ไฟว์สตาร์ จับมือ ททท.จัดกิจกรรม “รักษ์ป่า รักษ์ไม้ รักษ์เขาใหญ่ กับนางไม้”

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ไฟว์สตาร์ จับมือ ททท.จัดกิจกรรม “รักษ์ป่า รักษ์ไม้ รักษ์เขาใหญ่ กับนางไม้”

2

กิ๊บซีนำทีมร่วมกันปลูกป่่า

บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ผู้สร้างภาพยนตร์ เรื่อง “นางไม้” จับมือกับการท่องเที่ยวแห่ง
ประเทศไทย จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้
ในชื่อว่า “รักษ์ป่า รักษ์ไม้ รักษ์เขาใหญ่ กับนางไม้” การคืนต้นไม้ให้ป่า

โดยมีสองนักแสดงนำจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง “นางไม้” คือ “ปีเตอร์ – นพชัย ชัยนาม” และ “กิ๊บซี่ – วนิดา เติมธนาภรณ์” มาร่วมทำกิจกรรมในการปลูกพรรณไม้บนป่าเขาใหญ่ พร้อมกับเยี่ยมชมไร่องุ่น PB VALLEY เขาใหญ่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยกิจกรรมครั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมออกเดินทาง โดยรถบัสจาก หน้าอาคาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ สำนักงานใหญ่ ไปยัง ศูนย์การเรียนรู้ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

ซึ่งเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. เขาใหญ่ โดยมี “นายอรรถพล วรรณกิจ” ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ คณะสื่อมวลชนและผู้ร่วมเดินทางทุกท่าน และมี “นายอักกพล พฤกษะวัน” รองผู้ว่าการด้านสินค้าท่องเที่ยว เป็นผู้กล่าวเปิดงาน

โดยมี “นางพรทิพย์ อ่อนนุ่ม” ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนธุรกิจท่องเที่ยว เป็น ผู้กล่าวรายการ ร่วมด้วย “นายพรหมเมธ นาถมทอง” ผู้อำนวยการกองแผนงานการลงทุน และ”นางสาวปัญจมา มัณฑะจิตร” ผู้อำนวยการกองวารสาร ร่วมเปิดงานในครั้งนี้

จากนั้นเหล่าผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วมกันปลูกป่า นำโดย สองนักแสดงนำจาก “นางไม้” กิ๊บซี่ วนิดา” และ “ปีเตอร์ นพชัย” พร้อมผู้บริหารค่ายไฟว์สตาร์ โดยมีตัวแทนนักเรียนจาก7 โรงเรียนในพื้นที่รวมกว่าร้อยชีวิต ที่มาร่วมแสดงจุดยืนในการร่วมกันฟื้นฟูผืนป่า

1

จากนั้นเป็นการร่วมรับประทาน อาหารกลางวันที่ ร้านครัวน่านน้ำ และเดินทางไปเยี่ยมชมไร่ไวน์ พีบี วัลเลย์ โดย “คุณประยุทธ เปียงบุญทา” กรรมการบริษัทฯ ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯอย่างสวัสดิภาพ

โดย “กิ๊บซี่” และ “ปีเตอร์” เผยถึงกิจกรรมในครั้ งนี้ว่า “รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของกิจกรรมในครั้งนี้ หลังจากที่เราสองคนได้ถ่ายหนังนางไม้ในป่าที่เขาใหญ่มานานนับเดือน ได้คลุกคลีอยู่ในป่า ทำให้เห็นคุณค่าของป่าที่เราอาจจะละเลยไป

3

กิจกรรมนี้ก็เสมือนเป็นการช่วยกระตุ้น ให้เราหันมาสนใจป่า ต้นไม้ และยิ่งมีน้องๆในพื้นที่มาร่วมใจกันปลูกป่าอย่างนี้แล้ว ก็รู้สึกดีใจ อยากให้ปลูกฝังถึงคุณค่าของธรรมชาติ ที่จะคงอยู่กับเราชั่วชีวิต ต้นไม้ต้นหนึ่งกว่าจะเติบโตขึ้นมาได ้ต้องใช้เวลานาน เพราะฉะนั้นถ้าเราปลูกเสีย ตั้งแต่ตอนนี้ ในรุ่นลูกรุ่นหลานของเราก็จะได้มีผืนป่าใช้ประโยชน์ได้ต่อไป”