สัมภาษณ์ผู้กำกับ : กว่าจะได้ 3 นักแสดงหลักในเืรื่อง October sonata รักที่รอคอย – ตอนที่ 3

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / สัมภาษณ์ผู้กำกับ : กว่าจะได้ 3 นักแสดงหลักในเืรื่อง October sonata รักที่รอคอย – ตอนที่ 3

DSC_1050

และหลังจากที่ทำความรู้จักกับผู้กำกับเรื่อง October Sonata “สมเกียรติ์ วิทุรานิช” ไปแล้วเกี่ยวกับประวัติการทำงานอันโชกโชนที่ผ่านมา คราวนี้เรามาพูดคุยถึงเรื่องหนังรักเรื่องใหม่เรื่องนี้กันดีกว่า

04

แล้วคิดมั้ยว่า ก้อย รัชวินทร์ จะต้องมารับบทแสงจันทร์

จริงๆ ถ้าย้อนกลับไปในยุคนั้น วาง ?อุ้ม สิริยากรณ์? คือมันก็มีวางมาหลายยุค แต่ว่ายุคปัจจุบันที่จะทำน่ะ ขอแคสท์อย่างเดียวเลย ในใจยังไม่เห็นใคร แม้กระทั่งก้อย

ตอนที่ทำแคสติ้งก็มีผู้ช่วยมาช่วยหา เสนอคนขึ้นมา หารูปมาให้ดู เค้าก็เอารูปก้อยมาให้ดู เผอิญตอนนั้นพี่ยังไม่เคยดูเรื่องที่ก้อยเล่นเลย พอเห็นรูปเสร็จก็ไม่เอา เพราะเค้าดูโมเดิร์น ดูเป็นสาวสมัยใหม่ ดูเฉี่ยวมาก ไม่เอา คือจากรูปผมคัดไปแล้วว่า ไม่เอา

แต่พอดูคนโน้น คนนี้ หลายๆ คน ก็ยังไม่ใช่ ยังไม่ได้ จนกระทั่งเพื่อนนอกวงการ แกรู้ว่าเรากำลังจะเลือกนักแสดง แล้วเพื่อนก็ได้อ่านบทผม แล้วก็เสนอว่า ?เฮ้ย เอาก้อย-รัชวินทร์ มาเล่นสิ เค้าเล่นดีนะ? เราก็คิดว่าทำไม คนโน้นคนนี้ก็บอก เราก็เลยคิดว่า จะต้องลองเอาก้อย มาดูตัวดีกว่า มาคุยกันตัว-ตัวดีกว่า มาลองแคสท์ดูดีกว่า ก็เลยเรียกก้อยมา ก้อยเองก็บอกว่าขอดูบทก่อน แล้วก็มาแคสท์

วันแคสท์เท่านั้น ผมรู้สึกว่าผมไม่แคสท์ใครอีกแล้ว เพราะผมให้ก้อยแคสท์บทใน October Sonata ด้วย 3 อารมณ์ของหนัง ด้วย 3 ช่วงของวัย พอเธอเล่นปุ๊บ ผมรู้สึกว่า เธอมีต้นทุนทางการแสดงสูงมาก? นักแสดงไทยจริงๆ เลยนะมีความสามารถ แต่บทที่จะส่งให้เธอดึงความสามารถออกมา บางครั้งมันอาจจะน้อยไป ผมก็ตกลงใจว่า ผมควรจะเอาความสามารถของเธอมาใช้ให้เต็มศักยภาพสักทีจากเรื่องนี้

ก้อยเอง แรกๆ เค้าก็หวั่นเหมือนกัน เค้าก็บอกว่าบทมันยากมากนะ หนูกลัวจะแสดงไม่ตรงตามเรื่องที่พี่ต้องการ เราก็บอกไม่ต้องกลัว พอก้อยมาปุ๊บมาแคสท์ด้วยบทที่บอกว่า 3 ช่วง 3 อารมณ์ และ 3 วัย ก็หยุดแคสท์ผู้หญิง ก็สรุปเป็น ก้อย ทันที!

pope

แล้วก็เลยเอา ก้อย เป็นตัวตั้งเพื่อที่จะหานักแสดงอีก 2 คน

จริงๆ ได้ โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ก่อน เพราะตัว แสงจันทร์ กับ ตัวลิ้ม ยังแคสท์อยู่แล้วมันยังไม่ลงตัว แต่ตัวโป๊ปเนี่ยตอนแรกคิดว่ายาก เพราะโป๊ปตั้งใจว่าจะเป็นพระเอกใหม่อยู่แล้ว? แล้วโป๊ปได้ก่อน เผอิญว่า เพื่อนที่รู้จักกัน เค้าจะทำเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ก็มีการตามหาคนที่จะเล่นเป็น จะเด็ด แต่ผมก็ลืมไปแล้วนะ จนมาถึงตอนจะแคสท์ตัวคนที่จะมารับบท รวี ผมก็เลยไปหาเพื่อน แล้วเพื่อนก็บอกว่ามี 2-3 คน เค้าก็เล่าเรื่องราวของโป๊ปให้ฟัง เราก็คิดว่า เป็นเด็กที่มีอุดมการณ์นะ ก็เลยขอตัวมาคุย

คือถูกใจลักษณะนิสัยก่อนจะเห็นหน้า แล้วก็คิดว่าลักษณะใกล้เคียงกับตัว รวี ในเรื่อง ตัวตนที่แท้จริงของเค้าใกล้เคียง ก็เลยคิดว่าลองเอาการแสดงของเค้ามาดูซิว่าได้มั้ย แล้วพอเอามาปุ๊บเนี่ย เค้ามีการแสดงออกทางสีหน้า อารมณ์ได้ดีมาก ดีจนผมคิดตกลงใจว่านี่แหละ รวี ก็เลยบอกพี่ณภัทรว่าเราเจอเพชรละ ก็เลยถ่ายภาพนิ่งมา เออ หน้าตาดี ตรงตามคาแรกเตอร์ และตัวตนจริงบางส่วนของเค้าก็ตรงตามคาแรกเตอร์ ก็เลยสรุปที่ โป๊ป เลย แล้วก็เอาเค้าเข้ามาเล่น แล้วถึงเลือกได้ก้อย มารับบท ?แสงจันทร์? ส่วน ?ลิ้ม? เป็นคนสุดท้ายที่ได้

08-09

?ลิ้ม? นี่ตามบทเลยต้องเป็นคนจีนที่มาอยู่เมืองไทย ตอนวัยรุ่นแล้ว แน่นอนสำเนียงจะต้องติดอยู่แน่นอน? ถ้าสำเนียงชัดก็ไม่ใช่คนจีน ที่เพิ่งมาเมืองไทย เพิ่งจะมาเรียนรู้ภาษาไทย ก็กลัวเหมือนกันว่า บอย-พิษณุ มีภาพของนักร้อง มีภาพของ AF อยู่? ก็เลยกลัวว่า บทนี้จะต้องทิ้งคาแรกเตอร์ตัวตนแท้ๆ ออกไปเลยนะ ต้องสวมคาแรกเตอร์ของคนจีนที่มาจากซัวเถา เริ่มต้นดูแบบว่าจีนมากๆ แล้วค่อยๆพัฒนาเป็นนักธุรกิจ แต่พอเอามาแคสท์ ฝีมือการแสดงของบอยเนี่ยมีเยอะเลย ตอนนั้นยังไม่มั่นใจนะ แต่ว่าให้ลองไปทำการบ้าน ให้ลองไปหาตัวละครที่ใกล้เคียงกับตัวลิ้ม แล้วลองกลับมาอีกที เค้ากลับมาด้วยท่าเดิน ท่านั่ง การพูดที่เปลี่ยนไป อันนี้คือจุดการันตีว่า เค้าไม่ได้แค่อยากเล่น แต่ไอ้ความอยากเนี่ย เค้าได้ทำการบ้านของเค้าด้วย

และในที่สุดก็เอา 3 คนนี้มาทำเวิร์คช็อปกัน แต่ละคนมีการบ้านต้องไปศึกษาเยอะมาก ก็ได้ อาจารย์ นก มาทำเวิร์คช็อปตรงนี้ คือจะไม่เรียกว่าเป็นการสอนการแสดง แต่จริงๆ คือควบคุมฝึกซ้อมการแสดง

มันเป็นการเวิร์คช็อปกันเพื่อค้นหาตัวละครเลย และเพื่อให้นักแสดงทั้ง 3 คนมาคุ้นเคยกันก่อน ช่วงเวิร์คช็อปนี่สำคัญมาก ใช้เวลาในการทำเวิร์คช็อปรวม 3 เดือน โชคดีที่ทุกคน แม้กระทั่งก้อย หรือ บอย ที่มีคิวเยอะแยะเลย แต่เค้าถือว่านี่คือส่วนหนึ่งของงาน ก็จัดคิวไว้ เพื่อลงมาทำเวิร์คช็อป

เวิร์คช็อปคือการทำความรู้จักกับนักแสดง ทุกคนจะต้องรู้จักตัวละครที่เค้าเล่น นี่ผมไม่ได้บอกด้วยปากกับนักแสดง แต่ด้วยจุดมุ่งหมายคือเราสร้างตัวละครให้เค้าแล้ว ตอนนี้เค้าต้องใส่วิญญาณ จิตวิญญาณลงมาในตัวละครที่เราสร้าง เพราะเมื่อบทของเราไปสู่การแสดงแล้วเนี่ย คนที่มาเล่นบทนี้ก็ต้องมีตัวตนของเขาอยู่ เพราะฉะนั้นเค้าจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ แสงจันทร์ เป็นตัวเค้าให้ได้, ลิ้มเป็นตัวเค้าให้ได้, รวีเป็นตัวเค้าให้ได้ และทิ้งตัวของตัวเองออกไปซะ

ปัญหาที่เกิด

น้อยมาก เพราะเราทำกันแม้กระทั่ง มาลง ไดอะล็อก เป็นบรรทัด บรรทัด เลย ประโยคนี้คุณเข้าใจยังไง และถ้าประโยคนี้ เวลาพูดแล้วมันเข้าปากมั้ย อะไรมั้ย คือเราทำงานแบบลงรายละเอียดทุกอย่าง ปัญหาก็เลยน้อยทีเดียว

12-13

เรื่องนี้ถ่ายทำที่ไหน

ก็หลายที่ มีที่ปราณบุรี ที่ชลบุรี แล้วก็มีจันทบุรี หลักๆ แล้วก็กรุงเทพฯ หน่อยนึง ใช้เวลาในการถ่ายทำอยู่ 3 เดือน
มีปัญหากับทีมงานมั้ย?

แน่นอนการทำงานมันก็ต้องมีปัญหาเล็ก ปัญหาน้อย แต่ปัญหาใหญ่ๆ มันไม่มี ปัญหาเฉพาะหน้ามันมีแน่นอน? คือ Set จะถ่ายแล้วฝนตกถ่ายไม่ได้ มันเป็นปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้ มันอยู่ที่สภาพดินฟ้าอากาศ แต่ที่อยากบอกคือ เรื่องนี้ เหมือนได้รับความช่วยเหลือจากธรรมชาติมากในความรู้สึกของตัวเอง บางช่วงในบทเนี่ยเราเขียนว่ามีฝน แต่พอมาทำ budget เนี่ย โอ้โห ฝนเรื่องนี้เยอะมาก พี่เล็ก ที่เป็น Line Producer บอกว่าบางฉากไม่จำเป็นตัดออกได้มั้ย ก็มีตัดไปบ้างบางฉาก แต่พอถ่ายจริงๆ ฝนจริงๆ โปรยลงมาให้เลย ในซีนที่เขียนไว้มีฝนนะ

มีฉากนึง ที่เห็นในตัวอย่าง จริงๆ เราSetว่าจะถ่ายอีกฉากหนึ่ง จะถ่ายข้างในก่อน ฝนมาจริง เท่านั้นแหละ เปลี่ยน โป๊ปอยู่ที่โรงแรม เอารถไปรับโป๊ปมา แต่ตอนนั้นฝนยังไม่ตก เห็นเมฆมาละ เรารู้ว่ามาแรงแน่เลย ก็เลยให้เอารถไปรับโป๊ปมา เหตุการณ์อย่างนี้มันสนุกนะ มันรู้สึกว่าทุกคนพร้อมใจกันมากเลย? ตามนักแสดงมา ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้ทัน ให้ได้กับฝนที่มา แล้วพอมันมาปุ๊บเนี่ย เวลาธรรมชาติให้มาขนาดนี้ มันช่วยบิ๊ลท์ อารมณ์นักแสดงด้วยนะ มันมาจริง มันไม่ใช่ของเทียม อันนั้นมันเป็นอะไรที่วิ่งวุ่นกันหมดเลย ซึ่งเราได้แบบอย่างในบทเขียนไว้ ยอมที่จะตัดออกเพื่อประหยัด budget แต่ถึงเวลาถ่ายจริงๆ ธรรมชาติให้เรามา ส่วนใหญ่แล้วภาพที่ได้ตรงกับที่คิดไว้ แต่บางอันก็ดีกว่าที่คิดนะ ส่วนใหญ่ค่อนข้างได้ในสิ่งที่อยากจะได้

Poster-01

จุดเด่น จุดด้อย

เวลาทำก็คิดว่าเรื่องเราเด็ดนะ บางคนพอเห็นทีเซอร์แล้ว อาจจะคิดว่าเป็นหนังนิ่งๆ เรียบๆ แต่อยากจะบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ต้องการทำให้เป็นหนังที่ดูเป็นหนังรักธรรมดาไม่ธรรมดา คุณจะต้องติดตามดูตลอดเวลาว่า จะเกิดอะไรขึ้น แล้วยังไง เรื่องจะเดินต่อไปยังไง คือเหมือนเอาใจช่วยนางเอกตลอดเวลา แต่ไม่ได้ลึกเหมือนหนังนักสืบ ซึ่งหลายๆ อย่างคุณยังไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ต้องตามหนังไปเรื่อยๆ? คือเรื่องนี้เขียนมาในเชิง อยากทำหนังรักที่มีการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม คือตั้งมั่นไว้เลยว่าให้คนดูรู้สึกว่าอยากติดตาม ประมาณว่าปวดอยากเข้าห้องน้ำ แล้วยังไม่อยากลุกออกไป

คนที่เจอแล้วเปลี่ยนตัวเราไปทั้งชีวิต
การทำงานกับพี่แจ๊ส กับพี่หง่าว แน่นอนเปลี่ยนมุมมองเรา เสมือนเป็นครู

หลังจากเรื่องนี้มีโปรเจคไหนต่อ
ก็มีนะ อยากทำหนังสนุกๆ เป็นหนังอารมณ์ดีที่แปลกๆ คือในความรู้สึกเราถ้าทำก็ไม่อยากทำซ้ำๆ กับคนอื่น ควรจะเป็นอะไรที่มีประเด็นน่าสนใจใหม่ที่คนมองข้าม มันก็เลยชอบทำให้ตัวเองมีงานหนัก (หัวเราะ)


ฝากหนัง

หนังเรื่องนี้ดูได้ทุกวัย เป็นหนังไม่มีพิษมีภัย คนที่จะดูและชอบก็น่าจะเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยนึง? อย่ามองข้ามหนังเรื่องนี้ เพราะนานๆ จะมีหนังไทยที่เป็นหนังรักสักที? เราทำด้วยความตั้งใจ และอยากให้คุ้มค่าคุ้มเวลาของคนดู จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาเยอะ ก็พยายามทำหนังเรื่องนี้ให้มีความเพลิดเพลิน ดูแล้วอบอุ่น ซาบซึ้งกับความรัก

October Sonata รักที่รอคอย หนังรักซึ้งรับคริสต์มาสอีฟ??? 23 ธันวาคมนี้