?นก สินจัย? คืนจอครั้งสำคัญ ?Who R U?? สยองขวัญสุดหลอน

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ?นก สินจัย? คืนจอครั้งสำคัญ ?Who R U?? สยองขวัญสุดหลอน

นก สินจัย

หลังเดินหน้ากวาดรางวัลยอดเยี่ยมทางการแสดงเกือบทุกสถาบันจากภาพยนตร์ดราม่าสุดประทับใจเรื่อง ?รักแห่งสยาม? เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุด นักแสดงหญิงคุณภาพแถวหน้าของไทยอย่าง ?สินจัย เปล่งพานิช? ก็พร้อมแล้วที่จะคืนจอใหญ่ครั้งสำคัญ

กลับมาคราวนี้ ในภาพยนตร์สุดสยองเรื่อง ?Who R U?? กับบท ?นิดา? หญิงวัยกลางคนที่มีลูกชายป่วยเป็น ?โรคฮิคิโคโมริ? โรคแยกตัวออกจากสังคมและขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนานถึง 5 ปี จนกระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวบางอย่างขึ้น นั่นทำให้เธอได้ค้นพบความจริงที่คาดไม่ถึงหลังห้องปิดตายสุดสยองนั้น ซึ่งเป็นเหมือนฝันร้ายสุดหลอนที่จะทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

?นก สินจัย? พูดถึงบทบาทเข้มข้นครั้งใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเธอในภาพยนตร์แนวสยองขวัญสุดหลอนแบบนี้ก็ว่าได้

?เรื่องนี้ก็กลับมาแสดงหนังอีกครั้ง ในรอบ 2-3 ปีนะคะ จาก ?รักแห่งสยาม? ที่เป็นหนังดราม่า พอมาเรื่องนี้ก็เปลี่ยนเป็นแนวสยองๆ หลอนๆ ไปเลยค่ะ ตอนอ่านบทครั้งแรกก็สนใจเลยนะคะ ยิ่งเป็นหนังนี่เราก็ชอบอยู่แล้ว เวลาที่มีหนังติดต่อมาก็จะแฮปปี้ก่อนเลย และในแง่ของนักแสดงแล้วก็คิดว่าน่าจะลองเล่นอะไรใหม่ๆ ดู ภาพของเราจะได้เปลี่ยนไปบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็จะรับบทเป็นแม่ที่มีปัญหาในครอบครัวเพราะมีลูกชายที่ป่วยเป็นโรคขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน ทำให้เราต้องทำทุกทางที่จะทำให้ลูกออกมาจากห้อง จนเกิดเป็นเรื่องราวสยองที่ไม่คาดฝันตามมา

นก สินจัย

จริงๆ มันก็เป็นการพลิกคาแร็คเตอร์อีกมุมมองหนึ่งที่เราไม่เคยเล่นมาก่อน ภายนอกก็เป็นตัวละครปกติที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอเป็นสไตล์ของหนังหลอนๆ แล้ว มันก็จะหนีความจริงนิดนึง การเล่นมันก็จะซับซ้อนขึ้นไปอีกค่ะ

ตอนนี้หนังก็กำลังถ่ายทำอยู่ค่ะ ก็สนุกดีมันมีอะไรหลายๆ อย่างที่เราไม่เคยเล่น เรื่องนี้มันจะเป็นอีกแนวหนึ่งที่เราก็ไม่รู้ว่าคนดูแนวนี้จะเป็นยังไง ก็อยากลองค่ะ อยากเห็นมุมใหม่ๆ ของตัวเองด้วย อยากทำงานกับผู้กำกับที่มีมุมมองและสไตล์อีกแบบหนึ่ง เราจะได้ให้โอกาสตัวเองในแบบต่างๆ ว่าเราจะทำได้มั้ย เล่นอีกสไตล์จะเป็นยังไง ในฐานะนักแสดงก็มีอะไรใหม่ๆ เล่น ส่วนคนดูก็จะได้มีอะไรแปลกใหม่ให้ดูด้วยค่ะ?

ภาคภูมิ วงษ์จินดา
ภาคภูมิ วงษ์จินดา กับหนังวีดีโอคลิป

?Who R U?? เป็นผลงานกำกับเรื่องใหม่ล่าสุดของผู้กำกับจอมแหวกแนว ?ภาคภูมิ วงษ์จินดา? (รักเธอเท่าฟ้า, รับน้องสยองขวัญ, วิดีโอคลิป) และเขียนบทโดยผู้เขียนบทมือฉมัง ?เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์? (13 เกมสยอง, บอดี้ ศพ#19) กำลังอยู่ในระหว่างการถ่ายทำอย่างเข้มข้น และมีคิวฉายให้ผู้ชมพิสูจน์ฝีมือของนักแสดงหญิงคุณภาพแถวหน้า ?สินจัย เปล่งพานิช? กับอีกหนึ่งบทบาทที่คาดไม่ถึง…ในปี 2553 นี้

——————————————————————-

มารู้จัก โรคฮิคิโคโมริ โรคสุดฮิตของญี่ปุ่น

ฮิคิโคโมริ

โรคฮิคิโคโมริ หมายถึงเด็กที่แยกตัวออกจากสังคม เก็บตัวอยู่เฉพาะในห้องส่วนตัว หรือในบ้านเป็นแรมเดือนหรือหลายปี จิตแพทย์และนักจิตวิทยาญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งให้ความเห็นว่า ฮิคิโคโมริเกิดขึ้นได้เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เป็นปรากฏการณ์? ทางสังคม และมิใช่โรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิใช่โรคทางจิตเวช

หากฮิคิโคโมริเกิดขึ้นได้เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ก็จะมีคำถามตามมาว่า ญี่ปุ่นมีอะไรที่ชาติอื่นไม่มี?

คำตอบคือ? ญี่ปุ่นมีระบบการศึกษาที่เคี่ยวเข็ญเด็กอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่างที่เราทราบกันว่าการแข่งขันของเด็กญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาล ญี่ปุ่นมีระบบการจ้างงานตลอดชีวิต มีวัฒนธรรมการทำงานที่เรียกร้องให้คนทำงานหนักกว่า และหนักที่สุด ญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีการสื่อสารเลิศที่สุดในโลกที่สำคัญคือญี่ปุ่นผ่านความบอบ ช้ำอย่างรุนแรงหลังสงครามโลกครั้งที่๒

ทั้งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระบบการศึกษาแบบญี่ปุ่น และวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและมีอยู่ในสังคมญี่ปุ่นมานานครึ่งศตวรรษแล้ว ซึ่งนักสังคมวิทยาเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นการบ่มเพาะปรากฏการณ์ฮิคิโคโมริที่ สำคัญก่อนที่จะถูกกระตุ้นให้แสดงออกอย่างชัดเจนด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารใน ช่วง๑๐ปีหลัง

ปัจจัยเหล่านี้คือสิ่งที่ชาติอื่นไม่มี และแม้ว่าระบบการศึกษาและวัฒนธรรมการทำงาน อาจเป็นเรื่องที่เลียนแบบกันได้ แต่ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่๒แบบที่ ญี่ปุ่นเผชิญเป็นเรื่องพิเศษเฉพาะตัว

ครอบครัวของเด็กที่มีอาการฮิคิโคโมริมักจะอับอายที่มีเด็กเช่นนี้อยู่ในบ้าน เมื่ออับอายก็ซ่อน เมื่อซ่อนก็เท่ากับหมักหมมปัญหา ทำให้อาการของเด็กรุนแรงมากขึ้นและยากต่อการเข้าช่วยเหลือ ยิ่งไปกว่านั้นนักจิตวิทยาจำนวนหนึ่งยังเชื่อว่า สาเหตุไม่ใช่เพียงเพราะครอบครัวอับอาย แต่ที่แท้แล้วเด็กฮิคิโคโมริเกิดขึ้นได้ก็เพราะครอบครัวของเด็กเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่ สนับสนุนให้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยก็ในตอนเริ่มต้น คุณแม่จำนวนมากเริ่มต้นเรื่องนี้เพราะต้องการปกป้องลูกของตนจากการถูกรังแก ที่โรงเรียน ทั้งยังเห็นว่าการที่ลูกขังตัวเองอยู่ในห้องในบ้านในสายตาก็ยังดีกว่าหายตัว ไปข้างนอก

ปัจจัยสำคัญอีกข้อที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ โลกปัจจุบันรวมทั้งสังคมญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่สังคมไทย มาถึงจุดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนคนหนึ่งสามารถขังตัวเองได้อย่าง สมบูรณ์

ฮิคิโคโมริ

เด็กที่มีอาการฮิคิโคโมริมักเป็นเด็ก ผู้ชายและมักเป็นลูกคนโต เด็กเหล่านี้จะไม่ไปโรงเรียน ใช้ชีวิตในห้องส่วนตัวตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะนอนตอนกลางวันและตื่นตอนกลางคืน อาจจะออกจากห้องไปที่ครัวในกลางดึกบ้างเพื่อหาอาหารกิน หรือมีบ้างที่จะออกจากบ้านกลางดึกเพื่อไปซื้อเสบียงจากร้านสะดวกซื้อที่เปิด ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กิจกรรมที่พวกเขาทำขณะตื่นกลางดึกนั้นคือดูทีวีไปเรื่อยๆ เซิร์ฟไปตามเน็ต เล่นเกม และอ่านการ์ตูน

นอกจากนี้ เค้ายังพูดถึงกลุ่มคนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับฮิคิโคโมริ นั่นคือ “โอตากุ”

หลายคนรู้จักคำโอตากุในความหมายของคนที่หลงใหลในการ์ตูน,เกมคอมพิวเตอร์, แฟชั่น ฯลฯ แต่ในที่นี้เค้าพยายามโยงให้เห็นว่า โอตากุถึงแม้จะมีความสนใจเฉพาะด้านแบบหยั่งลึก จนคนที่ไม่เข้าใจอาจจะไม่คบด้วย (เพราะเธอมันหมกมุ่นเหลือเกิน) แต่เหล่าโอตากุยังมีการปฏิสัมพันธ์กับคนที่คลั่งไคล้ในสิ่งที่ชอบเหมือนกัน ในขณะที่ฮิคิโคโมริจะเป็นพวกจงใจตัดตัวเองจากสังคมอย่างแท้จริง เค้ามีตัวอย่างว่า บางคนอยู่ในห้องนานถึง 6 ปี 15 ปี ก็มี

แล้วคุณล่ะเป็น ฮิคิโคโมริหรือเปล่า !?

ที่มาจาก
http://thaigoodview.com/node/1712

หรืออ่านเพิ่มเติม
http://www.sarakadee.com/