?เติ้ง-ภราดร? ทุ่มสุดตัวโกนหัวจริง รับบท ?พระสุจิตโต? ใน ?9 วัด?

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ?เติ้ง-ภราดร? ทุ่มสุดตัวโกนหัวจริง รับบท ?พระสุจิตโต? ใน ?9 วัด?

4 copy

ได้มาเป็นหนึ่งในนักแสดงนำให้กับภาพยนตร์แนวสยองขวัญ ? 9 วัด? ผลงานการกำกับของ ?ยู – ษรัณยู จิราลักษม์” กับค่ายน้องใหม่โอเรียนทัล อายส ์ดีเจ ?เติ้ง-ภราดร? แห่งคลื่น Met 107 ตัดสินใจทุ่มสุดตัวยอม โกนผม-โกนคิ้วจริง เพื่อมารับบทของพระภิกษุ ?พระสุจิตโต? ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อความสมจริง ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของเติ้ล แบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดย ?เติ้ง-ภราดร? ได้เผยให้ฟังว่า

2 copy

?สำหรับเรื่องโกนผม-โกนคิ้วเพื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นความตั้งใจของผมเองครับ เนื่องจากตอนที่พี่ยู ผู้กำกับฯ ติดต่อให้เล่นหนังเรื่อง 9 วัด พี่ยูเล่าเรื่องให้ฟังว่า หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคำสอนทางพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องการไปทำบุญ 9 วัด การทำบุญทำความดี ผมเลยตั้งใจทุ่มเทให้กับหนังเรื่องนี้มาก เพราะคิดว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ทำงานหนังเรื่องนี้ ปกติผมทำงานเป็นที่ปรึกษาทางด้านการตลาด และเป็นดีเจวิทยุที่คลื่น Met 107 ด้วย”

5

“วันนั้นตรงกับวันแม่พอดีที่พี่ยูเอาบทให้มาอ่านดู พอผมอ่านบทจบ ผมบอกตัวเองเลยว่าต้องเล่นหนังเรื่องนี้ให้ได้ เพราะผมเองก็เคยผ่านการบวชมาแล้ว โดยผมได้มีโอกาสบวชเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสท่านทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และวัดที่ผมบวชตอนนั้นคือ วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ผมจึงเสนอพี่ยูว่า ผมไม่อยากไปโกนผมที่ร้านตัดผมหรือให้ช่างทำผมของกองถ่ายภาพยนตร์โกนผมให้ แต่ผมอยากกลับมาที่วัดนี้อีกครั้งเพื่อขอให้พระท่านปลงผมและคิ้วให้เหมือนตอนที่ผมบวชเป็นพระอยู่ในสมณเพศจริงๆ ผมต้องการอารมณ์ความรู้สึกของการเป็นพระภิกษุแบบเดียวกับที่เคยบวชมาครับ?

IMG_1336_u-copy

ถามถึงผลกระทบต่อการใช้ชีวิตการทำงาน ?เติ้ล? เล่าต่อว่า?ส่วนเรื่องผลกระทบกับงานอื่น คงไม่มีปัญหา เพราะตอนนี้ผมได้เคลียร์งานและลางานประจำมา 2 เดือน เพื่อทำงานถ่ายทำหนังเรื่องนี้อย่างเดียวเลย เพราะการเป็นพระภิกษุจะต้องสงบนิ่งและสำรวมทั้งกาย วาจา และจิตใจ เป็นผู้รักษาศีลและมีสติอยู่ทุกลมหายใจ ซึ่งตรงกันข้ามกับการดำเนินชีวิตปกติของผมในแบบฆราวาสอย่างคนละขั้วเลย ชีวิตจริงผมเป็นคนไฮเปอร์ ออกแนวใจร้อนด้วยซ้ำ เมื่อต้องเปลี่ยนจากนุ่งกางเกงยีนส์ขาเดป เสื้อยืด รองเท้าผ้าใบ มานุ่งจีวรอยู่ในผ้าเหลืองตามแบบสมณเพศแล้ว ทุกอย่างในชีวิตต้องเปลี่ยนตามไปพร้อมกันด้วย ผมต้องสำรวมอาการมากขึ้น ปรับการพูดให้พูดช้าลงแล้วนิ่งให้มากขึ้น สงบเหมือนเรากำลังอยู่ในพระธรรมจริงๆ ไม่ว่าจะกำลังถ่ายทำอยู่ในฉากหรือเลิกกองถ่ายกลับไปบ้านแล้วก็ยังเก็บอาการสำรวมไปตลอดเวลา 2 เดือนนี้ ผมตั้งใจและทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากๆ อยากให้ทุกคนได้ติดตามรอชมกันด้วยนะครับ?