มารู้จักนักแสดงทั้งหมดใน Dragonball Evolution

Home / ข่าวหนัง / มารู้จักนักแสดงทั้งหมดใน Dragonball Evolution

 

จัสติน แช็ทวิน รับบทเป็น โงคู (JUSTIN CHATWIN: Goku)
โงคูเป็นนักเรียนชายหนุ่มระดับชั้นมัธยมที่ ความไร้เดียวสาและความจริงใจเต็มร้อยของเขามีอันต้องสูญสิ้นไปหลังจากการผจญภัยครั้งสำคัญนี้ ก้าวกระโดดจากเด็กมัธยมสุดเนิร์ดไปเป็นผู้พิทักษ์โลก

จัสติน แช็ทวิน เพิ่งจะร่วมแสดงกับซูซาน ซาแรนดอน กับเอวา แอมเมอร์รี่ ใน Middle of Nowhere ภาพยนตร์แนวรัก-เฮฮาของจอห์น สต๊อคเวล  ที่ได้รับเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Toronto International Film Festival ปี 2008 ด้วย

แช็ทวินเคยร่วมแสดงใน The Invisible คนตายไม่ยอมตาย ประกบกับมาเซีย เกย์ ฮาร์เด็น, War of the Worlds อภิมหาสงครามล้างโลก ที่สตีเว่น สปีลเบิร์ก นำบทประพันธ์คลาสสิคของเอช จี เวล มาดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ฉบับใหม่และให้แช็ทวินได้แสดงกับทอม ครู้ซ  กับดาโกต้า แฟนนิ่ง, ภาพยนตร์ค่ายอิสระเรื่อง The Chumscrubber ที่นำแสดงโดยเรล์ฟ ไฟน์, เกล็น โคลส , ริต้า วิลสัน, และอัลลิสัน แจนนี่ย์, และ Taking Lives สวมรอยฆ่า ที่นำแสดงโดยแองเจลิน่า โจลี่ย์ และอีธาน ฮอว์ค

แช็ทวินเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจากบทนำแสดงในมินิซีรี่ย์ของ USA เรื่อง Traffic ที่กำกับโดยสตีเฟ่น ฮ๊อพกิ้นส์ ที่นิตยสาร Newsweek ยกให้เขาเป็น นักแสดงหนุ่มอนาคตไกล รวมทั้งบทบาทการแสดงใน Lost และ Weeds ด้วย

แช็ทวินเป็นบุตรชายในครอบครัวที่มีพ่อเป็นวิศวกร และแม่เป็นศิลปิน เขาเกิดและเติบโตในแวนคูเวอร์ ไอส์แลนด์ (นาไนโม) บริติชโคลัมเบีย


เอ็มมี่  รอสซั่ม รับบทเป็น บลูม่า (EMMY ROSSUM: Bulma)
นักวิทยาศาสตร์หญิงที่ในการ์ตูนขนานนามเธอว่า เป็นหญิงสาวที่ฉลาดที่สุดในโลก ซึ่งในภาพยนตร์ ก็พยายามคงคุณลักษณะของเธอที่เป็นสาวมั่น, บุคลิกเข้ม, และเฉลียวฉลาด รวมทั้งความมุ่งมั่นของเธอที่รู้แน่ว่า ชีวิตนี้ต้องการอะไรแน่ แล้วสิ่งที่บลูม่าต้องการเป็นที่สุดก็คือการรวบรวมดราก้อนบอลที่ถูกขโมยไป บลูม่าอาศัยปืนแม็กนั่มติดเลเซอร์สุดไฮเทค และเครื่องติดตามที่อยู่ของดราก้อนบอลในการตามล่า บลูม่าพยายามทำทุกวิถีทางที่จะรวบรวมดราก้อนบอลให้ได้ ด้วยแนวความคิดที่ว่า เธอจะได้รับพลังมหาศาล และรางวัลก้อนโตนั่นเอง

เอ็มมี่ รอสซั่ม เป็นนักแสดงหญิงวัยรุ่นที่มีพรสวรรค์ และนักดนตรีสาวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วย เธอเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) เมื่อปี 2004 จากบทนำแสดงเป็นคริสติน ใน The Phantom of the Opera หน้ากากปิศาจ ซึ่งเป็นบทบาทที่ส่งให้เธอคว้ารางวัลนักแสดงหญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม จาก National Board of Review และรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก Broadcast Film Critics Association เมื่อปี 2005 มาครองได้สำเร็จ
 
รอสซั่มยังนำแสดงในภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่อง Poseidon มหาวิบัติเรือยักษ์, ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ถล่มทลายเรื่อง The Day After Tomorrow วิกฤติวันสิ้นโลก, ผลงานดราม่าที่กำกับโดยคลิ้นต์ อีสต์วู้ด  เรื่อง Mystic River ปมเลือดฝังแม่น้ำ, และภาพยนตร์ค่ายอิสระเรื่อง Songcatcher ที่คว้ารางวัล Special Grand Jury Prize สาขา Outstanding Ensemble จากเทศกาลภาพยนตร์ Sundance เมื่อปี 2001 ที่ส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Independent Spirit Award สาขา Best Debut Performance ด้วย

ผลงานทางโทรทัศน์ของรอสซั่มก็มีบทรับเชิญใน Law and Order และ The Practice ด้วย

เมื่อปี 2007 รอสซั่มบันทึกเสียง Inside Out ผลงานเพลงอัลบั้มแรกของเธอกับ Geffen Records ที่เธออาศัยน้ำเสียงที่ฝึกฝนมาในแนวเพลงคลาสสิคเป็นหลัก เธอยังเขียนเนื้อร้องและบันทึกเสียงผลงานเพลงของเธอทั้งหมดเอง ตอนนี้เธอก็เตรียมงานเพลงอัลบั้มที่สองในระหว่างการรับงานแสดงภาพยนตร์ไปพร้อม ๆ กันด้วย

รอสซั่มเริ่มรับงานแสดงละครเวทีตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบโดยแสดงหนึ่งในบรรดาดาราเด็กที่มีท่อนร้องกับคณะ Metropolitan Opera ที่ Lincoln Center จนกระทั่งอายุ 12 ขวบเธอก็ฝึกฝนงานแสดงละครเวที และเทคนิคการใช้เสียงแนวคลาสสิค ทั้งยังร่วมแสดงในโอเปร่า 20 เรื่องที่ใช้ภาษาหลากหลายถึง 5 ภาษาด้วย

รอสซั่มเป็นฑูตเยาวชน (Youth Ambassador) ของ Youth AIDS องค์กรนานาชาติที่ให้การศึกษาแก่คนรุ่นใหม่ในกว่า 60 ประเทศถึงการป้องกันและดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ AIDS เธอยังเดินทางไปทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการรับรู้ถึงการแพร่กระจายเชื้อผ่านการปราศัยตามโรงเรียน, มหาวิทยาลัย, และการประชุมของรัฐทั้งหลาย

รอสซั่มเกิดในมหานครนิวยอร์ค (New York City) และเข้าศึกษาที่ Spence School เธอจบการศึการะดับมัธยมศึกษาผ่านโครงการ Education Program for Gifted Youth (EPGY) ของ Stanford University และ Center for Talent Development (CTD) ของ Northwestern University ด้วย


เจมี่ ชุง รับบทเป็น จีจี้ (JAMIE CHUNG: Chi Chi)
จีจี้เป็นสาวฮ็อตของโรงเรียน เธอโตมาในครอบครัวบ้านรวย ใครต่อใครก็คาดหวังกับเธอไว้สูงมาก แต่เธอก็มีชีวิตอีกมุมหนึ่ง ชีวิตลับๆ  ที่เปี่ยมล้นด้วยไฟแห่งการต่อสู้ เธออาจจะดูสวยใสเหมือนเด็กสาวธรรมดา ๆ แต่พอเธอเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเมื่อไหร่ ก็ระวังให้ดีก็แล้วกัน เธอมือหนักไม่เบาเลยล่ะ

เจมี่ ชุงเคยนำแสดงมินิซีรี่ย์ของ ABC Family เรื่อง Samurai Girl ซึ่งบทเฮเว่น ของเธอเป็นเด็กสาวที่ครอบครัวมหาเศรษฐีชุบเลี้ยงอุปถัมภ์ แต่เธอก็พยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ชีวิตเยี่ยงเด็กสาวธรรมดา และไม่ละเลยขนบประเพณีซามูไรของบรรพบุรุษ

ล่าสุด ชุง เพิ่งปิดกล้องภาพยนตร์ค่ายอิสระเรื่อง Burning Palms ที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์ แลนเด็น ที่ถ่ายทำกันในลอส แองเจลิส  และถ่ายทอดเรื่องราวทั้งห้าของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเองได้อย่างแสบสันต์ ชุงยังร่วมแสดงกับแคร์รี่ ฟิชเชอร์ ใน The House on Sorority Row ที่นำผลงานสยองฉบับเมื่อปี 1983 กลับมาสร้างใหม่และจะออกฉายในเดือนตุลาคมปี 2009, The Princess Protection Program ที่สร้างเพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์ของ Disney โดยประกบกับเซเลน่า โกเมซ, และเดมี่ โลเวโต้ เรื่องฮา ๆ ของเจ้าหญิงวัยรุ่นที่ต้องเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ระหว่างที่ประเทศเล็ก ๆ ของเธอถูกรุกราน และจำต้องย้ายไปยังถิ่นทุรกันดานของวิสคอนซิน (Wisconsin) ใจกลางดินแดนย่าน Midwest ที่เธอต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตเยี่ยงหญิงสาววัยรุ่นอเมริกันธรรมดาๆ คนหนึ่ง ชุงยังร่วมแสดงใน I Now Pronounce You Chuck and Larry คู่เก๊…วิวาห์ป่าเดียวกัน และซีรี่ย์ดัง ๆ อย่าง ER, CSI: NY, และ Greek ด้วย    


โจวเหวินฟะ รับบทเป็น ผู้เฒ่าเต่า (CHOW YUN-FAT: Roshi)
ปรมาจารย์อาวุโสที่ช่วยสอนเคล็ดวิชาการต่อสู้ป้องกันตัวให้กับโกคู แล้วยังช่วยเผยความลับที่มาที่ไปอันมืดมนให้กับเขาด้วย มิหนำซ้ำยังร่วมขบวนการพิทักษ์โลกไปกับเขาด้วยในที่สุด ผู้เฒ่าเต่านี่ไม่เหมือนกับเซียนโลกตะวันออก  ที่คุ้นเคยกันมาก่อน เขาออกแนววขยันหลีหญิงและนิยมสวมเสื้อลายฮาวายสีฉูดฉาด

โจวเหวินฟะเติบโตบนเกาะลามา (Lama Island) ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในดินแดนเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ครอบครัวของโจวเหวินฟะย้ายมายังเกาะใหญ่ตอนเขาอายุ 10 ขวบ พออายุ 17 ปีเขาก็ออกจากโรงเรียนเพื่อหันมาเอาดีทางการแสดง และยังได้รับการแนะนำจากเพื่อนให้สมัครและได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนในหลังสูตรฝึกฝนนักแสดงของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในฮ่องกง หลังจากเรียนอยู่เป็นปี เขาก็ได้รับการเซ็นสัญญาเข้าสังกัดเป็นนักแสดงประจำช่องดังกล่าว และร่วมงานกันมายาวนานถึง 14 ปี

โจวเหวินฟะร่วมแสดงในซีรี่ย์ดังเรื่อง Hotel ที่ออกอากาศยาวนานถึง 128 ตอน และกลายเป็นนักแสดงชายรูปหล่อเสน่ห์แรง และดารานำชายเนื้อหอมของฮ่องกงไปด้วย ชื่อเสียงของโจวเหวินฟะก็โด่งดังยิ่งขึ้นเมื่อนำแสดงในซีรี่ย์เรื่อง The Bund ส่งให้เป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดังทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โจวเหวินฟะขยับขึ้นจอเงินใน The Story of Woo Viet เมื่อแอน ฮุย (Ann Hui) ผู้กำกับภาพยนตร์ทาบทามให้เขาแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ซึ่งก็เป็นผลงานการแสดงที่นักวิจารณ์ชื่นชมกันทั่วหน้า แม้จะเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทำกันในฮ่องกง ในช่วงที่กระแสผลงานแนวแอ็คชั่นที่เน้นการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยกังฟูกำลังมาแรง ส่งให้เส้นทางอาชีพนักแสดงความสามารถหลากหลายของเขาพุ่งทะยานขึ้นทันที โจวเหวินฟะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายและยังแสดงในภาพยนตร์ถึง 12 เรื่องในปี 1986 นับเป็นสถิติสูงสุดของนักแสดงชาวฮ่องกง  คนนี้เลยทีเดียว

หลังจากนั้นจอห์น วู ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังเจาะจงให้โจวเหวินฟะรับบทมาร์ค ในภาพยนตร์เรื่อง A Better Tomorrow โหด เลว ดี ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาโด่งดังไปทั่วโลก เขาจึงกลายเป็นนักแสดงชื่อดังคับเอเชีย  แล้วบุคลิกตัวละครที่สวมเสื้อคลุมยาว, แว่นกันแดด, และควงปืนสั้นเบเร็ตต้า ถล่มยิงแบบไร้ปรานีกลายเป็นภาพที่ผู้ชมติดหูติดตาเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันต่อมาอีกนาน แล้วเขาก็มีผลงานต่อมาอีกหลายเรื่องทั้งในแนวโรแมนติค, ตลกเฮฮา, และดราม่า ก่อนจะได้กลับมาร่วมงานกับ วู ผู้กำกับภาพยนตร์คู่ใจอีกครั้งใน The Killer โหดตัดโหด และ Hard Boiled ตำรวจทะลักเดือด ที่ส่งให้ โจวเหวินฟะ กลายเป็นนักแสดงขวัญใจคนทั้งโลกนั่นเอง

โจวเหวินฟะกลายเป็นนิยามใหม่ของโลกภาพยนตร์ โดยมีเขาเป็นแนวหน้าชูธงภาพยนตร์จากฮ่องกง  สู่ตลาดโลก ด้วยเรื่องราวที่สะท้อนภาพของผลงานแนวแก็งอันธพาลเฉกเช่นเดียวกับภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่นำแสดงโดย ฮัมฟรี่ย์ โบการ์ด กับเจมส์ แค๊กนี่ย์เพียงแต่ได้โจวเหวินฟะรับบทเป็นฮีโร่จำเป็นผู้แสนเศร้า

หลังจากนั้นภาพยนตร์เรื่อง City on Fire เถื่อนตามดวง ของริงโก้ แลม ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฮ่องกง ชื่อดังก็ส่งให้โจวเหวินฟะคว้ารางวัล Hong Kong Film Award สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และยังเป็นผลงานที่สร้างแรงบันดาลให้ เควนติน ทาแรนติโน่คนบันเทิงระดับโลกสร้างภาพยนตร์เรื่อง Reservoir Dogs ขบวนปล้นไม่ถามชื่อ ด้วย 

หลังจากโจวเหวินฟะร่วมแสดงภาพยนตร์เอเชียถึง 68 เรื่อง เขาก็มุ่งหน้าบุกเข้าสู่แวดวงมายาฮอลลีวู้ดในปี 1996 ด้วยบทพูดอังกฤษ  เป็นเรื่องแรกใน The Replacement Killers นักฆ่ากระสุนโลกันต์ ที่กำกับโดยแอนทวน ฟูกัวแล้วตามมาด้วย The Corruptor คนคอรัปชั่น ผลงานดราม่าตีแผ่แวดวงตำรวจที่กำกับโดยเจมส์ โฟลี่ย์, รับบทเป็นกษัตริย์ ใน Anna and the King มหากาพย์ของ Twentieth Century Fox ที่นำแสดงโดยโจดี้ย์ ฟอสเตอร์  แต่ก็ไม่โด่งดังเท่ากับบทนำแสดงใน Crouching Tiger, Hidden Dragon พยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลก ซึ่งส่งให้เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วสหรัฐอเมริกา

หลังจาก Bulletproof Monk คัมภีร์หยุดกระสุน แล้ว โจวเหวินฟะก็ร่วมแสดงบทเด่นใน Pirates of the Caribbean: At Worlds End ผจญภัยล่าโจรสลัดสุดขอบโลก ของ Disney และกลับมาร่วมงานกับแอน ฮุย (Ann Hui) อีกครั้งใน The Postmodern Life of My Aunt แล้วร่วมแสดงใน Curse of the Golden Flower ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง และกลับมาร่วมงานกับจอห์น วู  อีกครั้งใน Stranglehold ที่สร้างอ้างอิงจากวิดีโอเกมส์สุดฮิต ผลงานเรื่องถัดไปของโจวเหวินฟะคือ Shanghai ดราม่าลุ้นระทึกที่นำแสดงโดยจอห์น คูแซ็ค

หนังสือพิมพ์ Los Angeles Times ยกย่องให้โจวเหวินฟะเป็น นักแสดงที่เท่ที่สุดในโลก ส่วนนิตยสาร People ยกย่องให้เป็น 1 ใน 50 คนสวย-หล่อที่สุดในโลก เขายังคงใช้ชีวิตอยู่ในฮ่องกง ในฐานะ พี่ใหญ่ (Big Brother) ของแฟน ๆ และถ่ายภาพทิวทัศน์ซึ่งวางแผนนำออกจำหน่ายหาเงินช่วยเหล่าองค์กรการกุศลทั้งระดับท้องถิ่นและระดับโลกที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย


จุน ปาร์ค รับบทเป็น หยำฉา (JOON PARK: Yamcha)
โจรกระจอกที่อยากรวยเร็วจนลงมือจับตัวโงคู, ผู้เฒ่าเต่า, และบลูม่าไว้กลางทะเลทราย แต่ก็ลงเอยด้วยการออกผจญภัยไปด้วยกัน

ปาร์ค จุนยอง หรือ จุน ปาร์คเป็นทั้งนักแสดง, นักร้อง, และพิธีกรรายการโทรทัศน์ เขายังเคยร่วมแสดงโทรทัศน์นับร้อยรายการในประเทศเกาหลี บ้านเกิด ปาร์คเกิดในกรุงโซล แล้วจึงไปเติบโตในแคลิฟอร์เนีย เขาแสดงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องแรกใน Speed Racer ไอ้หนุ่มสปีดเขย่าฟ้า โดยรับบทนักขับรถแข่งยากูซ่า จอมวายร้าย เขายังเคยร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลง If ของ Janet Jackson และเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ของเขาเองที่ชื่อ Non Stop ในเกาหลี ด้วย

ปาร์คยังเป็นนักร้องนำและแร็พเพอร์ประจำ G.O.D. หรือ Gross Over Dose วงฮิพ-ฮ๊อพเกาหลีที่มีผลงานตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปี 2005 นอกจากจะเคยเปิดการแสดงสดที่ขายบัตรเกลี้ยงแล้วก็ยังมีอัลบั้มที่ขายได้มากกว่า 6 ล้านแผ่นทั่วเกาหลี และเอเชียตะวันออก



 

เจมส์ มาร์สเตอร์ รับบทเป็น ราชาปิศาจพิคโกโร่ (JAMES MARSTERS: Lord Piccolo)
คู่ปรับของทั้ง โงคู, ผู้เฒ่าเต่า, และบลูม่า ผุ้จะมาปลุกอสูรร้าย ให้ร่วมทำลายโลกกัน

เจมส์ มาร์สเตอร์ เป็นนักแสดงหนุ่มขวัญใจแฟน ๆ ทั่วโลกจากบทสไปค์ แวมไพร์พั้งค์สไตล์ โกธิคในซีรี่ย์ดัง Buffy the Vampire Slayer หลังจากร่วมแสดง Buffy มานานถึง 6 ชุดปีเขาก็ยังตามไปรับบทเดิมใน Angel ซีรี่ย์ที่ดังไม่แพ้กันด้วย เขาเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและคว้ามาครองได้สำเร็จมากมาย รวมทั้ง รางวัล Spacey award, รางวัล Saturn Award, รางวัล Cinescape Face of the Future award, รางวัล Golden Satellite Award, และรางวัล Teen Choice Award ด้วย

มาร์สเตอร์ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง P.S. I Love You ป.ล. ผมจะรักคุณตลอดไป ผลงานรักหวานซึ้งที่นำแสดงโดย ฮิลารี่ สแวงค์, เจอราร์ด บัดเลอร์, และแคธี่ เบทส์ เขายังเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง รวมทั้ง The House on Haunted Hill บ้านเฮี้ยนหลอนผวาโลก, Winding Roads, และ Chance and Shadow Puppets ภาพยนตร์แนวลุ้นระทึของค่ายอิสระ

ส่วนผลงานทางโทรทัศน์ มาร์สเตอร์รับบทนำแสดงใน Cool Money ภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์, รับบทแบรนนิแอ็ค วายร้ายจากดาวคริพโตเนี่ยน (Kryptonian villain) สุดมุ่งมั่นใน ซีรี่ย์สุดฮิต Smallville, และเป็นนักแสดงรับเชิญใน The Mountain, Saving Grace, Strange Frequency, Millennium, Andromeda, และ Without a Trace ล่าสุดเขาเพิ่งร่วมแสดงในภาพยนตร์ของ Lifetime เรื่อง The Capture of the Green River Killer ที่มีสองตอนจบด้วย

มาร์สเตอร์เกิดในเมืองทำอุตสาหกรรมป่าไม้ชื่อกรีนวิลซึ่งอยู่ห่างไกลไปทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย  แล้วมาเติบโตในเมืองโมเดสโต้ มาร์สเตอร์รู้แน่ชัดว่าเขาอยากจะเป็นนักแสดงแน่ ๆ ตั้งแต่ได้แสดงเป็นอีออร์ (Eeyore) ใน Winnie the Pooh ละครเวทีของโรงเรียนตอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังจากนั้นมาร์สเตอร์ก็ฝึกฝนฝีไม้ลายมือกับคณะละครที่โรงเรียนมัธยม แล้วมาศึกษาต่อที่ Juilliard School สถาบันสอนการแสดงชื่อดังในนิวยอร์ค (New York)

มาร์สเตอร์เริ่มการแสดงละครเวทีเป็นอาชีพในชิคาโก้โดยร่วมแสดงในละครเวทีดัง ๆ อย่าง The Tempest และ Red Noses ที่เปิดการแสดง ณ Goodman Theater โรงละครชื่อดังของชิคาโก้ เขายังร่วมก่อตั้งคณะละครเวทีที่เปิดการแสดงและประสบความสำเร็จทั้งในชิคาโก้และซีแอ๊ตเติ้ล ด้วย

ช่วงที่มาร์สเตอร์ไปใช้ชีวิตอยู่ในซีแอ๊ตเติ้ลนั่นเอง ที่ได้รับการทาบทามให้ไปร่วมเป็นนักแสดงรับเชิญใน Northern Exposure ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาย้ายมายังลอส แองเจลิส และเพียงไม่กี่เดือนเขาก็ได้ฝังเขี้ยวเป็นสไปค์ แวมไพร์คนดังใน Buffy the Vampire Slayer แล้ว

มาร์สเตอร์ยังเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงที่ประสบความสำเร็จด้วย เขาเป็นนักร้องนำของวง Ghost of the Robot ที่ตระเวนแสดงตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกอยู่ถึง 2 ปีซึ่งขายบัตรหมดเกลี้ยง ก่อนจะยุบวงไปเมื่อปี 2004 ในปีเดียวกันนี้เองที่มาร์สเตอร์หันมาสนใจดนตรีอย่างจริงจังและได้แสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองเต็ม ๆ ต่อมาในปี 2005 เขาก็วางแผงอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกที่ชื่อ Civilized Man และตระเวนเปิดการแสดงเดี่ยวสด ๆ ทั้งในอังกฤษ  และออสเตรเลีย ซึ่งก็ขายบัตรหมดเกลี้ยงทุกรอบ เขายังคงออกแสดงทั้งทัวร์ระดับโลก และตามคลับในสหรัฐอเมริกาอยู่บ้างยามตารางการแสดงไม่รัดตัวนัก


เอริโกะ รับบทเป็น มาอิ (ERIKO: Mai)
สมุนคู่ใจของพิคโกโร่คือ มาอิ หญิงงามที่แปดเปื้อนด้วยความชั่วร้ายไปทั้งตัว อาวุธคู่กายของเธอเรียกว่า ชิรูเก็น หรือมีดบิน

เอริโกะเป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้ชมอเมริกันจากซีรี่ย์ดัง Heroes ซึ่งเธอเป็นนักแสดงรับเชิญในบทหญิงสาวที่ถูกตาต้องใจฮิโร่ (Hiro) พระเอกของเรื่อง ซึ่งรับบทโดยมาสิ โอกะ (Masi Oka) เธอแสดงภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรกคือ Surf School โดยเป็นหนึ่งในนักแสดงนำหญิงด้วย

เอริโกะเป็นนักแสดงสาวชื่อดังในญี่ปุ่นและเคยนำแสดงภาพยนตร์และซีรี่ย์ทางโทรทัศน์กว่า 15 เรื่อง เธอเริ่มแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 13 ปีใน Flowery Afternoon ที่กำกับโดยคาซูกิ โอโมริ ซึ่งสร้างชื่อในสหรัฐอเมริกาจากภาพยนตร์ Godzilla หลายต่อหลายภาคนั่นเอง

เอริโกะยังแสดงประจำใน Go with the Wild ซีรี่ย์ที่แพร่ภาพช่วงไพรม์ไทม์ทาง Fuji Television หลังจากนั้นก็นำแสดงในมินิซีรี่ย์ My Beloved Ultra Seven ผลงานแนวดรามา-กึ่งสารคดีสะท้อนชีวิตจริงของ ยูริกิ ฮิชิมินักแสดงหญิงชื่อดังชาวญี่ปุ่น

หลังจากนั้น เอริโกะก็ยังมาร่วมแสดงใน Hideyoshi ผลงานดราม่าย้อนยุคที่แพร่ภาพเป็นพิเศษ NHK Annual Premiere ซึ่งเธอรับบทเป็นหญิงอับโชคที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการจนได้เป็นสตรีชาวญี่ปุ่นคนแรกที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์
นอกจากเอริโกะจะเป็นนักแสดงหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงแล้ว เธอยังเป็นนักร้องที่มีอัลบั้มขายดีถึง 10 ชุดและซิงเกิ้ลแรง ๆ มากถึง 15 เพลงที่ออกกับค่าย Toshiba EMI เธอยังเป็นโฆษกให้กับสินค้าระดับโลกหลาย ๆ ตัว และยังเป็นนางแบบขึ้นปกนิตยสารชั้นนำของญี่ปุ่นมากมายอีกด้วย


 

แรนดัล ดุค คิม รับบทเป็น โกฮัง (RANDALL DUK KIM: Gohan)
ปู่ของโกคู ซึ่งคอยเลี้ยงดู และฝึกวิชาให้โกคูนั่นเอง และเป็นคนมอบดราก้อนบอล ดาวสี่ดวง ให้แก่โกคู

แรนดัล ดุค คิมเป็นนักแสดงละครเวทีผู้ช่ำชอง เขาเกิดในฮอนโนลูลู ฮาวาย ในครอบครัวเชื้อสายจีน/เกาหลี

ผลงานการแสดงภาพยนตร์ของแรนดัล ดุค คิมก็มี The Matrix: Reloaded สงครามมนุษย์เหนือโลก ที่เขารับบทช่างทำกุญแจ (The Keymaker), Memoirs of a Geisha นางโลมโลกจารึก, Anna and the King, The Replacement Killers นักฆ่ากระสุนโลกันต์, และ Kung Fu Panda จอมยุทธพลิกล็อค ช็อคยุทธภพ เขายังร่วมแสดงในผลงานทางโทรทัศน์เรื่อง The Lost Empire และเป็นนักแสดงรับเชิญใน 100 Centre St., Cashmere Mafia, และ New Amsterdam คิมยังพากย์เสียงของเจมส์ หว่อง (James Wong) ที่ปะทะบทบาทกับโจวเหวินฟะ ใน Stranglehold วิดีโอเกมส์ชิ้นแรกของจอห์น วู, พากย์เสียงของชินเง็น ในวิดีโอเกมส์ Red Ninja, และยังร่วมแสดงเป็น ช่างทำกุญแจ ในวิดีโอเกมส์ Enter the Matrix กับ The Matrix: Path of Neo ด้วย

ผลงานการแสดงละครเวที Broadway ของคิมก็มี Flower Drum Song, Golden Child, และ The King and I ที่นำกลับมาแสดงใหม่ เขายังรับบทโอมาร์ เคย์ยาม (Omar Khayyam) ใน Kismet ที่เปิดการแสดง ณ New York City Center Encores! คิมยังคว้ารางวัล off Broadway Obie® award สาขาสืบทอดบทบาทการแสดงได้ยอดเยี่ยม (sustained excellence of performance) เขารับบทเบลาเรียส (Balarius) ใน Cymbeline ที่เปิดการแสดง ณ NY Shakespeare Festival, มาร์ค (Marc) ใน Yaasinia Rezas ART ที่เปิดการแสดง ณ Singapore Repertory Theatre, และโคชิ อาซาโน่ (kochi Asano) ใน A Majority of One ของเลียวนาร์ด สไปเกลกาส (Leonard Spigellgass) ด้วย

คิมเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะละครเวที American Players Theatre ในเมืองสปริงกรีน วิสคอนซิน และเป็นผู้กำกับศิลป์และร่วมแสดงด้วยในผลงานของเชคสเปียร์หลาย ๆ เรื่อง ปัจจุบันเขาลงหลักปักฐานอยู่ในนวร์ค นิวเจอร์ซี่


 

เจมส์  หว่อง ผู้กำกับภาพยนตร์
(JAMES WONG: Director)

เจมส์ หว่องเกิดในฮ่องกง พอเขาอายุ 10 ขวบก็ย้ายไปซานดิเอโก้ แคลิฟอร์เนีย พอเข้าเรียนที่ El Cajon Valley High School ก็พบกับเกล็น มอร์แกน (Glen Morgan) คู่หูนักเขียนบทภาพยนตร์ในอนาคตของเขา ทั้งคู่เข้าศึกษาต่อที่ Loyola Marymount University ซึ่งหว่องลงทะเบียนเรียนวิศวกรรมศาสตร์ แล้วจึงเบนเข็มมาเรียนด้านการภาพยนตร์ในภายหลัง

หลังจบการศึกษา หว่องเริ่มทำงานเป็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ชื่อแซนดี้ โฮเวิร์ด ช่วงนั้นเองที่หว่องกับมอร์แกนเขียนบทภาพยนตร์ร่วมกันหลายเรื่อง จนกระทั่งมีเรื่องที่ได้รับการอำนวยการสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่ง The Boys Next Door ก็ประสบความสำเร็จจนส่งให้ทั้งคู่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเขียนเต็มตัวกับ Stephen J. Cannell Productions และร่วมงานเขียนบทให้กับซีรี่ย์อย่าง 21 Jump Street, Booker, และ The Commish เป็นต้น

คริส คาร์เตอร์ ติดอกติดใจหว่องกับมอร์แกนในระหว่างไปตั้งกองถ่ายทำในแวนคูเวอร์ สำหรับซีรี่ย์ชุดใหม่ของ The X-Files เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ FBI สองคนที่พยายามสืบขุดคุ้ยคดีที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ หว่องกับมอร์แกนช่วยปรับแต่งทิศทางซีรี่ย์ใน 2 ชุดปีแรกกับเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการพัฒนาบุคลิกของตัวละครเด่น ๆ หลายตัว ผลงานของพวกเขาใน The X-Files ทำให้ได้งานเขียนบทในซีรี่ย์เรื่องอื่น ๆ ตามมาทั้ง Space: Above and Beyond, Millennium, และ The Others

ต่อมาในปี 2000 หว่องก็ก้าวขึ้นเป็น ผู้กำกับภาพยนตร์เต็มตัว ด้วย Final Destination 7 ต้องตาย โกงความตาย เป็นเรื่องแรก ซึ่งเขาร่วมเขียนบทกับมอร์แกน และประสบความสำเร็จอย่างสูง หลังจากนั้นเขาก็ กำกับเจ็ท ลี ใน The One เดี่ยวมหาประลัย, และ Final Destination 3 โกงความตาย เย้ยความตาย ที่ประสบความสำเร็จและตอกย้ำว่าจะมีภาคใหม่ตามออกมาแน่ เขากับมอร์แกนยังเขียนบทและอำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่นำมาสร้างใหม่เรื่อง Willard กองทัพอสูรสยองสี่ขา, และ Black Christmas เทศกาลฉลองเชือด