Scoop เจาะลึกเบื้องหลังหญิงเก่งแห่ง NGR “ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม”

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / Scoop เจาะลึกเบื้องหลังหญิงเก่งแห่ง NGR “ณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม”

DSC_1207

สำหรับค่ายภาพยนตร์ไทยที่เป็นที่รู้จักของหลายๆคน ค่าย NGR น่าจะเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย? เพราะภาพยนตร์ที่ทำให้เรารู้จัก และสร้างชื่อมากที่สุดเรื่องหนึ่งของค่ายนี้ ก็คือ มะหมาสี่ขาครับ ด้วยรายรับและกระแสตอบรับจากคนดูที่ท่วมท้น? และสำหรับในปี 2552 ภาพยนตร์ที่ค่าย NGR ก็ยังได้กำหนดฉายภาพยนตร์รักซึ้งเอาไว้เพื่อให้ผู้ชมคนดูหนังได้รู้ซึ้งในคำว่ารัก กับภาพยนตร์โรแมนติกเรื่อง October Sonata รักที่รอคอย

และภาพยนตร์คุณภาพดีๆ หลายเรื่องจากค่าย NGR จะออกมาไม่ได้เลย หากขาด ผู้หญิงคนนี้ หญิงแกร่ง และเก่งแห่ง NGR ?คุณณภัทร ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม? กรรมการผู้จัดการ และนักการตลาดตัวยงของวงการ ซึ่งได้ให้ทีมงาน movie mthai เข้าพบ และสัมภาษณ์ถึงความเป็นมาและแนวคิดในการทำงานของเธอ

ก่อนอื่นต้องรบกวนให้พี่ณภัทรแนะนำตัวเอง

จริงๆแล้วพี่เคยเป็นนักเขียนมาก่อน อยู่แวดวงโฆษณา ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ คนจะเริ่มรู้จักพี่ตอนพี่ตั้งบริษัท อาร์ไวบี ทำเกี่ยวกับรายการกีฬาถ่ายทอดสดจากต่างประเทศ? ตอนนั้น พอพ้นจากเรื่องกีฬามาพี่ก็มาทำละคร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นละครเฉลิมพระเกียรติ พอทำละครไปเรื่อยๆ ลูกชายคนโตพี่สนใจเกี่ยวกับเรื่องหนัง เราก็อยากส่งเสริมเขา พอดีรู้จักกับพี่ปุ๊ก พันธุ์ธัมม์ พี่ปุ๊กเป็นคนที่จุดประกายการทำหนังให้เรา ตอนนั้นพี่ปุ๊กอยู่แกรมมี่ ก็เอาโปรเจกต์หนังมาเสนอ 2 เรื่อง มีเรื่อง โกสต์เกม กับ มะหมาสี่ขาครับ

ตอนนั้นพี่ปุ๊กจะสอนให้คนที่ไม่รู้จักเรื่องหนังเลยแล้วมาลงทุนทำหนัง แล้วก็เวลาสอนจาก 10 ข้อ พี่ก็จะจำได้ 2 ข้อ สอนอีกที 10 ข้อก็ได้อีกข้อนึง? สอนอีกที ได้7 ข้อแรก อะไรอย่างนี้ เราจึงมีความรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่คำว่าหนังคำเดียวมันรวมประสบการณ์ทั้งชีวิตเราเลยนะ รู้สึกว่าทุกประสบการณ์ที่เราผ่านมามันมารวมอยู่ที่นี่หมด มันก็เลยให้เรากลายเป็นคนทำหนัง

พอเริ่มรู้เรื่องรายละเอียดของหนัง มีแนวคิดการทำหนังอย่างไร

ก็คิดแบบทั่วๆไปคืออยากทำหนังดีๆ แล้วก็มีคนชอบ แล้วก็ได้รายได้ดี จริงๆ แล้วพี่อยากได้ทั้งเงินและกล่อง ถ้าเกิดได้เงินแต่มันไม่ก็ไม่น่าภาคภูมิใจ เราก็เลยอยากได้กล่องด้วย คำว่ากล่องไม่ได้แปลว่ารางวัลนะ แต่แปลว่าคนดูชอบในหนัง? หนังเราเป็นหนังดีนะ? พี่ว่าตรงนี้คนทำงานทุกคนอยากได้หมด

DSC_1081

จากงานที่เคยทำมา มันแตกต่างยังไงกับการทำหนัง

จริงๆ การทำหนังแต่ละชนิด วิธีการคิดไม่แตกต่าง แต่วิธีการดำเนินการมันจะแตกต่างกัน วิธีการคิดก็ไม่พ้นว่าเราจะทำอะไร แตกต่างกับคนอื่นเขาอย่างไร ตรงกับความต้องการของตลาด งบประมาณที่ใช้สมเหตุสมผลไหม ก็คิดจากทั่วไป คือพี่ไม่ได้เป็นนักการตลาดจากการจบการตลาด แต่พี่เป็นนักการตลาดจากครูพักลักจำ พี่จะเป็นคนใฝ่รู้? รู้จักเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แต่ก็อย่าเชื่อมั่นในตัวเองสูง ถ้าเราไม่มีประสบการณ์มากพอ การทำธุรกิจมันไม่ใช่เงินร้อยสองร้อย เราก็ควรคิดให้รอบคอบ อย่าเอาความคิดตัวเองเป็นหลักมากเกินไป ต้องเอาความคิดเห็นของคนที่เขาเคยมีประสบการณ์มาก่อน หรือเคยทำแล้วเสียหายมาก่อนเอามาเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ

ถ้าเป็นเรื่องของแนวคิดพี่จะชอบคิดนอกกรอบ แต่ในความนอกกรอบของพี่ต้องอยู่ในความต้องการของส่วนรวมด้วย พี่คิดนอกกรอบแต่ก็ไม่ใช่นอกจนเป็นอินดี้หรือาร์ตไปอย่างนั้นก็ไม่ใช่พี่ บุคลิกของพี่ก็เป็นคนธรรมดา แต่มีความชัดเจนเป็นตัวของเราเอง


ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำคือเรื่องอะไร

เรื่องแรกที่เลือกคือ ?มะหมาสี่ขาครับ?แต่เรื่องแรกที่ทำคือ ?GHOST GAME? ตอนนั้นที่จะทำเรื่องมะหมา แล้วยังไม่ได้ทำ อาจจะเพราะเกิดจากความไม่พร้อม เราต้องมาคิดอีกหลายอย่างว่าทำออกมายังไง ไม่ใช่จะทำหนังหมาแล้วกระโดดมาทำหนังหมาเลย ตรงนั้นปรับ ตรงไหนเพิ่ม เราก็ต้องมาคิดกัน ซึ่งตรงนี้คิดว่ามันยังเป็นสิ่งที่เรายังไม่พร้อม คือพี่ทำงานเนี่ยจะคิดลงบนกระดาษก่อนว่ามันเกิดปัญหาอะไร แล้วเราเจอปัญหาแบบนี้เราจะแก้ด้วยวิธีใด

thai7 ghost-game-e0b8a5e0b988e0b8b2-e0b897e0b989e0b8b2-e0b89ce0b8b5-210x300


หนังเรื่องแรกมีส่วนในการตัดสินใจอะไรบ้าง

กับ GHOST GAME ตอนนั้น พี่เต้ย-สราวุฒิ วิเชียรฉาย เป็นผู้กำกับ ตอนนั้นพี่คิดว่าในการทำงานมันคืองานของเรา พี่ก็น่าจะมีส่วนในการรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย พี่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะที่เป็นการตลาด เป็นคนทำด้านดิสทริบิวชั่น (distribution) เพราะฉะนั้นก็จะมีส่วนในเรื่องของการตัดสินใจว่าดีไม่ดี?? ซึ่ง พี่ปุ๊ก พันธุ์ธัมม์ก็จะดูในระดับหนึ่งก่อน แล้วเราก็จะมาช่วยตัดสินใจ ซึ่งตอนนั้นที่ทำงานกับพี่ปุ๊กเขาจะเป็นคนที่น่ารักมาก ซึ่งเป็นคนที่เข้าใจ และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น

2008129145911705

จาการทำหนังที่ผ่านมาแล้ว 2 เรื่อง มาถึงเรื่องที่ 3 เป็นอย่างไร

เรื่องที่ 3?? คริสกับจ๋าบ้าสุดๆ ก็เป็นของNGR ทั้ง 3 เรื่อง ซึ่งเป็นโปรเจกต์ของ ?ที่ฟ้า? ซึ่งพี่ปุ๊กเอามาเสนอเรา แต่ว่าเราเป็นคนลงทุนทำ ส่วน October Sonata รักที่รอคอย ก็เป็นโปรเจกต์ของเราและเอ็มพิคเจอร์ลงทุน คือพี่จะมี 2 บทบาทโปรเจกต์ของเราแล้วก็เขา ต้องใช้คำว่าร่วมลงทุนกัน พี่ก็จะมีบทบาทในเอ็มพิคเจอร์ในเรื่องของการดูแลโปรเจกต์หนัง ซึ่งมันจะมีโปรเจกต์ของFeeling Film.

กับ ?Feeling Film? ก็เป็นโปรเจกต์ที่เขาอนุมัติมาแล้ว พี่ก็แค่จะเข้ามาดูอีกที ก็เท่ากับเราดูแลหนัง 2 เรื่องคือ ?October Sonata รักที่รอคอย? และ ?อยากได้ยินว่ารักกัน? และก็จะมีอีก2-3 เรื่องซึ่งเรากำลังทำ LINE UP กันอยู่

06

ทำไมถึงสนใจที่จะทำเรื่อง October Sonata รักที่รอคอย

ก็คือคนที่พี่รู้จักรอบข้างส่วนใหญ่ก็จะเป็นกูรูในวงการนี้ โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่พูดคุยกันมานาน แต่ว่ามันติดที่ว่าถ้าเป็นหนังสไตล์แบบนี้มันจะเหมาะไหม ในตอนนั้น จะลงทุนสูงไหม วันนี้พอมาถึงพี่? มันเป็นช่วงที่ Timing มันกำลังดี คือตลาดหนังเรากำลังขาดตรงนี้ เป็นหนังรักโรแมนติกที่ดูแล้วสบายใจ แล้วก็มีสาระ หนังรักที่ดีต้องเดินเรื่องด้วยบท แต่หนังรักส่วนใหญ่จะเดินเรื่องด้วยภาพและก็นักแสดง เพราะฉะนั้นบทเป็นส่วนสำคัญ พอเริ่มลงตัวทุกคนก็อยากให้ทำ

Poster-01 DSC_1050

เราก็เริ่มสงสัยว่ามันต้องมีอะไรดี?? ก็ถามสมเกียรติ ผู้กำกับว่าทำไมเขียนไว้ถึง 10 ปีแล้วเพิ่งมาทำ ซึ่งสมเกียรติก็บอกว่าการเขียนพล๊อตมันมีหลายพล๊อต เขียนไปทิ้งไป นานๆหยิบมาอ่านที และบางเรื่องก็ต้องทิ้งไปเลย แต่เขาบอกว่าเรื่องนี้ทุกครั้งที่เขาหยิบกลับขึ้นมา เขารู้สึกว่ามันใช่อยู่เสมอ ก็นับว่าเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตที่หนังเรื่องนี้มันจะเป็นของพี่

poster-02poster-03poster-05

และพอได้มาทำ ก็คุยกันว่าถ้ามาทำหนังเรื่องนี้ต้องไม่ใช่หนังพีเรียต? มันต้องเป็นหนังร่วมสมัยที่ใกล้ตัวและสัมผัสได้? เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ซึ่งหนังเรื่องนี้ถ้าดูเนื้อเรื่องแล้ว ต่อไปในอนาคตมันอาจจะกลับมาฮิตอีกก็ได้ ทุกอย่างดูมีที่มาที่ไป? ต้องชมว่าบทภาพยนตร์เรื่องนี้ดีมาก อ่านแล้วรู้สึกวางไม่ลง มันเป็นความโชคดีจริงๆที่ได้นักแสดงที่ลงตัว

นักแสดงทั้ง 3 คนแสดงได้ดีมาก เราได้นักแสดงทั้ง 3 คน อย่าง ก้อย (รัชวิน วงศ์วิริยะ)? โป๊ป (ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) บอย (พิษณุ นิ่มสกุล) มันเหมือนฟลุ้ก เพราะเราแคสท์ (Cast) กันนานมาก แต่ก็เป็นความลงตัวที่ได้เขาทั้ง 3 คนมาแสดง ทุกคนจะอินไปกับบทหมด? มีอยู่ครั้งนึงด้วยความที่ทุกคนอินกับบทมาก พอถ่ายเสร็จทั้งสามคนก็ยังอินอยู่ ต้องยอมรับว่าทุกคนส่งรับบทรับอารมณ์กันได้ดีมาก

และหนังเรื่องนี้มันเป็นอีกหนึ่งมุมมองที่อยากให้เรามองความรักใหม่ เพราะสำหรับตัวพี่ ความรักไม่ว่าจะสมหวังหรือผิดหวังมันก็เป็นทุกข์ แต่หนังเรื่องนี้เป็นมุมมองใหม่ที่จะบอกว่าความรักไม่เคยทำร้ายใคร? ใจเราต่างหากที่ทำร้ายตัวเราเอง ถ้าคุณผิดหวังเรื่องความรักคุณจะบอกว่าโชคดีจังเลยที่เราได้เห็นธาตุแท้ของเธอ มันก็เป็นมุมมองใหม่ที่เราอยากจะนำเสนอออกมา

งานหนังกับงานที่เคยทำคิดว่าแตกต่างกันยังไง

ด้วยลักษณะงานมันแตกต่าง แต่ด้วยวิธีการคิดที่ไม่แตกต่าง หนังก็เป็นแบบนึง ทีวีก็แบบนึง ละครก็แบบนึง แต่วิธีการคิดที่ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่าง กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร คู่แข่งมีใครบ้าง เราจะขายอะไร จะสื่อไปทางไหน ที่สำคัญคือการใส่ใจในรายละเอียด คือไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องมองให้ทะลุ ถ้ายังมองไม่ทะลุอย่าลงมือทำ ถ้ามันดีเราก็ไม่ต้องคิดหรอก แต่ถ้ามันไม่ดีเราต้องคิดอย่างไรให้มันดี? อันนี้คือสิ่งที่เราต้องทำ

คนรุ่นใหม่คิดไวทำไว แต่คนรุ่นพี่จะคิดช้า ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ คนรุ่นใหม่ตัดสินใจทำแล้วค่อยมาหยุดคิด แต่คนรุ่นพี่จะไม่หยุดคิด อาจจะเป็นเพราะด้วยเทคโนโลยีแต่ละยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เราก็ต้องปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยด้วย จะไม่คิดช้ามาก คิดรอบคอบมากมันก็ไม่ได้ เราต้องคิดรอบคอบให้มันมี Timing ให้ทันแก่เวลาด้วย


ปัญหาที่เกิดสำหรับหนังที่ผ่านมา

Ghost_Game--large-msg-114652451439-2

ภาพจากหนังเรื่อง Ghost Game ล่า-ท้า-ผี

อย่าง ?GHOST GAME? ที่เกิดขึ้นเพราะมีปัญหาการเมืองเข้ามา? แต่เรื่องรายได้ก็ค่อนข้างโอเค? อย่างมะหมาก็โอเค แต่ไม่ได้อย่างที่เราคิด เพราะเวลาทำมันใช้เวลานานเกินไป แต่ว่าไอ้ตัวเลขที่ดูเหมือนจะไม่ได้มันมาจ่ายค่าตัวพวกเรากันเอง?? แต่เราก็ได้บทเรียน? ในการทำงานว่าที่ทำไปนั้นมันเป็นอะไรที่ผิดหลักการ เราไม่สามารถที่จะกะเวลาว่าจะทำ 3 เดือน 6 เดือน?? คือความที่มันใหม่แล้วมันก็ท้าทาย มันก็เลยมีเรื่องของเวลาเข้ามา

แต่อย่าง ?คริสกับจ๋า? มันเป็นเรื่องที่ถ้าจะเปรียบกับอาหาร มันจะมีรสชาติกลางๆ เพราะเราอยากได้รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน ให้มีรสชาติปะแล่มๆ แต่ถ้าใส่ทุกอย่างเท่ากันหมด รสชาติมันก็เลยออกมากลางๆ ไม่ไปทางไหนสักทาง มันก็เลยกลายเป็นความลงตัวเกินไป จะรักก็รักไม่สุด จะตลกก็ตลกไม่สุด มันกลางๆ อันนั้นเป็นบทเรียนที่เราจะต้องทำเป็นกรณีศึกษา มันก็ไม่ใช่ความผิดของใคร เพราะทุกคนใหม่กันหมด

พล๊อตเรื่องมันเป็นหนังทอมกับเกย์ ซึ่งวัยรุ่นก็ชอบดูอะไรแบบธรรมดา แต่เรื่องนี้รสชาติมันพอดีไปหน่อย ทั้งที่นักแสดงก็ดีทั้ง ชาคริต และ จ๋า แต่ด้วยพล๊อตเรื่องที่มันไม่ชัดเจน มันก็เลยดูแล้วเข้าใจได้ยาก ตอนนั้นเราคิดว่ามันสนุก เราลืมคิดไปว่าที่ทำมันก็ไม่ดีนะ แต่เราก็คิดว่าเสียหายตอนนี้ดีกว่าไปทำหนังเสียหายร้อยๆล้าน? (หัวเราะ) เราก็คิดในแง่ดี

บทเรียนจากหนัง 3 เรื่องนี้มาพัฒนาอะไรกับ October Sonata รักที่รอคอย

October Sonata
พี่ก็ยังหวั่นๆ อยู่?? เรื่องหนังดีพี่ไม่กลัว กลัวในเรื่องของคนดู? เราอาจจะบอกว่าดูได้ทุกเพศทุกวัย แต่วัยรุ่นอาจจะไม่ดู ก็ไม่เป็นไร แต่เผอิญหนังวัยรุ่นมาแรงตอนระยะหลังๆ ทุกทีก็จะคละๆ กัน แต่ตอนหลังมันมาแรง?? แต่ว่าวัยรุ่นเดี๋ยวนี้เขารู้จักที่จะเลือก คนดูจะรู้ว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ใช่หนังพีเลียต? อย่าเพิ่งไปตัดสินอะไรที่ยังไม่เห็น? ต้องให้ไปดูกันก่อน? ซึ่งถ้าจะคุยเรื่องความรักก็ให้ไปดูเรื่องนี้ซะ แล้วคุณจะเข้าใจเรื่องความรักมันเป็นยังไง ในเรื่องนี้พูดถึงรักแท้ คุณจะเลือกอะไรระหว่าง รักแท้ที่ต้องรอกับรักจริงที่อยู่ตรงหน้า ตอนแรกนางเอกเลือกอะไร ตอนหลังนางเอกเลือกอะไร และด้วยเหตุผลอะไร รักแท้มันมีจริงนะ เราต้องมุ่งมั่นที่จะได้รัก แต่ถ้ารักเขา แล้วเขาไม่รักเรา เราจะรอไปทำไม รักแท้มันดีนะ แต่สำหรับพี่ๆไม่เชื่อ เพราะทุกอย่างมันอยู่ที่เหตุและผล

DSC_1072

คุณณภัทร ชี้ให้ดูคำคมที่พนักงานทุกคนร่วมกันคิด เพื่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

ในชีวิตเคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้บ้างไหม

มันมีแต่มันไม่ใช่เรื่องรัก เป็นเรื่องที่พี่ภูมิใจทุกครั้งที่เห็น คือเมื่อตอนสมัยที่พี่เริ่มตั้งบริษัททำกิจการ กับพรรคพวก มันก็ fell? ก็คือพอทำดังแล้วมันก็แยกวง แล้วเราก็รู้สึกผิดพลาดในการเซ็นเอกสาร คือเซ็นเอกสารโดยไม่อ่านให้ละเอียด ทำให้ทุกคนต้องแยกย้ายกันไป? เด็กก็บอกกับเราว่าเขาต้องทำต่อ เพื่อเลี้ยงตัวเอง ซึ่งเราก็เข้าใจ

ในขณะที่เรากำลังเก็บของน้องๆ ก็มาช่วยเราเก็บ แต่ตอนนั้นเราอยากอยู่คนเดียว และจู่ๆก็มีฝรั่งเดินเข้ามา พูดว่า ?ห้องว่างจังเลย?? แต่สำหรับพี่? ห้องนี้มันเต็มไปด้วยความหวัง คำพูดของฝรั่งคนนั้นมันแทงใจดำพี่? พี่ก็เลยตอบสวนกลับไปว่า ?ห้องนี้ถึงจะว่างเปล่า แต่มันก็อัดแน่นไปด้วยความหวังของทุกคน?? ตอนพูดน้ำตาเรามันจะไหล? เด็กๆ ทุกคนก็มาร้องไห้กับพี่

คำพูดของเขา มันทำให้พี่รู้สึกว่า ? ทุกอย่างต้องไม่เป็นแบบนี้ ความหวังเต็มไปหมด เลยถ้าเรารู้สึกเศร้ามันก็จะไม่ดี ด้วยคำพูดของฝรั่งคนนั้นมันทำให้พี่เปลี่ยนความคิด จากที่ไม่เอาแล้ว เข็ด ทำให้เราต้องลุกขึ้นมาสู้ต่อ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเราต้องยืนให้ได้ หรือว่าอย่างในหนังมันเห็นชัด

04

ในตอนที่ แสงจันทร์ บอกว่าเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันเปลี่ยนแปลงชีวิตเราได้ทั้งชีวิต ก็จริงนะ พี่ไปเจอรุ่นพี่อยู่คน กินเหล้า เล่นไพ่? แต่งตัวซกมก? แล้ววันนึงเขาเจอแฟน แล้วเขาก็แต่งตัวดีมาก พี่ตกใจมาก ก็ถามรุ่นพี่คนนั้นว่าเป็นอะไร? ก็ได้คำตอบกลับมาว่าเขากำลังมีความรัก ตัวตนที่แท้จริงมันก็ออกมา

หรือมีอีกแบบนึงที่เป็นคู่รักกันที่มหา?ลัย แหมดูเหมาะสมกันมาก เหมาะกันทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็เลิกคบ? ผู้ชายก็เลยกลายเป็นเพล์บอย ที่พร้อมจะขยี้ผู้หญิงทุกคน ไม่น่าเชื่อว่าความรักมันมีพลังนะ ถ้าเรารู้จักใช้มัน มันก็จะดี ความรักไม่เคยทำร้ายใคร ไม่งั้นคนจะรักกันทำไม รักแล้วไม่มีความสุข เราต้องมองว่าความรักมันใจดีมันสอนเรา ดีกว่าที่เราไปถูกหลอก

เราต้องมองว่าความรักมันดี มันเป็นสิ่งที่สวยงาม? แต่เราไปทำให้มันไม่ดี ถ้าเรามีความรัก แล้วเราผิดหวัง เรามาทำร้ายตัวเอง เรากลับมารักตังเองมันไม่ดีกว่าเหรอ เหมือนหนัง October Sonata ที่พี่ทำ คืออยากให้เด็กวัยรุ่นดูมากๆ แล้วเขาจะเข้าใจว่าความรักมันเป็นยังไง คุณไปดูแล้วคุณจะขอบคุณที่ทำหนังแบบนี้มาให้ดู อย่าตัดสินใจแต่เปลือก อยากให้ไปดูก่อน

poster-04

อยากรู้ว่าภาพยนตร์เรื่อง October Sonata รักที่รอคอย จะทำให้คุณประทับใจได้มากน้อยแค่ไหน แล้วทำไม กูรูในวงการถึงเชียร์อัพ อยากให้ทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้? ต้องคอยติดตาม 23 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ แล้วคุณจะได้คำตอบว่า ระหว่าง “รักแท้ที่เฝ้ารอ” กับ “รักจริงที่อยู่ตรงหน้า” นางเอกของเรื่องจะเลือกสิ่งใด แล้วคุณจะให้คำตอบว่าอย่างไร?