?ทแกล้ว เรืองรัตน์? ก้าวที่ 20 ปี กับงานโฆษณา กับอีกก้าวแรก ในบทบาทผู้กำกับหนัง

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ?ทแกล้ว เรืองรัตน์? ก้าวที่ 20 ปี กับงานโฆษณา กับอีกก้าวแรก ในบทบาทผู้กำกับหนัง

ตายไม่ได้ตาย

ถ้าจะพูดถึงผู้ชายที่ชื่อ ?ทแกล้ว เรืองรัตน์? ในแวววงการโฆษณาหรือมิวสิควีดีโอ คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา กว่า 20 ปี กับการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพมากมาย ด้วยความคิดและไอเดียที่ฉีกแปลกแหวกแนว ไม่ว่าจะเป็นงานมิวสิควีดีโอหรือจะเป็นงานโฆษณาต่างๆ อย่างงานโฆษณาตัวล่าสุดของไทยเบฟเวอเรจ ?ชุดรอยยิ้มของพ่อ? ที่ทำให้หัวใจของคนไทยทั่วประเทศเบ่งบานและเป็นไปด้วยความสุข

และครั้งนี้กับก้าวแรกของ ?ทแกล้ว เรืองรัตน์? กับบทบาทผู้กำกับหนังน้องใหม่ ซึ่งเขาได้ชิมลางกับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต อย่าง? 6:66 ตายไม่ได้ตาย

ผลงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง
สำหรับผลงานที่ผ่านมาของผมเป็นที่รู้จักในยุคแรกๆ กับผลงานการกำกับมิวสิควีดีโอ สมัยนั้นผมได้ทำให้กับบริษัทคีตาเรคคอร์ด ยุคแรกก็จะมีทำให้ ?อ้อม สุนิสา, ฮันนี แสงระวี ,สามโทน, มะลิลา บาร์ซิลเลี่ยน? นั้นเป็นยุคนั้นเลยแหละ พอทำที่คีตาเสร็จ

ผมก็มาทำโฆษณา เป็นผู้กับกับภาพยนตร์โฆษณาก็จะเป็นอีกแนวนึง ถ้าเป็นโฆษณาก็จะเป็นในเรื่องของการขายของ ก็จะมีกระเบื้องตราเสือ มีมาม่ามีอะไรก็ว่ากันไป
จากนั้นก็สลับมีทำมิวสิควีดีโอด้วย ยุคนึงก็กลับมาทำมิวสิควีดีโอให้กับ ?โจ้อี้? บอย? อยู่ค่ายเบเกอรี่ และพอ ?โจอี้ บอย? มาอยู่ค่ายแกรมมี่ก็ทำให้ ?โจอี้ บอย? อยู่ 2-3 เพลง

และมีของ ?บิลลี่ โอแกน? ที่ได้รางวัล มีแรพโย่ของบิลลี่ที่ตอนนั้นย้ายมาอยู่คีตา ซึ่งเป็นดนตรีแรพผสมกับความเป็นไทยก็คว้ารางวัลได้ในตอนนั้น และก็มาทำทีวีกับรายการสดให้กับแชลแนลวี

จากนั้นก็ทำโฆษณาเป็นหลัก ที่มีอยู่ตอนนี้เป็นตัวโฆษณาเถิดพระเกียรติ ?ชุดรอยยิ้มของพ่อ?กับไทยเบฟเวอเรจ ถ้าจะรวมชีวิตการทำงานที่ผ่านมาก็ประมาณ 20 ปี และก็ได้มากำกับหนัง (6:66 ตายไม่ได้ตาย) เป็นเรื่องแรกกับหนังเรื่องนี้ ถือว่าเป็นเรื่องแรกของการทำหนังไหมก็เป็นเรื่องแรกที่มาเป็นผู้กำกับเต็มตัว

แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยได้มาช่วยทำภาพยนตร์เรื่อง ?ไอ้ฟัก? กับฉากทายาหม่อง (หัวเราะ) ที่ได้ร่วมงานกับ ?คุณปุ๊ก พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์? ผมก็สนิทกับทางพี่อู๊ด(ชูพงษ์ รัตนบัณฑูร) ตอนนั้นพี่อู๊ดเขาก็เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับคุณปุ๊ก

พี่อู๊ดเขาบอกว่าพวกฉากอิโรติกเขาไม่ถนัด พี่อู๊ดก็เลยมาคุยกับผมว่าให้ทแกล้วเข้ามาดูเฉพาะฉากนี้? ผมก็บอกอุ้ย…ผมจะมาถนัดอะไรเรื่องพวกนี้ ผมไม่ได้ทำแนวอิโรติกนะ แกก็บอกว่าเอาน่า มาช่วยคุณปุ๊กทำหน่อย ผมก็เลยได้เข้ามาช่วยเรื่องนี้ แต่ก็นิดหน่อยเท่านั้น

ความรู้สึกที่ได้มาทำภาพยนตร์เป็นอย่างไรบ้าง
ผมก็ได้ทำสารคดีมาแล้ว ทำมิวสิควีดีโอมาแล้ว ทำโฆษณามาแล้ว มันก็เหลืออีกศาสตร์นึงคือศาสตร์ของการทำหนังใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์ชั้นสูง วันนึงถ้าไปถึงจุดนั้นก็จะพบนะ? แต่ผมก็ไม่ได้ทะเยอทะยานว่าจะได้ทำหนังใหญ่นะ ผมก็มาคิดว่าการทำหนังใหญ่เนี่ย เป็นศาสตร์ชั้นสูงขึ้นไปอีก มันต้องใช้ประสบการณ์เยอะ

ผมมองว่ามันเป็นเรื่องชะตาฟ้าลิขิต คือหนังใหญ่เนี่ย บางคนคิดอยากทำแต่ไม่ได้ทำ แต่บางคนไม่คิดอยากทำแต่กลับได้ทำ บางคนได้ทำตอนอายุ 20 กว่า บางคนได้ทำตอนอายุ 40 กว่า พอมาสักวันนึงเรามาได้ทำก็เป็นอะไรที่ดี ซึ่งรอมาจนถึงอายุจะ 60 (หัวเราะ)

จุดเริ่มต้นที่ได้ก้าวมาทำหนัง เริ่มจากอะไร
ก็มีที่อื่นมาทาบทามบ้าง แต่ผมก็ไม่ได้คาดหวังในเรื่องของการกำกับไม่ได้ดิ้นรนอะไร ส่วนที่ตกลงมาทำกับเวิร์คพอยต์ ก็คือผมไปเจอ ?คุณโอ๋ พาณิชย์ สดสี? ผมก็มีโอกาสได้คุยกับเขาเรื่องหนัง ก็รู้ว่าเขาเป็นผู้กำกับอยู่เวิร์คพอยต์ด้วยความที่เรารู้จักกัน แต่อันนี้ต้องเป็นความตัดสินใจของเขาไม่ใช่ผม ผมก็บอกว่าผมสนใจแล้วนะ

เราก็โตพอที่จะทำหนังได้ ก็เอาพล็อตเรื่องไปนั่งคุยกันอยู่พล็อตนึง แต่โอ๋ก็โทรกลับมาเองว่ามีพล็อตนี้สนใจไหม พอได้อ่านก็รู้สึกสนใจ และก็ตอบตกลงไปว่าโอเคสนใจทำ ศาสตร์ชั้นสูงของหนังมีจริงไหม ซึ่งมันมรจริง ก็ทำให้เราได้รู้ว่าถ้าเราจะเดินเส้นทางนี้ต่อไป เราจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง เราก็ควรจะศึกษามันเพิ่มขึ้นด้วย

คาดหวังกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้อย่างไร
ผมไม่พยายามจะคาดหวังเลย เพียงแต่ว่าชั่วโมงนี้ผมก็จะพยายามทำทุกอย่างให้มันดีที่สุดเท่านั้นเอง และก็ไม่คาดหวังอะไรกับมัน ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ว่ากันไป จะมีคนชอบจะมีคนเกลียด นั้นก็เป็นสิ่งที่ผมทำใจไว้แล้ว หนังเป็นสื่อสาธารณะมันก็มีสิทธิที่คนจะมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่ผมก็ไม่ได้มายอะไรกับตรงนี้ เพียงแต่ว่าผมก็ภูมิใจที่ในชั่วโมงนี้ทุกคนทำดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงานทุกๆคน

6:66 ตายไม่ได้ตายคืออะไร
มันเป็นเหมือนตัวเลขที่เราเอามาเล่นกันมากกว่า จริงๆแล้วมันเป็นเวลา 19.06 น. ก็คือ 1 ทุ่ม 6 นาที แต่เราเอาคำว่า 6.66 ที่เหมือนกับเรื่องของความเชื่อในเรื่องของตัวเลข คนจีนเชื่อว่าเลข 8 คือเลขมงคล ส่วนฝรั่งเชื่อว่าเลข 13 คือเลขไม่ดี ส่วน 666 ก็มีความเชื่อว่าเป็นเลขปีศาจ เลขแห่งความชั่วร้ายเราก็เลยเอาตัวเลขมาเล่นในหนังเรื่องนี้? ซึ่งเป็นเรื่องราวสยองขวัญเกี่ยวกับตัวเลขอาถรรพ์ที่ต้องค้นหา

ทำไมคนต้องไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้
ผมว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มันเหมือนเป็นอีกมิติหนึ่ง คนเราเกิดมาก็ต้องตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคนไปรบกวนธรรมชาติแห่งความตาย? คนตายไม่ได้ตาย คนเป็นกลับต้องตาย คนตายแล้วฟื้น ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตคนทั่วๆไป ก็อยากฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ลองไปดูกัน? เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าจะให้อะไรกับคนดู ไม่ใช่แค่ความสยองขวัญแน่นอนครับ