ได้แล้ว!! กูรูพันธุ์อึด ดูหนัง 168 ชั่วโมง 7 วัน 7 คืน

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ได้แล้ว!! กูรูพันธุ์อึด ดูหนัง 168 ชั่วโมง 7 วัน 7 คืน

02

“ณัฐวุฒิ หัวใจแก้ว” กูรูพันธุ์อึด ทุบสถิติดูหนังมาราธอนตัวเอง สร้างสถิติประเทศไทยใหม่ 168 ชม. 7 วัน 7 คืน

กูรูคนพันธุ์อึดนายณัฐวุฒิ หัวใจแก้ว อดีตแชมป์ดูหนังมาราธอน ปี 2547 ยังคงรักษาแชมป์ทุบสถิติดูหนังมาราธอนตัวเองที่เคยทำไว้ 80 ชั่วโมง40 นาที ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้น เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้น และครั้งนี้ได้สร้างสถิติดูหนังมาราธอนยาวนานที่สุดของประเทศไทยที่เวลา168 ชั่วโมง หรือ 7 วัน 7 คืน ในการแข่งขัน “ซัมซุงพลาสม่า มูฟวี่ กูรู มาราธอน 2009 แอท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์”(Samsung Plasma Movie Guru Marathon 2009 @ MajorCineplex)?

01

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ปร่วมกับ ซัมซุง พลาสม่า ทีวี จัดขึ้น ณ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เพื่อค้นหากูรูผู้รอบรู้ด้านภาพยนตร์ที่มีทั้งความอึด ความอดทน และชาญฉลาดเกี่ยวกับภาพยนตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 8 แสนบาท ทั้งถ้วยรางวัล, เงินสด 200,000 บาท, ซัมซุง พลาสม่า ทีวี ซีรี่ส์ 6 ขนาด 63 นิ้ว พร้อมชุดโฮมเธียเตอร์, บัตรชมภาพยนตร์ฟรีตลอดชีพ จาก เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป และได้รับการจดบันทึกชื่อเป็นผู้ชมภาพยนตร์แบบมาราธอนที่ใช้เวลายาวนานที่ สุดในประเทศไทยโดยสถาบัน Ripley?sBelieve it or not!!!

เจ้าตัวเผย ดีใจที่ชนะการแข่งขันส่วนเงินรางวัลจะมอบให้ภรรยาไว้เป็นทุนการศึกษาให้กับ ลูกสาวคนเดียวส่วนเคล็ดลับการเตรียมตัว ก่อนแข่งพยายามออกกำลังกายทุกวันหาความรู้เรื่องหนัง และในระหว่างวันแข่งขัน จะใช้น้ำเย็นล้างหน้า จิบน้ำเย็นบ่อยๆการรับประทานอาหารเน้นทานแต่ผัก ผลไม้ และใช้วิธีพักสายตาแต่ไม่นอนเพราะเกรงว่าร่างกายจะจดจำการนอน

มาถึงจุดสิ้นสุดเรียบร้อยแล้วสำหรับการแข่งขันดูหนังมาราธอน 168 ชั่วโมง ?ซัมซุง พลาสม่า มูฟวี่ กูรู มาราธอน 2009 แอท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์? ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมชมภาพยนตร์มาราธอนซึ่งในปีนี้ถือเป็น ครั้งทิ่ 3 ที่ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)จัดขึ้น และเป็นปีพิเศษอีกปีหนึ่งที่ได้รับเกียรติจากพันธมิตรอย่าง ซัมซุง พลาสม่าทีวี ทีวีที่ดีที่สุดสำหรับชมภาพยนตร์ในบ้าน เป็นผู้สนับสนุนจัดกิจกรรมดังกล่าวทั้งนี้ได้มีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วม แข่งขันถึง 1,500 คน ระหว่างวันที่ 1-31กรกฎาคม 2552 และได้ทำการคัดเลือกผู้สมัครเข้าแข่งขันรอบแรกไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน

โดยการแข่งขันในรอบแรกผู้สมัครทุกคนจะต้องทำข้อสอบตอบคำถามจำนวน 100 ข้อ ในเวลา 1 ชั่วโมงเกี่ยวกับภาพยนตร์เพื่อวัดประสบการณ์ความเป็นคนรอบรู้เกี่ยวกับหนัง ของแต่ละคนว่ามีมากน้อยขนาดไหน และต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมฟรีที่โรงพยาบาลพญาไท 3 เมื่อวันที่ 1-6 กันยายน 2552 โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจเช็คสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อรับรองสิทธิ์ว่าสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ซึ่งมีผู้ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมแข่งขันเพียง 300 คน อายุน้อยสุด 16 ปี และอายุมากสุด 47 ปี

สำหรับวันนี้ถือเป็นวันสิ้นสุดการแข่งขันบรรยากาศของการแข่งขันยังเป็นไปอย่างคึกคัก เหมือนเช่นการแข่งขันในวันแรกๆ เรียกได้ว่าลุ้นนาทีต่อนาทีก็ว่าได้ เพราะมีผู้ถูกออกจากการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาและในที่สุดก็เหลือเพียงอดีต แชมป์ดูหนังมาราธอนซึ่งเป็นเจ้าของสถิติเมื่อปี2547 ทำไว้ 80 ชั่วโมง 40 นาที คือ นายณัฐวุฒิหัวใจแก้วที่สามารถทำลายสถิติดูหนังมาราธอนของตัวเองที่เคยทำไว้ และได้สร้างสถิติใหม่ของการดูหนังมาราธอนของประเทศไทยขึ้นด้วยสถิติ168 ชั่วโมง หรือ 7 วัน 7 คืน โดยไร้เงาคู่ต่อสู้คนอื่น ๆ ส่วนรองอันดับ 1-4 นั้นเรียงอันดับ ดังนี้

รองอันดับ 1 นางสาว พัชราภรณ์ เสนีวงษ์ ทำสถิติ 163 ชั่วโมง 29 นาที? รองอันดับ 2 นายชาญยุทธ บรรเทาวงษ์ ทำสถิติ 161 ชั่วโมง 37 นาที รองอันดับ 3 นายสาธิต จันทร์จวนสุข ทำสถิติ149 ชั่วโมง 31 นาที และ รองอันดับ 4 นายปัญญา ชำนาญ ทำสถิติ 144 ชั่วโมง 13 นาที นอกจากนี้ ยังมี อดีตแชมป์ดูหนังมาราธอน ปี 2549 นายพิสุทธิ์ ทองสวัสดิ์? ทำสถิติได้ 97 ชั่วโมง ส่วน นายสุรพงษ์ วิริยะวาณิชยกุล ผู้เข้าแข่งขันมากที่สุดอายุ47 ปี ทำสถิติได้ 129 ชั่วโมง ด้าน นายสุภาชัย นิธิวงศ์ ผู้เข้าแข่งขันที่อายุน้อยที่สุด อายุ 16 ปี สามารถทำสถิติได้17 ชั่วโมง

นายณัฐวุฒิหัวใจแก้ว แชมป์ดูหนังมาราธอนคนล่าสุด และอดีตแชมป์ปี 2547 เผยถึงความรู้สึกว่าดีใจ เพราะที่ผ่านมามีความใฝ่ฝันในชีวิตอยู่ 2 อย่าง คือ ประการแรกต้องการมีชื่อจดบันทึกว่าเป็นผู้หนังมาราธอนได้ยาวนานที่สุดในประเทศไทย? ประการที่ 2 คือ อยากดูหนังคนเดียวในโรงภาพยนตร์ซึ่งทั้ง 2 อย่าง ตนก็สามารถทำสำเร็จแล้วและคิดว่าคงจะไม่ลงแข่งขันอีกแน่นอน เนื่องจากสถิติล่าสุดที่ตัวเองทำได้ คือ 168 ชั่วโมงตนคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะถูกลบสถิติลงได้อย่างแน่นอน

?เงินรางวัลที่ได้ 2 แสนบาทผมจะมอบให้ภรรยา นางศิริพร หัวใจแก้ว เก็บไว้เพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูกสาวคนเดียวของเขาคือ น้องมินิ-ด.ญ.ปรายฟ้า หัวใจแก้ว ส่วน ซัมซุง พลาสม่า ทีวีและบัตรชมภาพยนตร์ฟรีตลอดชีพของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป คงเป็นของพ่อ คือตัวผมเอง?

แชมป์ดูหนัง 168 ชั่วโมงกล่าวต่อว่า สำหรับเคล็ดลับในการเข้าแข่งขันดูหนังมาราธอนนั้น สำหรับตนมีง่ายๆ คือ พอตัวเองรู้ว่าทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป รับสมัครแข่งดูหนังมาราธอนตนก็พยายามฟิตร่างกายตั้งแต่ไปเล่นฟิตเนสที่แคลิฟอร์เนียว้าว ชั้น 2 ของ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน มาวิ่งออกกำลังวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม นอกจากนี้ก่อนเข้าแข่งขันรอบแรกตนพยายามเปิดอินเตอร์เนตและอ่านหนังสือหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังทุกเรื่อง และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะตนใช้เวลาทำข้อสอบเพียง 5 นาที และเมื่อมาถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายตนก็มีเคล็ดลับอีกว่า หากรู้สึกอ่อนเพลียก็จะใช้น้ำเย็นล้างหน้า จิบน้ำเย็นบ่อยๆไม่ทานมาก เพราะจะปวดท้องเข้าห้องน้ำบ่อย และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ คือจะไม่ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเด็ดขาด เน้นทานแต่ผัก ผลไม้และใช้วิธีพักสายตาแต่ไม่นอน เพราะเกรงว่าร่างกายจะจดจำการนอน แต่ถ้าทนได้เราก็จะผ่านจุดนั้นมาได้สบาย ๆ

ประวัติของ ณัฐวุฒิแชมป์ดูหนังมาราธอน ?ซัมซุงพลาสม่า มูฟวี่ กูรู มาราธอน 2009 แอท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์?ในปีนี้ มีอายุ 30 ปี จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ที่มหาวิทยาธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ในตำแหน่งวิศวกร เคยผ่านการแข่งขันดูหนังมาราธอนมาแล้วครั้งแรกลงแข่งขัน เมื่อปี 2547 ซึ่ง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขึ้น และได้แชมป์ด้วยการทำสถิติ 80 ชั่วโมง 40 นาที จากนั้นในปี 2549 จัดโดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซื กรุ๊ป ร่วมกับ อีซูซุ ลงชิงชัยเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ แต่ก็พลาดตกรอบในช่วงของการตอบคำถาม โดย พิสุทธิ์ ทองสวัสดิ์ ได้แชมป์ดูหนังมาราธอนปี 2549 ด้วยสถิติ 58 ชั่วโมงและครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ลงแข่งขัน และสามารถทวงตำแหน่งแชมป์คืนมาได้ พร้อมสร้างสถิติดูหนังมาราธอนของประเทศไทย ขึ้นมาใหม่ ด้วยเวลา 168 ชั่วโมง หรือ 7วัน 7 คืน

เงินรางวัลที่นายณัฐวุฒิได้รับมีมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท ประกอบด้วย ซัมซุง พลาสม่า ทีวี ซีรี่ส์ 6 ขนาด 63 นิ้ว พร้อมชุดโฮมเธียเตอร์, เงินสด 200,000 บาท และบัตรชมภาพยนตร์ฟรีตลอดชีพ จาก เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป รวมทั้งได้รับการจดบันทึกชื่อเป็นผู้ชมภาพยนตร์แบบมาราธอนที่ใช้เวลายาวนานที่สุดในประเทศไทย พร้อมรับประกาศนียบัตรรับรองโดยสถาบัน Ripley?sBelieve it or not!!! ส่วนรองอันดับ 1- 4 ได้รับบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 ปี จากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป

ที่มา : มติชน