สำรวจหนัง “โดนแบน-ติดเรต”ลูกกรงของผู้สร้างทั่วโลก

Home / ข่าวหนัง / สำรวจหนัง “โดนแบน-ติดเรต”ลูกกรงของผู้สร้างทั่วโลก

การจัดเรตภาพยนตร์ในบ้านเราเคยเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่พักหนึ่ง แม้จะไม่ร้อนแรงเท่ากับไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่ก็ถือว่าเป็นประเด็นให้ถกเถียงกัน ผู้ต้องการให้จัดเรตส่วนหนึ่งมาจากความกังวลในเนื้อหาและการนำเสนอที่ล่อแหลมต่อผู้ชมและอาจส่งผลกระทบเป็นปัญหาสังคม ในขณะที่ผู้สร้างมองว่าเป็นกระจกสะท้อนความเป็นไปของสังคม แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งอาจมองต่างกัน

Untitled-1

อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศได้มีการจัดเรตภาพยนตร์กันไปบ้างแล้ว ซึ่งทำให้มีหนังจำนวนไม่น้อยที่ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์ หรือโดนแบน และหนักกว่าสำหรับบางเรื่องที่ต้องยอมลงทุนหั่นฉากบางฉากออกไป เพื่อให้ได้เข้าฉาย มาดูกันหน่อยดีกว่าหนังเรื่องไหนบ้าง ที่เคยเข้าข่ายโดนแบน… โดยหั่น…

bruno_ver2

เริ่มกันที่ภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายในบ้านเรา (30 ก.ค.) อย่างเรื่อง Bruno (2009) ที่ได้นักแสดงเลื่องชื่ออย่าง ซาช่า บารอน โคเฮน มาแสดงนำอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จจากเรื่อง Borat หนังเรื่องนี้เป็นหนังล้อเลียน ที่มีความซ่าและบ้าแบบสาระแนห้าวเป้ง ตรงที่แกล้งอำชาวบ้านจนเกิดเรื่อง ทำให้ถูกแบนห้ามฉายที่ยูเครน นอกจากนี้ยังถูกตัดบางฉากก่อนฉายที่อังกฤษด้วย ส่วนบ้านเราไฟเขียวผ่านฉลุย

ต่อมาเป็นเรื่อง? The Da Vinci Code (2006) และ Angels & Demons (2009) ที่เพิ่งออกจากโรงบ้านเราไปไม่นาน ทั้งสองเรื่องโดนสำนักวาติกันเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตร เนื่องจากมีเนื้อหาที่ให้ร้ายและต่อต้านคริสตจักร และยุแยงให้ชาวคริสต์ทั่วโลกเอาใจออกห่างจากศาสนา อันอาจก่อให้เกิดความหายนะต่อศาสนาคริสต์ได้ แต่อย่างว่ายิ่งประท้วงห้ามฉายมากเท่าไหร่ หนังก็ยิ่งขายดี๊..ขายดี

da_vinci_code_ver8 angels_and_demons_ver3

Zoolander (2001) เป็นผลงานของนักแสดงตลก เบน สติลเลอร์ ที่หันมากำกับหนัง และเคยฉายในบ้านเรา ซึ่งหลายคนน่าจะได้ดูกันมาบ้าง สาเหตุที่โดนแบนห้ามฉายในประเทศมาเลเซีย ในสมัยของมหาเธห์ เพราะเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ทำนองดูถูก โง่เขลา เบาปัญญาเกินกว่าจะเป็นผู้นำคนอื่น แม้หนังจะไร้สาระไปสักหน่อย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันของคนที่ทุกวันนี้ต่างดิ้นรนเอาแต่ชื่อ เสียงและเงินทอง จนหลงลืมคุณธรรม รวมทั้งมุมมองอาชีพนายแบบระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

zoolander

Basie moi (2002) เป็นหนังฝรั่งเศส ที่มีฉากฆ่ารุนแรงและฉากเซ็กส์วิตถารตลอดทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวของผู้หญิง 2 คน ที่ถูกฝ่ายชายกระทำย่ำยีต่างๆ นานา และพวกเธอก็ตัดสินใจฆ่าผู้ชายเหล่านั้นด้วยตนเอง หนังดูรุนแรงมากจนถูกห้ามฉายในฝรั่งเศส และในอีกหลายๆ ประเทศ เป็นผลงานการกำกับของ วีร์ชินี่ เดสปองต์ ที่ต้องการสะท้อนการกระทำของนักแสดงนำทั้งสอง ที่ต้องการความยุติธรรมให้แก่ตนเองโดยพวกเธอเลือกที่จะเป็นศาลเตี้ยเสียเอง

syndromesposter021_resize

มาที่หนังไทยกันบ้างอย่างเรื่อง แสงศตวรรษ (2006) เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่โดนแบน เพราะตัวหนังตีแผ่ความเลวร้ายของสังคมเมืองไทย โดยผ่านการกระทำของตัวละครที่แหกกฎศีลธรรม ประเพณี จนดูเหมือนว่ามันเลวร้ายกว่าการทำผิดกฎหมาย และอาจทำให้กลุ่มอาชีพในเรื่องนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะวงการศาสนาและสาธารณสุข ซึ่ง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับกลับมองว่าหนังจะเป็นกระบอกเสียง บอกแก่สังคมว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยในขณะนี้

anna

ส่วนเรื่อง Anna and the King (1999) ผลงานการกำกับของ แอนดี้ เทนนาด เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ถูกห้ามฉายที่ประเทศไทยเหตุเพราะลบหลู่เบื้องสูง หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกับหนัง เป็นชีวประวัติของแอนนา เลียวส์โนเวน แหม่มชาวอังกฤษที่ได้รับการว่าจ้างให้มาสอนภาษาอังกฤษให้แก่พระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกเธอ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระราชวัง เนื้อหาถ่ายทอดคำบอกเล่าและความรู้สึกของแหม่มแอนนาเพียงข้างเดียว โดยเฉพาะการที่มองว่าคนไทยไม่ใส่เสื้อผ้า พูดจากระด้าง เป็นคนไร้การศึกษา ไร้วัฒนธรรมทำให้เกิดภาพลบแก่ประเทศ

xiu_xiu_the_sent_down_girl
Xiu Xiu :The Sent Down Girl (1998)
หนังเรื่องนี้กล่าวถึง ซิ่ว ซิ่ว เด็กสาวที่ถูกหลอกให้ออกจากหมู่บ้าน เพราะนโยบายของรัฐบาลในปี 1976 ที่ต้องการลดจำนวนประชากรในตัวเมืองลง หนังเรื่องนี้โดนแบนที่ ประเทศฮ่องกงและจีน เพราะโครงเรื่องกล่าวถึงการที่เพศชายย่ำยีเพศหญิง และการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องบัดสี แต่ในมุมมองของผู้กำกับ โจน เซ็ง กลับต้องการสะท้อนถึงผู้คน วัฒนธรรมในสังคมที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ที่มีผลต่อเพศหญิงในเรื่องของศักดิ์ศรีและเสรีภาพ

summer_palace

สำหรับ Summer Palace (2006) ผลการกำกับของ หลูยี ในเรื่องนอกจากจะมีฉากรักที่โจ๋งครึมขัดกับวัฒนธรรมอันดีของจีนแล้ว ยังมีฉากหลังเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง หนังเรื่องนี้บอกเล่าความเลวร้ายทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับคนในชาติทุกๆ ด้าน รัฐจึงมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นการตอกย้ำเหตุการณ์นองเลือดในการเรียกร้อง ประชาธิปไตยของประชาชนที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน หนังจึงถูกแบนตั้งแต่ ตัวหนังจนผู้สร้างถูกห้ามสร้างหนังนานถึง 5 ปีทีเดียว บทลงโทษกลายเป็นการประจานประเทศจีนมากยิ่งขึ้นเมื่อหนังไปดังตามงานประกวด ภาพยนตร์ต่างๆ

ที่มา : คม ชัด ลึก