5 เหตุผลที่คุณควรยอมให้ แซม ไรมี่ ลากคุณลงนรก

Home / ข่าวหนัง / 5 เหตุผลที่คุณควรยอมให้ แซม ไรมี่ ลากคุณลงนรก

 

1. ต้นฉบับแห่งความสยอง
มีหนังสยองขวัญมากมายในปัจจุบัน ที่อาศัยแต่เสียงเอฟเฟ็คดังๆเพื่อสร้างความตกใจให้กับคนดู ถึงแม้ Drag Me to Hell มีสิ่งนี้อยู่เช่นกัน แต่ความแตกต่างมันก็อยู่ตรงที่วิธีการนำมาใช้ ทั้งจากฉากเปิดในช่วงยุคทศวรรษที่ 60 ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจถึงความหมายของการถูกลากลงนรกจริงๆ และยังเป็นการแนะนำปีศาจร้ายที่จะอยู่ในใจของเราจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของเรื่อง แซม ไรมี่ แสดงให้เห็นว่า เขาไม่เคยสูญเสียสัญชาตญาณของผู้กำกับหนังสยองขวัญ ทั้งในเรื่องของจังหวะการช็อคคนดูและการจัดองค์ประกอบในภาพ ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากนักในช่วง 30 นาทีแรก แต่คุณก็จะรู้สึกได้อย่างแน่นอน เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างระเบิดออกมาในช่วงองค์สุดท้ายของเรื่อง

 

2. Evil Dead 4
แน่นอนที่มันไม่ใช่ภาคต่อของหนังไตรภาคชุดนั้นของ แซม ไรมี่ แต่ก็ดูเหมือนว่าวิญญาณของ Evil Dead จะตามมาเข้าสิงในภาพยนตร์เรื่อง Drag Me to Hell ทั้งจากเรื่องเทคนิคการถ่ายทำและซาวด์เอฟเฟ็ค ที่ใกล้เคียงกันอย่างน่าประหลาด รวมถึงการเลือกโทนหนังที่ทั้งมีความน่ากลัวผสมผสานกับตลกร้าย รวมถึงหลายต่อหลายฉากที่ถูกสร้างเพื่อบูชา Evil Dead เช่นฉากเหนือจินตนาการระหว่างการทำพิธีกรรมเข้าทรง ซึ่งน่าจะทำให้แฟนเดนตายของ แซม ต้องรู้สึกพอใจกันอย่างถ้วนหน้า

 

3. อลิสัน โลห์แมน
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นนักแสดงที่มาแทน เอเลน เพจ (จาก Juno) ในวินาทีสุดท้าย แต่ อลิสัน โลห์แมน ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า เธอเป็นยิ่งกว่าตัวสำรองที่มาสวมบทบาทนี้ ถึงแม้ว่า จัสติน ลอง จะแสดงได้อย่างสมบทบาท ในบทแฟนหนุ่มผู้ซึ่งสงสัยในสตินางเอก แต่นี้ก็คือรายการโชว์ของ อลิสัน อย่างแท้จริง ซึ่งก็เหมือนกับพระเอกในหนังไตรภาคทั้งสองชุดอย่าง บรูซ แคมป์เบลล์ และ โทบี้ แม็คไกวร์ เพราะ อลิสัน เองก็ต้องถูกทรมานทั้งต้นเรื่องจนจบ เธอทั้งถูกทุบตีจนเจ็บช้ำ, เหวี่ยงไปทั่วทั้งห้องโดยพลังงานลึกลับ, สู้กับหญิงชราอย่างบ้าคลั่งในรถ และต้องทนทุกข์ทรมานกับเลือดกำเดาที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ แต่อย่างไรก็ตาม อลิสัน ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวัง และทำให้เรารู้สึกสงสารเธอได้ตลอดทั้งเรื่อง ทั้งๆที่เธอถูกบีบบังคับให้กระทำอะไรบางอย่างที่… ไม่น่าสงสารเอาเสียเลย

4. เอฟเฟ็คเหนือจินตนาการ
Drag Me to Hell ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ ในการเล่าเรื่องราวสยองขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น ก็คือการได้ทีมงานสร้างเอฟเฟ็ค ที่ขนมาจากแฟรนไชส์หนังสุดยิ่งใหญ่อย่าง Spider-Man ทั้งสามภาค ซึ่งเมื่อหนังเดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์ ไรมี่ และทีมงานก็เหมือนของขึ้น และได้ทำการปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหัวสมองออกมา เขาแนะนำให้เรารู้จักกับนรกในจินตนาการของทีมสร้าง และทำให้ Drag Me to Hell กลายเป็นประสบการณ์ที่มิรู้ลืมของใครหลายๆคน

5. ฉากจบ
เราคงไม่สามารถพูดอะไรได้มากนักเกี่ยวกับหัวข้อนี้ ซึ่งก็คงเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าคุณจะได้รู้มันเป็นครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ Drag me to Hell ไม่ใช่ภาพยนตร์สยองขวัญที่ทำให้คุณฝันร้าย หรือทำให้คุณประสาทหลอนระหว่างเดินทางกลับบ้าน แต่มันเป็นหนังที่มีความสยองสุดขีด แต่ยังสามารถสนุกไปกับมันได้ในเวลาเดียวกัน และหลังจาก แซม ไปรับหน้าที่สร้างแฟรนไชส์สเกลใหญ่ยักษ์อย่าง Spider-Man มาแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่เราได้เห็นเขากลับมามีความสุขกับแนวหนังที่ตัวเองรักอีกครั้งหนึ่ง


แถมด้วย คลิปสั้นๆจากหนังจ้า

คลิป ปะทะยัยแก่ สู้สุดชีวิต

คลิป คนสวยโดนสาป

คลิป ปีศาจนรก โผล่มากระชาก

ฉายแล้ว 4 มิถุนายน 52 ทุกโรงภาพยนตร์