เอ็ม39 ค่ายหนังไทยเจ้าใหม่ ที่จะมาสร้างสันมันในวงการ

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / เอ็ม39 ค่ายหนังไทยเจ้าใหม่ ที่จะมาสร้างสันมันในวงการ

32-dec

เข้ากอง 32 ธันวา ผลงานกำกับของ ยอร์ช-ฤกษ์ชัย ที่สวนเบญจกิตติ สบโอกาสพูดคุยกับ “เอมี่ – จันทิมา? เลียวศิริกุล” กรรมการผู้จัดการและโปรดิวเซอร์ ของค่าย M 39 ถึงนโยบายของ M 39 บริษัทที่ถอดรากออกมาจาก M – เมเจอร์, 3 – การบริหาร 3 ส่วน : โปรโมชั่น โปรดักชั่น และ ดิสทริบิวต์, และ 9 – เลขมงคล

Amy01

พูดถึงนโยบายบริษัท M 39
“ปีนี้ฉาย 1 เรื่อง ทำอยู่ 4 เรื่อง แต่จะฉายปีละ 5 -6 เรื่อง คิดว่าน่าจะพอมีแรงทำ ซึ่งทั้งหมดก็วางไว้จาก overhead office ที่เรามี การวางตลาดก็น่าจะอยู่ที่ 4-5-6 อยู่ที่ตัวเลขนี้แหละ? แต่ก็ต้องดูว่าโปรเจคที่มาหาเรา มันมีถึงหรือครบรึเปล่า ไม่ใช่ไปดิ้นรน หรือ ออเดอร์ แล้วก็ที่ได้ของที่มันไม่ใช่มา”

งบประมาณในแต่ละโปรเจค
“มันแล้วแต่โปรเจคที่คุณนำมาขายมันเป็นโปรเจคอะไร แนวไหน ตลาดปกติของแนวที่นำมาขาย ตัวเลขเฉลี่ยแล้วรายได้มันอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วตัวโปรเจคต่อยอดให้มันฟูลขึ้นหรือเปล่า พลังงานของโปรเจคมันโอเคหรือเปล่า ส่วนที่เหลือก็นำมาพิจารณาประกอบกัน คือจริง ๆ แล้ว คำว่าราคา เราก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าในแต่ละปีจะลงทุนเท่าไหร่ เรทไม่เกินอยู่ที่เท่าไหร่ ไซส์หนังที่เราจะเอา แต่ว่าแต่ละเรื่องจะราคาเท่าไหร่ พี่มองว่ามันคือแล้วแต่ธีมที่เราเลือก คือเราต้องประเมินตัวเลขให้แม่น มันจะได้ ได้หนังที่ประหยัดงบ หรืองบมันไม่พอจนหนังมันประดักประเดิด มันก็จะเสียของเปล่าๆ”

“งบการลงทุนทั้งก้อนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี แล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวโปรเจค Overall ตัวโปรดักชั่นต่อเรื่องจริงๆ งบประมาณที่ใช้ที่เปิดอยู่ประมาณ 20-25 แล้วก็บางโปรเจคที่เฉพาะมาก ๆ ว่ามันต้องใช้เงินลงทุนอย่างหนัง “เรียว” ต้องขับรถเป็นคาราวานไปถึงเวียดนาม มันก็ต้อง up ความเป็นต่างประเทศเข้าไปบ้าง คือเราก็ต้องดูตามความเหมาะสม ดูว่าบวกเข้าไปแล้ว การได้คืนมันจะสาหัสหรือเปล่า เราก็ต้องทบไปทบมา แต่ว่าก็ยังอยู่ในงบ 300″

มีการขอเพิ่มอีกมั้ย
“เรามองว่ามันเป็นเรื่องของขั้นตอนที่ 1 เมื่อโปรโมทหนังไปแล้ว หนังเรื่องนี้มันดัน ฟูล เราก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันอยากปล่อย ก็อาจจะต้องคุยเรื่องตัวเลขเพิ่ม คือมองเป็นเรื่องๆ? ถ้าจะเพิ่ม เรามองมาตรฐานก่อนว่าถ้าจะทำ 5-6 เรื่อง ตัวเลขก็น่าจะประมาณเท่านี้แหละ ปริมาณขนาดนี้แล้ว”

หนังเรื่องต่อไป
“อีก 2 เรื่องที่จะเปิดไล่ ๆ กัน กันยา-พฤจิกา ก็ของ อ๊อฟ – มณฑล อารยางกูร หนังแดนซ์ ดราม่า กับ ของ เรียว – กิตติกร เลียวศิริกุล ประมาณพฤจิกา ที่เวียดนาม แต่ยังพูดไม่ออกว่าจะเป็นแนวหนังอะไร แต่น่าจะเป็นหนังประมาณคอมมิดี้แหละ บอกได้เลยว่าหนังของเรียวทำโปรโมทยากสุด เพราะหนังเค้าเฉพาะมาก เราจะดึงทิศทางการโปรโมทออกมายังไง ที่เวลาเราฟังไอเดียเค้าแล้วเรารู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วเราจะเล่ายังไงให้คนดูสนใจเหมือนที่เราสนใจฟังเค้าเล่ามา”

Amy02

มีคนเคยพูดว่าเวลาเสนองานเป็นแบบนี้ แต่พอทำจริงมันแหกออกไป
“สำหรับเรียวเนี่ย ก็มี แต่เราเชื่อในวิธีคิดของเค้า เราเลยให้แหกจากจุดเริ่มต้น เพราะเรียวเค้าชอบคิดไอเดียค้างไว้นานๆ จุดเริ่มต้นถ้าเดินไปข้างหน้าซักครึ่งปีมันจะเก่า แต่เรียวเค้าไม่ยอมเก่า และจุดสำคัญของเค้า คือเค้าคิดจะทำหนัง100ล้านทุกเรื่อง แล้วมันมีโจทย์คำว่า100ล้าน ซึ่งมันไม่ได้มาได้ง่ายๆ คุณต้องเป็นของใหม่ ของที่คนยังไม่เคยทำ ของที่คนไม่คาดคิดว่าคุณจะทำ คนก็เลยเข้าใจผิดว่าคุยวันนั้นกับคุยวันนี้ทำไมมันแหกคอก? แต่มุมเราดี ผู้กำกับที่เป็นแบบนี้ แต่เรามีหน้าที่แค่แบบว่าไม่ให้เค้าเพ้อจัดไปนิดนึง และผู้กำกับในมือเราก็เป็นแบบนี้หมด เราแฮปปี้ที่เป็นแบบนี้ เราแค่บอกให้เค้ากลับมาตามเส้นเรื่อง ไม่ต้องนั่งบล็อคสตอรี่ 100% เต็ม เนื้อหาที่เราจะพูดในหนังจะเน้นไปที่เรื่องใกล้ตัวของคนดู

ในแต่ละปีก็จะทำหนัง 5 เรื่อง
“พยายามให้เป็น Loop แบบนี้ เพราะว่าอย่างน้อย ๆ เรามีทีมงานที่เราดูแลอยู่ทั้งฟรีแลนซ์ พนักงานประจำ คือจะได้ทำงานและพัฒนาไปด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเบรคไปกระโดดไป ทีมงานก็กระโดดหายไป แล้วก็แวะไปทำละครมั่ง แวะไปทำรายการมั่ง หนังมันก็ไม่พัฒนา ก็คืออยากให้มันเป็นปกติเพื่อให้ทั้งคนและตัวหนังที่เราทำอยู่ด้วยกันมันพัฒนาไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

ในการพิจารณาโปรเจคเริ่มจากที่ผู้กำกับมาเสนอบทก่อน..
“ถึงเค้าจะมาเสนอเป็นบทหรือในรูปแบบใดก็ตาม พี่จะพิจารณาซื้อกันที่ Theme แล้วค่อยมาพัฒนาออกมาเป็นบท เพราะบางทีเรื่องบท มันเป็นเรื่องของรสนิยมที่เราจะจอยกัน เพราะแต่ละที่บทก็มีทิศทาง แนวทาง ความเชื่อมั่นในตัวเอง มันก็ไม่เหมือนกัน เพราะงั้นไม่ว่าจะมาเป็นบทยังไง มันคงต้องเกลา ต้องปรับกันอยู่ดี เพราะงั้นพี่ว่าเราคุยกันที่ Theme มั้ย ธีมมันก็พัฒนาไปเป็นบท แล้วก็ยังคงเป็นทิศทางการขายที่เรามองว่าเราเลือก Theme นี้เราจะขายอะไร”

มีการเลือกคนเขียนบทในแต่ละธีม
“ใช่ คือเรามองว่าคนนี้เค้าเหมาะกับไอเดียที่เราอยากทำรึเปล่า? อย่างจะทำหนังวัยรุ่นเราก็ดูว่าคนเขียนเค้าอายุเท่าไหร่ คือในเรื่องการเขียนบทพี่ว่าผู้กำกับก็สามารถคอนโทรลอะไรได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องมาเติมให้ผู้กำกับมันคือมุมมอง อีกมุมมองหนึ่งที่เค้าจะเขียนมาให้ผู้กำกับมากกว่า สมมติจะทำหนังวัยรุ่นเราก็มองหาคนที่มีชีวิตประจำวันที่เป็นวัยรุ่น แต่พี่ก็ยังไม่เคยทำวัยรุ่นจัด ๆ ซักทีเหมือนกัน ความจริงก็คือยังไม่ค่อยมีโปรเจควัยรุ่นจัด ๆ หรือแบบยังไม่ค่อยมีคนเขียนบทที่เป็นวัยรุ่นจัด ๆ อยู่ในมือ แต่ก็เริ่มมีแล้ว เริ่มมีผู้กำกับวัยรุ่นอยู่ในมือบ้างแล้ว”

ไม่จำกัดคนที่จะเข้ามาเสนองาน
“ไม่จำกัด ไม่ได้อยากให้มองว่าขีดเส้นทำกันเฉพาะแค่ตรงนี้ เพราะมีความเชื่อว่า โปรเจคที่มันน่าสนใจมันมีอยู่ทุกที่แหละ คือถ้าคุณคุยแล้วเรามองว่ามันเจ๋งเราก็สนใจ”

เปิดโอกาสให้คนทำหนังสั้น
“อย่างที่พี่บอกว่า โปรเจคที่นำมาเสนอมันสามารถเอามาให้พี่พัฒนา มีช่องอะไรเพิ่มอีกมั้ย ขายได้รึเปล่า หรืออย่างเด็กใหม่ที่เข้ามามีความสามารถแต่ยังไม่ไว้ใจให้กำกับก็ให้ทำอย่างอื่นไปก่อน

คือพี่ก็มีมุมหลายอย่างที่พี่ทำเหมือนกัน คือพี่ไม่ได้ขยับทำอะไรใหม่ๆ ให้กับโปรดักชั่นอย่างเดียว พี่ขยับทำอะไรกับโปรโมทเหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ เราทำโปรโมทแบบนิ่งๆ กันเกินไปแล้ว ทิศทางการโปรโมทหนังมันไม่สนุกเลย ในปัจจุบันมันเหมือนต้องมีกระบวนการคิด การ PR และการโปรโมทหนังแต่ละเรื่องที่ให้นักข่าวสนุก และเราก็สนุก มันจะได้มีคนสนใจเพิ่มขึ้น มันก็เลยมีเรื่องยากหลายอย่างที่เราต้องคิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโปรดักชั่น มันก็จะมีเรื่องโปรโมท เรื่องงาน PR เพราะงั้นพี่ก็ต้องการคนใหม่ ๆ เหมือนกัน ถ้าคุณเจ๋งจริงก็ยินดีต้อนรับ”

———————————————————————————————

ทิ้งท้ายด้วยรูปถ่ายพระนางจากเรื่อง 32 ธันวา จ้า

คำถาม : การไม่รู้ว่าใครรักเรา กับ การไม่รู้ว่าเรารักใคร… ปัญหาไหนใหญ่กว่ากัน?

คำตอบ : ปัญหาไหนใหญ่กว่าไม่รู้ แต่ที่รู้…เรารักกัน!!!

Couple-DAN-SAIPARN

11111

IMG_3794