มารู้จักกับผู้กำักับหนังรักสุดซึ้งรับปลายปี “สมเกียรติ วิทุรานิช” ตอนที่ 1

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / มารู้จักกับผู้กำักับหนังรักสุดซึ้งรับปลายปี “สมเกียรติ วิทุรานิช” ตอนที่ 1

สำหรับคนทำหนังผู้ไม่เคยท้อ ?สมเกียรติ์ วิทุรานิช? คือหนึ่งในอีกหลายๆ ท่านที่ไม่เคยถอย ในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ถึงแม้จะเกิดอุปสรรคมากมาย แต่ด้วยใจที่รักในงานภาพยนตร์ ผู้กำกับคนนี้จึงได้ กลับมาอยู่แถวหน้าเพื่อกำกับภาพยนตร์รักสุดซึ้งตรึงอารมณ์อีกครั้งกับ October Sonata รักที่รอคอย กับค่าย NGR

DSC_1053

สมเกียรติ์ วิทุรานิช เริ่มต้นเข้ามาในวงการนี้ ในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับ การศึกษาเอกภาพยนตร์จบจากแคนาดา? เริ่มงานครั้งแรกที่ไฟว์สตาร์ กับ ?แจ๊ส สยาม? (กฤษณ์ บุญประพฤกษ์) เรื่อง ?คนทรงเจ้า? ต่อด้วยการทำงานร่วมกับ ?พี่หง่าว? เรื่อง ?วิถีคนกล้า?

Untitled-1

คุณสมเกียรติ์ ยังได้เล่าถึงชีวิตการทำงานที่ผ่านมาของตนเอง

ชีวิตการทำงานหลังจากที่เราเรียนมา 4 ปี จริงๆ แล้วมันคือการเริ่มต้นเรียนใหม่เลย คือต้องเรียนจากโลกแห่งความเป็นจริง เรียนจากธรรมชาติของการทำภาพยนตร์ไทยว่ามันมีธรรมชาติยังไง ในการเขียน ในแต่ละประเทศมันก็ต่างกัน? ดังนั้นการได้ทำงานจริงๆ กับผู้กำกับที่เก่ง มีความสามารถ และมุ่งมั่น จึงถือได้ว่าเป็นบทเรียนที่ดี

Untitled-1

หลังจากทำงานกับผู้กำกับเก่งๆ ในเมืองไทย จากนั้นก็หันมาหาประสบการณ์การทำงานเพิ่มเติม กับกองถ่ายหนังฮอลลีวู้ด เรื่อง Air America ได้ร่วมงานกับ ?เมล กิ๊บสัน? โดยในการทำงานครั้งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรมากมายนอกจากเป็นแผนกช่าง Lighting ทำงานกับพวกกราฟเฟอร์ ซึ่งเขาต้องใช้แรงงานคนไทยเยอะมาก รู้สึกพอใจมาก เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ ตอนแรกเราอยู่ผู้ช่วย เราก็ได้แต่สั่งงาน ตอนนี้เราได้ไปอยู่ในส่วนของการใช้แรงงานจริงๆ พอเราไปอยู่ตรงนี้ เราต้องลงไปม้วนสายไฟ ไปแบกไฟกับเขาด้วย เพราะว่าเราอยู่กับเขา เพราะงั้นเราจะอยู่เฉยๆ เป็นบอสมันก็ดูกระไรอยู่ เราก็เลยลงไปทำกับเขา อันนี้ก็เลยได้เพื่อนฝรั่งมาเลย เป็นคนจัดไฟ ที่เป็นคนจัดไฟคู่หูของ โคเฮน บาเธอร์? ก็เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้เลยนะ

03

แล้วพอหลังจากนั้นก็ได้มากำกับหนังเอง เรื่องแรก ?ฝากฝันไว้เดี๋ยวจะเลี้ยวมาเอา? นำแสดงโดย โก้ นฤเบศร์ ? กวินนา สุวรรณประทีป มี คุณบรรพจน์ กับคุณรัชนีวรรณ เป็นโปรดิวเซอร์? ซึ่งเรื่องนี้เราทำหนังด้วยโจทย์ที่บอกว่าจะต้องทำหนังวัยรุ่น เพราะยุคนั้นเป็นหนังวัยรุ่นแรงมาก ถ้าแรงที่สุดในยุคนั้นก็คือ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ หนังเรื่องนี้ถือเป็นหัวหอกใหญ่ของหนังวัยรุ่น? แล้วก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะหนัก?? เพราะตอนนั้นเราก็ต้องการความแตกต่าง ในหนังก็เลยเป็นหนังวัยรุ่นที่แตกต่างมาก ถ้าได้ดูจะรู้ว่าเป็นวัยรุ่นที่แตกต่างที่สุด

แต่ก็โชคไม่ค่อยดีเพราะคนดูค่อนข้างน้อย ไม่ค่อยประสบความสำเร็จทางด้านรายได้? แต่เรื่องนี้ทำให้ โก้-นฤเบศร์ ได้รางวัลดารานำยอดเยี่ยมจากชมรมวิจารณ์บันเทิง และก็ได้บทยอดเยี่ยม และดนตรีประกอบ ก็ได้รางวัลอยู่หลายรางวัล ประสบความสำเร็จทางด้านกล่องพอสมควร แต่ด้านรายได้ก็กลางๆ ไม่ถึงขั้นขาดทุน แต่ก็ไม่ได้มากมาย เพราะยุคนั้นหนังได้ 3 ล้านถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

DSC_1063

หลังจากฝากฝันฯ การทำงานก็ฉีกแนวเลย และอีกอย่างหนึ่งคือ หนังออกกมาค่อนข้างจริงจัง ตัวเองออกมาแล้วดูก็รู้เลย โอ้โห เออ เราต้องเรียนรู้นะว่า? เราไม่ใช่แค่สนุกกับสิ่งที่เราอยากจะพูด แต่เราจะทำยังไงให้สิ่งที่เราอยากจะพูดเนี่ยมันออกมาได้อย่างสนุก คือบางครั้งเราสนุกกับที่เราอยากพูดอะไร จะทำอะไร แต่บางครั้งคนอื่นไม่ได้สนุกกับเรา บางทีมันเป็นความคิดเยอะไป อันนี้คือบทเรียนเลยว่าต่อไปนี้ถ้าผมทำหนังไม่ว่าหนังจะเป็นท๊อปปิกไหนยังไง ผมจะทำมันให้สนุก และทุกคนดูได้รู้เรื่อง

นับจากวันนั้นมาการไม่ได้ทำหนัง แต่ไม่ได้หมายความว่าเราหยุด แต่เราเริ่มวิเคราะห์ (เป็นการดูว่าเราดูหนังเรื่องนี้ทำไมมันสนุกจังเลย ก็คือดูแบบ Analyze (วิเคราะห์) ก็คือดึงออกมาเป็นซีนๆ ว่าโอเค เราสนุกตรงนี้ จากตรงไหนมาทำให้เราสนุก

การเล่าเรื่องให้มันแบบมีชั้นเชิง มันต้องใช้อะไรได้บ้าง นอกจากสิ่งที่เราทำด้วยสมองอย่างเดียว บางครั้งการเรียนในมหาวิทยาลัยเนี่ย แน่นอนเค้าสอนให้แบบว่าคิดเยอะ ที่ต้องแน่นอน มันเป็นหนังที่ต้องเพอร์เฟกต์เลิศหรู แต่ไอ้การที่เราจะเข้าถึงคนดู มันเป็นเรื่องที่แต่ละคนจะต้องศึกษากันเอง แล้วกลุ่มคนดูของแต่ละที่มันก็จะต่างกัน ช่วงนี้ก็ทำการศึกษาวิเคราะห์ตรงนี้เยอะมาก

หลังจากที่ห่างหายจากการทำหนัง? แล้วหันกลับมาเข้าสู่การทำงานหนังอีกครั้งเมื่อไหร่

กลับมาเรื่อง ?ไอ้ฟัก? เลย ก็คือรู้จักปุ๊ก (พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์) ตั้งแต่ ?วิถีคนกล้า? ตอนนั้นเป็นผู้ช่วยผู้กำกับด้วยกัน การได้ทำงานยากๆ ด้วยกันเราถือว่าเป็นรางวัลชีวิต เพราะอย่างน้อยเราได้พยายามฝ่าฟันสิ่งที่ยากๆ มาด้วยกัน แล้วพอปุ๊กจะทำไอ้ฟัก ปุ๊กบอกว่าพี่หยุดทำอย่างอื่นเถอะ กลับมาทำหนัง เพราะเค้ารู้ว่าลมหายใจของผมคือหนัง และที่หยุดไปทำอย่างอื่นแต่ก็ยังเขียนบทหนังอยู่ ตอนนั้นเขียนบทหนังทิ้งไว้หลายเรื่องมีทั้งแนวตลก ทริลเลอร์ อีโรติก รักดราม่า เรื่อง October Sonata นี่ ก็เขียนตอนนั้น

42-1-1089130629

จากเรื่องไอ้ฟัก เปลี่ยนแนวมา มะหมา

อย่างที่บอกตอนแรกว่าเป็นคนชอบความท้าทาย ต้นไอเดียมาจาก ปุ๊ก ว่าพี่ทำมั้ย หนังหมาทั้งเรื่องเลย ตอนแรกนึกว่าเขาพูดเล่น (หัวเราะ) เราเลยบอกว่าไปทำการ์ตูนเถอะ แต่ปุ๊กเอาจริง แต่ผมเชื่อนะเวลาที่ปุ๊กเอาจริง เขาก็จะเอาให้ได้เหมือนกัน ผมบอกว่าผมไม่ลงไปยุ่งด้วยนะ ผมขอเขียนบทอย่างเดียว แต่เขาหมายตัวเลยว่าพี่ต้องกำกับด้วย พี่บอกไม่เอา ขอเขียนบทอย่างเดียว เค้าก็ปล่อยให้เราเขียน เขียน เขียน จนเสร็จ พอเราเขียนเสร็จเราเริ่มอิน ฉากโน้นฉากนี้จะเปลี่ยน เราบอกอย่าเปลี่ยนนะ อันนี้บอกยากไปมั้ย ก็ตอบว่ายาก แกบอกรู้แล้วนี่ว่าจะทำยังไง ทำไมไม่ลงมาทำ เราก็เลยบอกโอเค ลงมาพร้อมกันเลย ลงมาร่วมชะตากรรมเดียวกัน ก็เลยกำกับคู่

ต่อจาก มะหมาสี่ขาครับ ผู้กำกับคนนี้จึงได้เข้ามากำกับหนังรักสุดซึ้งอีกเรื่องกับค่าย NGR เรื่อง October Sonata รักที่รอคอย

poster-04