โรงภาพยนตร์ในไทยรุก! ปรับตัวรับ”หนัง 3 มิติ”

Home / ข่าวหนัง / โรงภาพยนตร์ในไทยรุก! ปรับตัวรับ”หนัง 3 มิติ”

คอลัมน์ กระแสร้อน

เป็น อีกหนึ่งวิวัฒนาการของโรงภาพยนตร์ สำหรับโรงภาพยนตร์ 3D หรือโรงภาพยนตร์ 3 มิติ ที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับคอหนังตัวจริง ด้วยบางระบบที่ดีกว่าโรงหนังปกติ ทำให้คอหนังที่เข้าไปดูไม่ผิดหวัง

ภาพยนตร์ต่างประเทศในช่วงหลังนี้ก็ทำขึ้นมาสำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ 3 มิติ อย่างล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง AVATAR ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโรงภาพยนตร์ 3 มิติ

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ ต้องหันมาปรับขยายโรงภาพยนตร์ 3 มิติ เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาในระบบ 3 มิติ โดยยังมีทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่จะดูได้ทั้งโรงภาพยนตร์แบบธรรมดา หรือโรงภาพยนตร์ 3 มิติ

“สุวิทย์ ทองร่มโพธิ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอฟ ซิเนม่า ซิตี้ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจโรงภาพยนตร์ในเครือเอสเอฟ เผยถึงทิศทางของโรงหนังที่จะรองรับเทคโนโลยี 3D ว่า

“เราเป็นคนบุกเบิกการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในโรงหนัง โดยการนำเครื่องดิจิตอลโปรเจ็กเตอร์มาติดตั้ง ซึ่งเราทำมาหลายปีแล้ว และในปัจจุบันก็มีการขยายอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้โรงหนังในเครือเอสเอฟมีทั้งหมด 15 โรง และมีเครื่องดิจิตอลโปรเจ็กเตอร์ 17 เครื่อง โดยครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดก็จะมีที่ พัทยา ขอนแก่น และชลบุรี”

“ปีนี้เราเปิดโรงหนังเพิ่ม 7 สาขา 7 โลเกชั่น เนื่องจากศูนย์การค้ามีการขยายมากขึ้น ฉะนั้นเราก็ต้องรองรับกลุ่มคนดูหนังในแต่ละพื้นที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงโรงหนังสาขาเอ็มโพเรียม เซ็นทรัลเวิลด์ และมาบุญครอง เพื่อทำให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น”

“ส่วนโรงที่รองรับหนัง 3D แน่นอนว่าต้องสั่งเครื่องดิจิตอลโปรเจ็กเตอร์มาติดตั้งมากขึ้น นับเป็นการลงทุนมหาศาล เครื่องหนึ่งตกประมาณ 5-6 ล้านบาท ถามว่าคุ้มมั้ย เรามองว่าการตอบรับของคนดูที่มีต่อหนัง 3D กระแสดีมาก แล้วปีนี้มีหนังแนวนี้ที่จะเตรียมออกฉายประมาณ 20 เรื่อง แต่ทั้งนี้เราต้องดูจำนวนเครื่องอีกทีว่าจะสั่งเพิ่มมาเท่าไร ตอนนี้เทรนด์การทำหนังทั่วโลกเน้น 3D เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ทำให้ลูกค้ามีอรรถรสในการชมภาพยนตร์ได้สนุกมากขึ้น”

“ณัฐกิตติ์ เจริญศิริ” ผจก.อาวุโสการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอกมหากิจ จำกัด กับธุรกิจโรงหนังเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า เผยว่า

“เนื่องจากในปี”53 นี้ ค่ายภาพยนตร์หลายๆ ค่าย จะมีหนัง 3D เข้ามา และมีเทรนด์มาก โรงภาพยนตร์เซ็นจูรี่เองได้หารือและคุยเรื่องโรงดิจิตอล และดิจิตอล 3D มาพอสมควร และกำลังที่จะปรับตัวเพื่อรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว ทั้งนี้ อาจจะต้องปรับโรงบ้างเนื่องจากสถานที่ค่อนข้างจำกัด จึงต้องมีการวิเคราะห์ และเตรียมการพอสมควร อย่างไรก็ตามได้มีการคุยกับผู้ประกอบการนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ บ้างแล้ว คิดว่าไม่นานนี้จะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น”

“นอกจากโรง 3D ที่เป็นที่นิยมแล้ว กลยุทธ์อื่นที่เซ็นจูรี่ จะเน้นหนักในปีนี้คือ การทำรอบฉายให้เพียงพอ และเน้นความต้องการของผู้ชมเป็นหลัก รวมถึงการบริการที่ดีเลิศ ความรอบรู้ของพนักงาน ตลอดจนการจัดภูมิทัศน์ ให้มีบรรยากาศที่ชวนสนุกสนาน คล้อยตามไปด้วยกันให้เป็นเมืองหนังอย่างสมบูรณ์ และปีนี้เราพยายามปรับรสชาติ ของป๊อปคอร์น และเครื่องดื่ม ให้มีความหลากหลาย และเข้ากับธีมหนังมากขึ้น อย่างเช่น ช่วงที่แหยมยโสธรเข้าฉาย เราก็จัด ป๊อปคอร์น รสลาบ เพื่อเสริมบรรยากาศ”

ผู้บริหารหนุ่มเผยอีกว่า “ปัจจุบันเซ็นจูรี่ มี 1 สาขา จำนวน 8 โรง ที่นั่งประมาณ 2,200 ที่นั่ง โรงใหญ่สุด 550 ที่นั่ง โรงเล็กสุด 135 ที่นั่ง แต่จุดเด่นอยู่ที่โลเกชั่น ที่สามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า BTS ได้เลย”

“ชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ” กรรมการผู้จัดการโรงภาพยนตร์เฮ้าส์ อาร์ซีเอ เผยว่า

“สหมงคลฟิล์มในฐานะผู้จัดจำหน่าย เราก็เป็นผู้นำเอาหนังดิจิตอล 3 มิติ เข้ามาฉายในบ้านเราอยู่แล้ว แต่ในฐานะที่เราทำโรงหนังเฮ้าส์ ความชัดเจนของเฮ้าส์คือโปรดักส์ คือหน้าหนังที่ฉาย ซึ่งหนังเหล่านี้ยังไม่ใช่หนังที่พัฒนาไปถึงระบบ 3 มิติ มันเป็นหนังที่เน้นด้านคุณภาพมากกว่าความเป็นแมส เฮ้าส์ก็ยังรักษาจุดยืนที่เรายังคงเลือกโปรดักส์ที่น่าสนใจมาฉายมากกว่า”

“ตอนนี้โรงหนังของทางสหมงคลฟิล์ม มีเฮ้าส์อาร์ซีเอ 2 โรง, ยูเอ็มจี อาร์ซีเอ 3 โรง, ยูเอ็มจี บางพลี 5 โรง ถามว่าจะขยายโรงหนังเพิ่มหรือเปล่า หลักๆ เรามีหุ้นส่วนกับทางเอสเอฟ เพราะฉะนั้นส่วนการขยายโรงหนังคงเป็นฝั่งของทางเอสเอฟ ตัวเอสเอฟเป็นเจ้าแรกที่เอาระบบ 3 มิติเข้ามานานแล้ว สำหรับเราเองก็อาจจะพิจารณาโรงที่เป็นโรงแมสอย่าง ยูเอ็มจี อาร์ซีเอกับบางพลี จะพิจารณาเอาเข้ามาในอนาคต แต่ยังดูทิศทางอยู่ เพราะตอนนี้จริงๆ หนังดิจิตอล 3 มิติมีเยอะขึ้นจริง แต่มันยังเป็นดิจิตอลที่เป็นซับไตเติ้ล ยังไม่ลงไปถึงดิจิตอลที่เป็นหนังพากย์ เพราะโรงย่านบางพลีเราเน้นกลุ่มชาวบ้านชานเมือง เราทำหนังไทยมากกว่าค่ะ”

“อนวัช องค์วาสิฏฐ์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ กรุ๊ป กล่าวว่า

“กับโรงหนังระบบสามมิติผมว่ามันเป็นเทรนด์ที่ดีนะครับ ที่ทำให้ตลาดมันโตขึ้นด้วย เพราะปัจจุบันหนังที่สร้างระบบนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งระบบสามมิติข้อเสียไม่มีเลยเพราะมันเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำให้คนออก จากบ้านแล้วมาดูหนังในโรงมากขึ้น ซึ่งระบบพวกนี้ซูมไม่ได้เพราะถ้าซูมก็ไม่สามารถไปดูต่อได้ ตัวหนังเองมีไดเมนชั่นค่อนข้างเยอะ ซึ่งคนดูจะประทับใจอยู่แล้วในเรื่องคุณภาพทั้งแสงและภาพที่โปรดิวเซอร์สร้าง ออกมา อย่าง อวตาร ที่ผู้สร้างสร้างออกมาเพื่อทางนี้โดยเฉพาะ การที่ไปดูปกติจะสู้ไม่ได้เลย เราอาจจะสนุกเนื้อหนังแต่อาจจะไม่ได้อรรถรสจากเทคโนโลยีเลย ซึ่งผมเชื่อว่ามีมากกว่าครึ่งหนึ่งการดูหนัง 1 เรื่องด้วยซ้ำ”

“ทางเมเจอร์ตอนนี้มีโรงหนังระบบ 3 มิติทั้งหมด 24 โรง มีเกือบทุกที่ในกรุงเทพฯ ในส่วนของการขยายคงไม่ เพราะจริงๆ แล้วหนัง 3 มิติไม่ใช่จะสร้างกันได้ทุกเรื่อง เพราะต้องใส่แว่นดู และไม่จำเป็นที่หนังทุกเรื่องต้องดูเป็นระบบ 3 มิติ หนังแอนิเมชั่นที่เป็น 3 มิติผมคิดว่าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ หนังที่เป็นหนังธรรมดาถ้าจะทำเป็น 3 มิติ ต้องลงทุนค่อนข้างเยอะ เพราะว่าต้องใช้กล้องหลายตัวที่ทำให้เป็น 3 มิติ ต้องใช้เงินลงทุนสูง คงเป็นไปไม่ได้ที่ทุกเรื่องจะเป็น 3 มิติ ตอนนี้โรงหนังของเมเจอร์มีทั้งหมด 351 โรงทั่วประเทศ” ผู้บริหารระดับสูงกล่าว


หนัง 3D ที่จะได้เข้าฉายในบ้านเราเร็วๆนี้ (inception ไม่ใช่นะ แต่มีในลิสต์ เพราะเป็นตารางเข้าฉายของโรงกรุงศรีไอแมกซ์ประเทศไทย)

.

ที่มาภาพและข่าวจาก
http://www.soidb.com/en/bangkok/shop/shopping_mall/rca_plaza.html
http://www.sfcinemacity.co.th/index.php/en/cinema/location/SFC
http://www.centurythemovieplaza.com/about.php
http://www.khaosod.co.th/