาแล้ว ต้องหลงเสน่ห์สาวมาดเซอร์คนนี้เพิ่มขึ้นแน่นอน วันนี้ พักไมค์ เลยจัดให้ พาไปทำความรู้จักกับ สาวนินา เพิ่มขึ้นกันเลย…

ขอเท้าความไปถึงอัลบั้มชุดแรกกันก่อนเลย?
ตอนนั้นออกอัลบั้ม ญารินดา นินาเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่อายุ 15-16 ปี พออยู่ ม.ปลาย อยากออกเทปมาก ตอนนั้นเรียนอยู่อังกฤษได้ทำเทปเดโม เลยไปเสนอที่แกรมมี่ และได้นัดเจอ พี่ดี้-นิติพงษ์ โดยตรง เอากีตาร์และเดโมเทปไปเปิดให้พี่ดี้ฟัง พี่ดี้บอกมาเล่นกันมั้ย น่าสนใจ ตอนนั้นเหมือนเป็นจุดเริ่ม แต่ว่าพอดีตอนนั้นนินาอยู่ ม.ปลาย และสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่อเมริกาและเข้าเรียนได้ จึงคิดว่าจะทำอัลบั้มหรือไปเรียน สอบเข้าที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ได้ มันไม่ใช่ง่าย ๆ รู้สึกว่าถ้ากลับมาทำเพลงมันจะเป็นการเสียโอกาส เลยตัดสินใจคุยกับพ่อแม่ว่าลองไปเรียนแล้วกัน พอไปเรียนแล้วก็ตัดสินใจจบปี 1 ก็ ดร็อปมา 1 ปี กลับมาเมืองไทยออกอัลบั้มกับแกรมมี่ เสร็จแล้วกลับไปเรียน ห่วงเรียน เห็นเพื่อนจะขึ้นปี 2 เลยอิจฉา กลับไปดีกว่า กลับไปเร่งเรียน เรียนซัมเมอร์ ให้รีบจบเร็ว ๆ ใช้เวลา 4 ปีก็จบ

แสดงว่าระหว่างที่เรียนสถาปัตย์ ก็เล่นดนตรีไปด้วยเหรอ?
ที่นั่นนินาเล่นอยู่กับเพื่อน เขียนเพลง ทำดนตรีเพิ่ม เล่นวงที่โน่น ซ้อมดนตรีกับวงที่ห้องรับแขก ที่บ้าน ซึ่งนินาแชร์อยู่กับเพื่อน 4 คน ห้องรับแขก มีกลอง ไปโชว์ตามงานรวมตัวคนไทย มันจะเหมือน คอฟฟี่เฮาส์ ร้านกาแฟ ทุกวันศุกร์ที่เราจะไปเล่นได้ ไม่ได้ทิ้งดนตรี นินาเขียนเพลงมาตลอด แต่หลาย ๆ คนอาจจะถามว่าหลังจากอัลบั้มแรกแล้ว หายไปนานเลย เลิกเล่นดนตรีเหรอ แต่สำหรับตัวเองไม่รู้สึกว่าหายนะ เพราะยังทำดนตรีมาตลอด แต่ในแง่ของสื่อ พอเราไม่ออกเทป มันก็เหมือนเราเลิกเล่นดนตรี พอเรียนจบกลับมาเมืองไทย ก็มีเพลงที่ทำอยู่แล้ว กลับมาก็ทำเลย ตอนแรกว่าจะกลับไปแกรมมี่ แต่ด้วยแนวเพลง เวลาที่เราทำงานด้วย ลักษณะแนวเพลงที่เริ่มมาสนใจตอนหลัง มันไม่แมส เป็นแนวอธิบายยาก มันคงไม่เหมาะสม นินาเลยตัดสินใจมาทำเอง ตอนนั้นออกเป็น อีพี ชื่อ ไอออน ดรีม ทำเองทุกอย่างเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่นินารู้สึกว่าเจ๋งมาก ได้รู้ตั้งแต่ต้นจนจบว่าการทำอัลบั้มหนึ่งมันต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง กระทั่งมาถึงตอนนี้ตัดสินใจเข้าค่ายสมอลล์รูมที่ได้อิสระในการทำเพลงเอง ทุกคนน่ารัก เก่งมาก ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพลงจะเข้าไปปรึกษา พี่ ๆ เขาช่วยได้ ก็กำลังเตรียมทำอัลบั้ม ญารินดา แอนด์ เฟรนด์ มิ.ย.นี้ น่าจะได้ฟังกันนะ

แล้วจู่ ๆ ทำไมวางไมค์ แล้วตัดสินใจเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้?
จริง ๆ เคยมีคนติดต่อให้มาเล่นหนังแล้วหลายเรื่อง แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่น่าจะเล่นได้ อาจเป็นเพราะเวลาเราเต็มด้วย ทั้งงานประจำเป็น สถาปนิก และเล่นดนตรีด้วย เลยไม่มีเวลามาทำอีกอาชีพหนึ่ง หลาย ๆ ครั้งจะปฏิเสธไปทันที แต่พอมาเรื่อง ความจำสั้น..แต่รักฉันยาว แค่เรื่องย่อ ได้ฟังแค่เรื่องราวของคู่ลุงกับป้าก็อารมณ์พุ่งปรี๊ด มันไม่เคยมีหนังไทยที่ทำเรื่องราวของผู้ใหญ่ เรื่องราวความรัก การเริ่มต้นใหม่ การให้โอกาสตัวเองในการที่จะทำอะไรสักอย่าง เป็นหนังที่ให้กำลังใจมาก ๆ เป็นหนังที่เราอยากเห็น อยากดู เลยอยากเล่นค่ะ

มารับงานแสดงจริง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง?
สนุกมาก รู้สึกว่าเราโชคดีจัง พี่เงาะ-รสสุ คนธ์ เป็นแอ๊คติ้งโค้ชที่เก่งมาก ตอนเวิร์กช็อปหนังเรื่องนี้มันเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนของชีวิตเราเลย เรียกว่าตาสว่างขึ้นมาเลย รู้สึกตื่นตาตื่นใจและน่าสนใจมาก เพิ่งเข้าใจว่าการแสดงมันยากมาก ต้องใช้สมาธิ และต้องควบคุมจิตตัวเองค่อนข้างสูง ถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ พอได้มาทำแล้วอยากเรียนรู้อีกเยอะ เพราะเป็นศาสตร์ที่เราไม่คิดจริงจัง แต่พอได้ลองทำแล้วกลับชอบมาก

ได้ประสบการณ์ใหม่เพิ่มขึ้นด้วยไหม?
ใช่ค่ะ ทุกอย่างเป็นครั้งแรกหมด ขั้นตอนการทำหนังเรื่องหนึ่ง เพิ่งได้มารู้มาเห็นว่าทำอย่างไร ทุกอย่างที่เห็นเลยตื่นตาตื่นใจหมด เพราะเราไม่เคยมาก่อน

มีโอกาสอยากเล่นอีกมั้ย?
ต้องดูที่บท ผู้กำกับ ดูว่าเราดึงดูดกับมันหรือเปล่า มีสารเคมีที่ทำให้เราปี๊ดอยากเล่นรึเปล่า ตอนนี้ยังไม่ได้แพลนล่วงหน้าเลยค่ะ

ช่วงนี้เหนื่อยที่ต้องทำงานหลายอย่างรึเปล่า?
ไม่เหนื่อยมาก แต่สับสนนิดนึง เพราะว่าไม่เคยยุ่งขนาดนี้ แต่นินาว่าตัวเองโชคดีมาก เจ้านายที่บริษัทก็บอกว่าเราโชคดีมากที่ได้ทำทุกอย่างที่ชอบ ฉะนั้นมันเป็นกรรมของเราที่ต้องเลือกแล้วล่ะ คือ เอาเข้าจริง ๆ ต้องถือว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสตรงนี้ พอเสร็จแล้วเราจะทำอย่างไร ก็ในเมื่อทุกอย่างคือสิ่งที่เราชอบ

ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
นินาคบกับแฟนฝรั่งมาได้ 5 ปีแล้ว เราเจอกันที่เมืองนอก เป็นสถาปนิกเหมือนกัน เขาน่ารัก ก็เป็นเพื่อนกัน ให้กำลังใจกัน นินาจะเป็นคนที่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เราไม่ค่อยได้คิดว่าวันข้างหน้าต้องการอะไร อย่างเช่นเราเจอเสื้อตัวหนึ่งแล้วอยากซื้อให้แฟน นินาจะซื้อให้เลย จะไม่เก็บไว้ให้ตามเทศกาลต่าง ๆ อยากให้คือให้เลย ค่อนข้างจะอยู่กับปัจจุบัน และเป็นคนความจำสั้น ลืมง่ายมาก ถ้ามีอะไรผิดหวัง เสียใจ เจอเหตุการณ์เศร้า ๆ จะลบออกไปหมด เราจะไม่จำสิ่งที่ไม่ดี ความผิดพลาดจะสอนเป็นบทเรียน อย่างความรักเลิกแล้ว เลิกกัน ไม่จมปลัก พร้อมที่จะเริ่มใหม่ ก้าวไปข้างหน้าค่ะ

ดูเป็นคนมองโลกในแง่ดีเนอะ?
ใช่ค่ะ เป็นคนที่ไม่ค่อยตั้งแง่กับอะไร ถ้ามีอะไรที่เราชอบหรืออยากทำ จะกระโดดลงไปโดยที่จะไม่ไปบ่น เราจะแบบไปตายเอาดาบหน้า ที่ผ่านมานินาโตมาในบ้านที่คุณยายเป็นฝรั่ง คุณทวดเป็นฝรั่ง เป็นคนสวิส โตมาด้วยกันอยู่บ้านเดียวกันมา ครอบครัวคุณพ่อ-แม่เลี้ยงมาด้วยเหตุผล จะไม่เคยตี ทุกครั้งถ้าทำไม่ได้ จะไม่เคยบอกว่า ก็แม่บอกว่าไม่ได้ไง จะไม่มีแบบไหน จะไม่ได้เพราะอะไร ถ้าดื้อมาก ๆ แม่จะบอกว่า ที่ไม่ดีเพราะอย่างงี้นะ ให้เหตุผลมา 100 ข้อ สุดท้ายเราก็ไม่ทำหรอก โดนร่ายยาวซะขนาดนั้น ใครจะทำเนอะ

สุดท้ายฝากอะไรหน่อยสิ!
สำหรับหนังเรื่องนี้ของนินา อยากให้ทุกคนไปชมกันนะคะ รับรองว่าเป็นหนังที่ดูแล้วสบายใจ มีทั้งขำ ฮา ซึ้ง อิ่มเอม ดูแล้วอาจจะคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ หรือบางช่วงเวลาที่เราหลงลืม ดูหนังแล้วจะได้ไม่ลืมกันค่ะ

ฟังจากมุมมองและความคิดของสาวคนนี้ สมแล้วที่เป็นไอดอลให้น้อง ๆ คนรุ่นใหม่…

ที่มาจากหนังสือพิมพ์