ถาม-ตอบ กับ “ทิม เบอร์ตัน” จินตนาการสุดบรรเจิดใน “อลิซ ในแดนมหัศจรรย์”

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / ถาม-ตอบ กับ “ทิม เบอร์ตัน” จินตนาการสุดบรรเจิดใน “อลิซ ในแดนมหัศจรรย์”

ทิม เบอร์ตัน

ทิม เบอร์ตัน ผู้เริ่มต้นทำงานที่วอลท์ ดิสนีย์ คัมปะนี ในตำแหน่งนักวาดภาพคอนเซ็ปต์และนักวาดภาพตัวแทนในปี 1979 ได้ทำงานในภาพยนตร์อนิเมชันดิสนีย์เรื่อง ?The Fox and the Hound? และ ?The Black Cauldron? ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือ ?Pee-wee?s Big Adventure? ในปี 1985 ก่อนที่เขาจะกำกับภาพยนตร์ฮิตที่ทำรายได้ถล่มทลายในบ็อกซ์ออฟฟิศเรื่อง ?Beetlejuice,? ?Batman,? ?Edward Scissorhands? และ ?Ed Wood? ภาพยนตร์อนิเมชันสต็อปโมชันของเบอร์ตันในปี 1993 เรื่อง?? ?The Nightmare Before Christmas? ซึ่งตอนนี้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นภาพยนตร์ดิสนีย์ ดิจิตอล 3D กลายเป็นธรรมเนียมประจำปีไปแล้ว

ผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขาก็เช่น ?Big Fish,? ?Planet of the Apes,? ?Batman Forever,? ?Mars Attacks!? และ ?Sleepy Hollow? ส่วนผลงานล่าสุดของเขาได้แก่ ?Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street,? ?Charlie and the Chocolate Factory? และ ?Corpse Bride?

เมื่อปีที่แล้ว เบอร์ตันได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง ?9? และตีพิมพ์หนังสือหนา 430 หน้าในชื่อ?? ?The Art of Tim Burton? ออกมา พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (โมมา) ได้จัดงานแสดงผลงานของเขาเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว

ล่าสุด เบอร์ตันรับหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซี 3D เรื่อง ?ALICE IN WONDERLAND?

ALICE IN WONDERLAND

อะไรทำให้คุณสนใจเรื่องราวนี้
ทิม เบอร์ตัน :
ในเทพนิยายเรื่องไหนๆ ก็ตาม จะมีฝ่ายธรรมะกับอธรรมทั้งนั้นครับ สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับอันเดอร์แลนด์ก็คือทุกอย่างผิดเพี้ยนไป แม้แต่คนดีก็เถอะ ซึ่งสำหรับผมแล้วนั่นเป็นอะไรที่ต่างออกไป มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมครับ ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเคยอ่านเรื่องนี้รึเปล่า คุณก็จะรู้จักภาพบางอย่างหรือไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับมัน มันเป็นเรื่องราวยอดนิยมครับ เหตุผลที่เรานำมันมาสร้างเป็นหนังก็เพราะมันกระตุ้นจินตนาการของผู้อ่านมานานแล้วครับ

คุณคิดว่าทำไม ?Alice in Wonderland? ถึงยังคงได้รับความนิยม แม้ว่ามันจะตีพิมพ์มานานกว่า 140 ปีแล้วก็เถอะ
ทิม เบอร์ตัน :
มันล้วงลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเราครับ นั่นเป็นเหตุผลที่เรื่องราวเยี่ยมๆ อยู่ยั้งยืนยงก็เพราะพวกมันล้วงลึกเข้าไปถึงสิ่งที่คนอาจจะไม่รู้สึกถึงในระดับจิตรู้สำนึกน่ะครับ มันมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับภาพเหล่านี้ และมันก็มีเหตุผลที่ทำให้มีเรื่องราวแบบนี้หลายเวอร์ชันเหลือเกิน ซึ่งพอมาเป็นหนังแล้ว มันก็มักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหญิงตัวน้อยที่ได้ผจญภัยหลายต่อหลายครั้งกับตัวละครพิลึกพิลั่น มันไม่ได้มีแรงดึงดูดน่าสนใจอะไรเลย ความพยายามของเรากับเรื่องราวนี้ก็คือการนำไอเดียของเรื่องราวเหล่านั้นมาขัดเกลาเพื่อสร้างให้มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้มาจากหนังสือเป๊ะๆ แต่ก็รักษาจิตวิญญาณของมันเอาไว้ครับ

คุณอายุเท่าไหร่ตอนที่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ครั้งแรก
ทิม เบอร์ตัน :
ผมได้อ่านเรื่องนี้ตอนเรียนอยู่ น่าจะซัก 8 หรือ 10 ขวบน่ะครับ ผมมีความสัมพันธ์แปลกๆ กับหนังสือ บ้านที่ผมอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอนเคยเป็นของอาร์เธอร์ แร็คแฮม [นักวาดภาพประกอบหนังสือชื่อดังชาวอังกฤษ ผู้สร้างสีสันที่โด่งดังสำหรับหนังสือเรื่อง ?Alice?s Adventures In Wonderland? ฉบับปี 1907] ผมใช้ชีวิตและทำงานในสตูดิโอที่เขาสร้าง ?Alice in Wonderland? เวอร์ชันที่น่าอัศจรรย์ใจขึ้นมา ผมก็เลยรู้สึกว่าระหว่างผมกับเรื่องราวนี้มีความผูกพันกัน ซึ่งมันช่วยผมในระดับหนึ่งครับ

ตอนที่คุณถูกทาบทามให้มากำกับหนังเรื่องนี้ครั้งแรก คุณรู้สึกยังไงบ้าง
ทิม เบอร์ตัน :
พวกเขายื่นสคริปต์ให้ผมแล้วบอกว่ามันจะเป็น 3D และแม้แต่ก่อนหน้าที่ผมจะลงมืออ่านสคริปต์ ผมก็คิดแล้วว่ามันน่าสนใจ และสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับสคริปต์ของลินดาก็คือเธอทำให้มันเป็นเรื่องราว ทำให้มันมีรูปร่างสำหรับหนังในแบบที่ไม่ได้เป็นหนังสือไปซะทั้งหมด ดังนั้นองค์ประกอบทั้งหมดนั้นก็ทำให้ผมตื่นเต้นครับ สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับมุมมองเรื่องราวแบบนี้คืออลิซก้าวถึงวัยที่อยู่ระหว่างการเป็นเด็กและผู้ใหญ่ ช่วงทางแยกของชีวิตน่ะครับ คนหนุ่มสาวหลายคนที่มีความคิดอ่านเกินวัยมักจะถูกมองแปลกๆ ในวัฒนธรรมและยุคสมัยของพวกเขา และอลิซก็เป็นคนที่ไม่ค่อยจะเข้ากับโครงสร้างและสังคมของยุควิคตอเรียนซักเท่าไหร่ครับ เธอเป็นคนที่คิดอะไรในใจมากกว่า

ทำไมคุณถึงตัดสินใจจะสร้างเรื่องราวขึ้นมาในเวอร์ชันนี้ล่ะ
ทิม เบอร์ตัน :
มันมีเรื่องราวมากมายนะครับ มันไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เลย ถ้าคุณได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ มันก็จะมีการผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ ที่พิลึกพิลั่นเต็มไปหมด ซึ่งผมคิดว่าเป้าหมายของลินดา วูลเวอร์ตัน มือเขียนบท ก็คือการมีเรื่องราวและการใช้ตัวละคร คือมันมีอะไรต่อมิอะไรมากมายครับ แต่มันก็จะต้องมีตัวละครที่เป็นตัวโปรดของใครซักคนบ้างแหละ บางคนอาจจะคิดถึงล็อบสเตอร์หรือตัวละครอื่นๆ คุณมีราชินีแดงและราชินีขาว กระต่ายมีนาคม กระต่ายขาว พวกเขาเป็นตัวละครสำคัญที่พวกเรารู้ว่าจะต้องอยู่ในเรื่อง แต่แล้วเราก็คิดว่า เรารอดูให้เรื่องราวมันดำเนินไปด้วยตัวของมันเองดีกว่าน่ะครับ

คุณถูกใจตัวละครตัวไหนใน ?Alice? มากที่สุด
ทิม เบอร์ตัน :
ผมชอบพวกเขาทุกคนเลยครับ ซึ่งนั่นคือประเด็นของตัวละครพวกนี้ ผมคิดว่าเรื่องราวนี้ไม่ได้รับความนิยมในอดีตก็เพราะตัวละครทุกตัวพิลึกทั้งนั้น โอเค แฮทเทอร์เป็นคนพิลึก แมวก็พิลึก กระต่ายก็พิลึก เราพยายามที่จะทำให้ตัวละครแต่ละตัวมีนิสัยพิลึกในแบบของตัวเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีบุคลิกลักษณะที่เป็นตัวของตัวเองครับ

ตอนที่คุณเป็นเด็ก คุณมีหนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่คุณชื่นชอบบ้างรึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
ผมเป็นแฟนของดร.ซุสครับ มันเป็นเรื่องที่อ่านง่าย ผมชอบภาพวาดของเขา แต่เหตุผลที่ทำให้ผมอยากสร้าง ?Alice? คือมันเป็นความท้าทายที่น่าสนใจจริงๆ ครับ ผมไม่ได้มีความรู้สึกเป็นการส่วนตัว เหมือนกับถ้าผมจะทำอีกโปรเจ็กต์หนึ่ง ทำนองว่ามันมีเวอร์ชันดีๆ ทำออกมาแล้ว ดังนั้นการพยายามจะทำออกมาอีกเวอร์ชันหนึ่งน่าจะเป็นปัญหา แต่กับ ?Alice? มันมีเวอร์ชันที่น่าสนใจอยู่บ้างก็จริง แต่ผมก็ไม่รู้นะครับว่ามีเวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จจริงๆ รึเปล่า

ALICE IN WONDERLAND

แล้วคุณมีมุมมองกับหนังเรื่องนี้ยังไง
ทิม เบอร์ตัน :
ผมรู้สึกทึ่งกับภาพที่เป็นสัญลักษณ์มากกว่า คือผมคิดว่าคนมักจะประหลาดใจเมื่อพวกเขาย้อนกลับไปอ่านเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะมันไม่ได้มีการบรรยายยืดยาวแบบ ?Lord of the Rings? มันเป็นเรื่องแอ็บเซิร์ด เซอร์เรียล แต่ตัวละครเหล่านั้นอยู่ในความฝันของเรา เรื่องเล่าของเรา สิ่งเหล่านั้นติดตรึงอยู่ในความคิดของคุณ ทำไมนักดนตรีถึงเขียนเพลงถึงมันล่ะ? และนักวาดภาพประกอบก็วาดภาพเกี่ยวกับมันตลอดเวลา คุณจะได้เห็นมันในภาพอุปมาอุปมัยอื่นๆ มันเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโลกใบนั้นขึ้นมาครับ สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเป็นเอกลักษณ์ของ ?Alice? มันเป็นเอกลักษณ์ก็เพราะมันแตกต่างเหลือเกิน อย่างการเปลี่ยนแปลงขนาดสุดพิลึกนั่นน่ะ แล้วการที่คุณมีทั้งสัตว์ที่พูดได้และพูดไม่ได้ สิ่งที่แคร์รอลทำดูเหมือนจะเป็นการเดาสุ่ม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ใช่ มันมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น สิ่งที่ดูเหมือนเป็นการเดาสุ่มจริงๆ แล้วอาจไม่ใช่การเดาสุ่มก็ได้ เป้าหมายของเราคือการพยายามถ่ายทอดเรื่องนั้นออกมาครับ

คุณชอบอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวเวอร์ชันนี้บ้าง
ทิม เบอร์ตัน :
สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับเวอร์ชันนี้ก็คือมันเป็นเหมือนการเดินทางส่วนตัวมากขึ้น มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ช่วงจังหวะนั้นที่คุณต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ บางทีมันอาจจะเกิดขึ้นกับทุกคน บางทีอาจจะไม่ บางทีมันอาจจะบันทึกช่วงเวลาที่แตกต่างออกไปในชีวิตคุณ ที่คุณได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง ได้เติบโตขึ้น เหมือนกับตอนที่คุณมีสองด้านที่ขัดแย้งกันเอง รู้สึกขัดแย้งในจิตใจ แล้วพอคุณเติบโตขึ้น มันก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งทีเดียวล่ะครับ เป็นสิ่งที่ทรงพลัง มันเป็นการประนีประนอมกับตัวตนของคุณเอง กลายเป็นคนที่คุณกำลังจะเป็น ได้เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ มันฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันสำคัญนะครับ

ทำไมคุณถึงไม่เอาเรื่องจากหนังสือมาเล่าใหม่ล่ะ
ทิม เบอร์ตัน :
สิ่งที่ทำให้ผมหลงใหลใน ?Alice? คือภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของมันถูกวัฒนธรรมของเราซึมซับเข้าไปแล้ว ผมอาจจะรู้จัก ?Alice? จากการฟังวงดนตรีและเพลงต่างๆ มากกว่าด้วยซ้ำ คือภาพอุปมาอุปมัยต่างๆ ของเรื่องราวมีบทบาทสำคัญครบ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แข็งแรงเกี่ยวกับ ?Alice? มันไม่ใช่เพราะพล็อตเรื่อง เพราะมันเป็นเรื่องราวแอ็บเซิร์ด คือมันไม่ได้มีลักษณะการเล่าเรื่องที่แน่นอน ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เวอร์ชันอื่นๆ ดูเหมือนขาดอะไรไปสำหรับผม เพราะมีแค่เด็กหญิงตัวน้อยๆ คนหนึ่งสังเกตสิ่งต่างๆ แล้วพูดแค่ว่า แหม แปลกจังเลย มันมีตัวละครแปลกๆ ตัวแล้วตัวเล่า โดยไม่มีบริบทอะไรเลย ดังนั้น เราก็เลยพยายามจะสร้างพื้นเรื่องให้กับตัวละครแต่ละตัวใน ?Alice in Wonderland? เราพยายามที่จะใส่รายละเอียดและเรื่องราวให้กับพวกเขา มันมีความลึกลับอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ ?Alice in Wonderland? ผมรู้สึกว่ามันคงจะเหมาะกว่าถ้าเราพยายามจะรักษาจิตวิญญาณของตัวละครเหล่านี้ แล้วก็ให้พื้นเรื่องกับพวกเขามากขึ้นไปอีกน่ะครับ

ทำไมคุณถึงให้อลิซมีอายุ 19 ล่ะ
ทิม เบอร์ตัน :
สำหรับผมแล้ว ช่วงอายุนั้นดูจะเป็นทางแยก ผมคิดว่ามันเป็นอายุที่คุณจะเข้าสู่วัฒนธรรมที่คุณจะถูกกดดันให้เข้าสู่สังคม ให้แต่งงานหรือทำอะไรซักอย่าง และสำหรับผม เธอก็ดูเหมือนจะมาถึงจุดที่เป็นทางแยกด้านจิตใจ ผมรู้สึกว่าอลิซเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เพราะเธออยู่ในช่วงอายุนั้น เธอมีทั้งความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในตัว มันมีความขัดแย้งของการรู้สึกเป็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และการประนีประนอมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน มันดูเหมือนโครงสร้างแฟนตาซีที่คลาสสิก ที่ย้อนไปถึง ?The Wizard of Oz? หรือเทพนิยายหรือตำนานพื้นถิ่นหลายๆ เรื่อง การผจญภัยพวกนี้มักจะเป็นการคลี่คลายปัญหาจิตใจของตัวละครเสมอๆ มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมักจะรู้สึกสนใจบทกวีและวัตถุประสงค์ของเรื่องราวจำพวกตำนานน่ะครับ? พวกมันมีความหมายอะไรบางอย่าง ดังนั้น การผจญภัยของเธอก็คือการที่เธอเริ่มจะยอมรับตัวตนของเธอและเริ่มสร้างความเข้มแข็งของตัวเองขึ้นมา มันเป็นการเดินทางแบบที่เกิดขึ้นในเรื่องราวเหล่านี้ แต่มันก็เป็นการเดินทางที่เป็นส่วนตัวด้วยเช่นกันครับ มันดูจะเป็นอายุที่เหมาะสมที่จะล้วงลึกถึงตัวตนของใครซักคน ในช่วงจังหวะแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้นน่ะครับ

ALICE IN WONDERLAND

แล้วจอห์นนีมีวิธีการสวมบทเป็นตัวละครที่โดดเด่นอย่างแมด แฮทเทอร์อย่างไรบ้าง
ทิม เบอร์ตัน :
มันเป็นตัวละครที่เป็นที่จดจำอย่างมากและมันก็ถูกนำเสนอในอนิเมชันและในไลฟ์แอ็กชันด้วย ผมคิดว่าจอห์นนีพยายามจะหาพื้นเรื่องให้ตัวละครตัวนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณสามารถสัมผัสได้ แทนที่จะทำให้เขาเป็นคน ?บ้า? เพียงอย่างเดียว ในหลายๆ เวอร์ชัน เขาก็เป็นเพียงแค่ตัวละครแบบเดียวและเป้าหมายของจอห์นนีก็คือการดึงเอาแง่มุมที่เป็นมนุษย์ใส่เข้าไปในความแปลกของตัวละครตัวนี้ ผมร่วมงานกับเขามาหลายปีแล้ว และเขาก็มักจะพยายามทำอะไรแบบนั้นเสมอ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นครับ

คุณเคยมองว่าจอห์นนี เดปป์เป็นแรงบันดาลใจของคุณบ้างรึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
ม่ายเลยครับ เขาเป็นแค่เนื้อชิ้นใหญ่เท่านั้นเอง (หัวเราะ) นักแสดงทุกคนเก่งกันทั้งนั้น เพราะพวกเขาไม่ได้ยุ่งกับอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งฉาก อุปกรณ์ประกอบฉากหรือนักแสดงคนอื่นๆ ดังนั้น หลายสิ่งหลายอย่างจะต้องอยู่ข้างในจิตใจของแต่ละคน คุณไม่สามารถจะร่วมงานกับนักแสดงเมธอดมากเกินไปในหนังแบบนี้ คุณต้องให้นักแสดงทุ่มเทการแสดงออกมาสู่ภายนอก โดยไม่มีวัตถุดิบมากมายให้กับพวกเขา ซึ่งจอห์นนีเก่งในเรื่องนั้นครับ แล้วผมก็โชคดีกับนักแสดงคนอื่นๆ ด้วยที่ว่าพวกเขาก็ทุ่มสุดตัวเหมือนกัน ตัวผมเองก็เหมือนกัน ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากจริงๆ เพราะผมไม่เคยสร้างหนังแบบนี้มาก่อนเลย มันเป็นงานที่เปิดหูเปิดตาผมจริงๆ เป็นกระบวนการที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และผมก็คิดว่าสำหรับนักแสดงแล้ว มันก็คงเป็นเรื่องที่ท้าทายจริงๆ ครับ

คุณทำงานใกล้ชิดกับจอห์นนีขนาดไหนในการสร้างตัวละครของเขา
ทิม เบอร์ตัน :
ผมก็เขียนภาพสเก็ตช์มา เขาก็เขียนภาพสเก็ตช์มา แล้วเราก็คุยกัน มันแตกต่างออกไปเสมอครับ กับเขาแล้ว ผมจะใช้ข้อมูลอ้างอิง แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรเฉพาะเจาะจงเป็นพิเศษ เพราะเขาไม่เคยอยากจะมีความรู้สึกเหมือนเขาทำอะไรแค่อย่างเดียว เราก็เลยใช้สิ่งอ้างอิงที่เป็นแอ็บสแทร็คหลายอย่าง แต่ผมก็ตื่นเต้นเสมอที่ได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นจากกระบวนการนี้บ้าง

คุณปล่อยให้เขาไปไกลสุดสายป่านก่อนที่จะดึงเขากลับมาอย่างนั้นสิ
ทิม เบอร์ตัน :
ครับ แต่เขาเก่งทีเดียวล่ะ คุณคงไม่อยากปล่อยให้มันไปไกลจนคุณขาดอารมณ์อะไรบางอย่างไป แน่นอนว่าเราพยายามทำให้แฮทเทอร์เป็นคนบ้า แต่เราก็ใส่อารมณ์เข้าไปใต้ความบ้านั้นด้วย จอห์นนีเก่งในเรื่องการพยายามหาความจริงในสิ่งที่ไม่จริงครับ

ทิม เบอร์ตัน

บอกหน่อยได้มั้ยว่าทำไมคุณถึงเลือกมีอา วาซิโคว์สก้ามารับบทอลิซ
ทิม เบอร์ตัน :
เธอมีทั้งคุณสมบัติความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ครับ เธอเป็นคนที่มั่นคงมากๆ นักแสดงบางคนอาจไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่บางคนจะมีคุณสมบัติความเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของอลิซคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็มีคุณสมบัติความเป็นเด็ก มีคนที่เป็นผู้ใหญ่หลายคนที่มีความไร้เดียงสาในขณะเดียวกัน มันมีความเฉยเมยบางอย่างในตัวอลิซที่มักจะอยู่ในเรื่องราวนี้เสมอ เราก็เลยอยากจะให้เธอมีความเข้มแข็งภายในมากขึ้น ซึ่งตัวมีอาเองก็มีเหมือนกัน ผมชอบคุณสมบัตินั้นของเธอ ผมชอบตอนที่สัมผัสได้ถึงคนที่มีคุณสมบัติความเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น เพราะคุณจะได้รับรู้ทุกอย่างผ่านดวงตาของเธอ บทนี้จำเป็นต้องอาศัยคนที่สามารถถ่ายทอดเรื่องนั้นได้ด้วยความละเอียดอ่อนครับ

แล้ว มีอา ซึ่งยังค่อนข้างเป็นนักแสดงหน้าใหม่ รับมือกับบทบาทนี้อย่างไร
ทิม เบอร์ตัน :
เธอเป็นคนเก่งครับ หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นหนังที่เป็นแอ็บสแทร็คที่สุดเท่าที่เธอจะได้แสดง ก็หวังว่าอย่างนั้นนะครับ อย่างที่ผมบอกแหละครับ นี่ก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมเหมือนกัน ในการรับมือกับการแสดงกรีนสกรีนและอุปสรรคอื่นๆ นั้น เธอไม่หวั่นอะไรเลย เธอพยายามจะจดจำตัวละครของเธอให้ได้เสมอเพื่อจะรักษาระดับอารมณ์นั้นให้ได้ ซึ่งมันเป็นประโยชน์มากเพราะมันอาจจะเป็นกระบวนการที่โหดร้ายได้เหมือนกัน ผมคิดว่ามันค้านกับสัญชาตญาณทุกอย่างในฐานะนักแสดง เพราะคุณไม่มีอะไรจะทำงานด้วยได้เลย เพราะคนที่ยืนถือไม้สีเขียวอยู่ไม่ได้ก่อเกิดแรงบันดาลใจเลยนี่ครับ

คุณมักกลับไปหาคริสพิน โกลเวอร์ [ผู้รับบทแจ็คโพธิ์แดงใน ?Alice in Wonderland?] เสมอใช่รึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
ผมได้พบเขาเป็นครั้งแรกในช่วงต้นยุค 80s เขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์มากๆ เขาเป็นคนแบบเรอเนอซองส์ตัวจริง มีไม่กี่คนหรอกครับที่แสดงหนัง สร้างหนัง ทำงานศิลปะและใช้ชีวิตในแบบที่เขาทำ แต่เขาเยี่ยมมาก และเขาก็เป็นคนที่ขึ้นหน้าจอด้วยครับ

ทีมนักแสดงของคุณเต็มไปด้วยนักแสดงสมทบชาวอังกฤษ ผู้สามารถกลืนตัวเองไปกับตัวละครของตัวเองได้
ทิม เบอร์ตัน :
ผมชอบการได้ร่วมงานกับคนอย่างแมท ลูคัส ที่สวมบทตัวละครหลายตัว เพราะผมคิดว่าพวกเขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ที่ดูแล้วสนุก แมทแสดงเป็นตัวละครตัวหนึ่ง แล้วก็ไหลลื่นเป็นอีกตัวหนึ่ง ซึ่งสำหรับผมแล้ว นั่นเป็นสัญญาณของนักแสดงที่ดี และการได้ร่วมงานกับเขาก็เป็นอะไรที่เยี่ยมจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมที่ต้องมีกลิ่นไอแบบอังกฤษที่หนักแน่นจริงๆ ในเรื่อง มีคนมากมายที่ผมชื่นชมเสมอมา ผมอยากจะพยายามสร้างเสียงอนิเมชันที่ไม่ใช่อนิเมชันมากเกินไป เพื่อที่จะทำให้พวกมันให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในโลกเดียวกัน ผมไม่อยากให้ตัวละครพวกนี้ให้ความรู้สึกเหมือนตัวละครไลฟ์แอ็กชันในโลกอนิเมชันล้วนๆ ผมก็เลยพยายามที่จะทำให้ส่วนไลฟ์แอ็กชันสุดโต่งขึ้นอีกเล็กน้อย พร้อมๆ กับพยายามดึงเอาอนิเมชันกลับมาเล็กน้อย ผมโชคดีที่ได้นักแสดงเยี่ยมๆ ผู้นำตัวละครอนิเมชันให้ไปถึงระดับของไลฟ์แอ็กชัน ซึ่งถ้าพวกเขาได้แสดงเป็นคนก็คงจะเยี่ยมไปเลยนะครับ

คุณช่วยให้นักแสดงเข้าถึงตัวละครได้อย่างไร
ทิม เบอร์ตัน :
มันเป็นเรื่องยากนะครับเมื่อคุณไม่ได้มีฉากเยอะแยะและต้องยุ่งกับเทคโนโลยีมากมาย ผมพยายามที่จะทำให้มันมีชีวิตชีวาและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นความเร็วและพลังงานก็เป็นสิ่งสำคัญครับ คุณต้องพยายามทำให้พวกเขาเดินหน้าและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ

แล้วนักแสดงใน ?Alice in Wonderland? รับมือกับไดอะล็อคในเรื่องอย่างไร
ทิม เบอร์ตัน :
นักแสดงแบบที่ผมชอบร่วมงานด้วยนำอะไรมาสู่ไดอะล็อคครับ เหมือนกับว่ามันมีประโยคหรืออะไรบางอย่างในหนังสือที่พวกเขาอยากให้อยู่ในสคริปต์ด้วย ถ้านักแสดงรู้สึกผูกพันหรือชื่นชอบอะไรบางอย่าง มันก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้วล่ะครับ และคุณก็อาจจะได้อะไรที่ดีกว่าจากพวกเขาก็ได้ สิ่งที่พวกเขาสามารถไขว่คว้ามาได้เป็นสิ่งที่มีความหมายอยู่แล้วล่ะครับ

แล้วตกลงมันเป็นอันเดอร์แลนด์หรือวันเดอร์แลนด์กันแน่ล่ะ ในหนังเรื่องนี้ มันมีลักษณะเป็นอย่างไร
ทิม เบอร์ตัน :
มันเป็นอันเดอร์แลนด์ครับและเป็นอันเดอร์แลนด์มาตั้งแต่แรก แต่ตามเวอร์ชันหนัง เมื่ออลิซไปเยือนที่นั่นเมื่อครั้งยังเด็กอยู่ เธอได้ยินชื่อผิดๆ ก็เลยเรียกมันว่าวันเดอร์แลนด์ ทุกคนต่างก็มีภาพอันเดอร์แลนด์ในความคิดของตัวเองทั้งนั้น ผมคิดว่าในความคิดของคนทั่วไป มันก็จะเป็นสถานที่ที่สว่างไสวเหมือนการ์ตูน เราคิดว่าถ้าอลิซเคยผจญภัยที่นั่นตอนยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ และตอนนี้เธอได้กลับไปที่นั่นอีกครั้ง บางทีมันอาจจะหดหู่กว่าที่เคยเป็น มันมีความรู้สึกหลอนนิดๆ ครับ

แล้วคุณได้ใช้เทคโนโลยีพิเศษอะไรกับหนังเรื่องนี้รึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
เคน รัลสตัน [ซูเปอร์ไวเซอร์อาวุโสฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์] เป็นคนรับหน้าที่นี้ครับ ผมไม่เคยสร้างหนังแบบนี้มาก่อน มันเป็นปริศนา และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างจวบจนตอนสุดท้าย สิ่งที่ยากเย็นที่สุดก็คือหลังจากที่การถ่ายทำสิ้นสุดลงแล้ว ปกติแล้วคุณก็จะได้หนังมาเรื่องหนึ่ง คุณจะได้เห็นช็อตต่างๆ ก่อนที่จะใช้เวลาลำดับภาพมันอีกหกเดือนหรือหนึ่งปี แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเป็นกระบวนการที่เหมือนอลิซในดินแดนมหัศจรรย์มากๆ คือค่อนข้างเป็นไปในทิศทางกลับกันน่ะครับ

คุณใส่เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วลงไปในหนังเรื่องนี้อย่างไร
ทิม เบอร์ตัน :
วิธีการของเราค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ครับ ในแง่ที่ว่าผมกับเคน รัลสตันจะคุยกันว่าเราชอบอะไรและไม่ชอบอะไรในอนิเมชัน, ไลฟ์แอ็กชันและเทคโนโลยีอื่นๆ เราคุยกันเรื่องพวกนั้นแล้วก็ตัดสินใจว่าจะจับมันมายำรวมกัน เรามีทั้งคนจริงๆ และตัวละครสัตว์ที่เป็นอนิเมชัน ที่เราควบคุมมันได้ เราก็เลยเลือกเอาว่าเราจะใช้อะไรกับสถานการณ์ไหน คุณสมบัติของเทคโนโลยีคือเรามีหลากหลายวิธีที่จะใช้มันครับ

คุณได้คอนเซ็ปต์ในการออกแบบโลกใบนี้มาจากไหน
ทิม เบอร์ตัน :
เราได้มองภาพของศิลปินเยี่ยมๆ มากมายสำหรับหนังเรื่องนี้ ในหลายแง่มุมแล้ว มันเหมือนกับหนังอนิเมชันมากกว่า ในเรื่องของโครงสร้างและวิธีการสร้างมันขึ้นมา เรามีทีมดีไซเนอร์หลายคนครับ ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งนั้น มันเป็นกระบวนการงานสร้างที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดจริงๆ ครับ

ALICE IN WONDERLAND

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณได้มากที่สุดในแง่ของวิชวล
ทิม เบอร์ตัน :
เราไม่ได้เลือกเพียงแค่อย่างเดียว เพราะมันมีอะไรหลายๆ อย่างแตกต่างกันไป เราดูภาพต้นไม้ เราเจอภาพคอนเซ็ปต์เยี่ยมๆ ที่เราชอบ แล้วเราก็เริ่มต้นจากตรงนั้น สุดท้ายแล้วเป้าหมายของเราก็คือการรักษาแก่นแท้ของเรื่องราวเอาไว้แล้วทำให้มันให้ความรู้สึกเหมือนใหม่ ทำให้มันให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม แต่มันก็มีเหตุผลที่ทำให้ผมชอบแมวเชสเชอร์หรือตัวหนอนผีเสื้อ หรือแมด แฮทเทอร์ ตัวละครเหล่านี้ติดตรึงในความทรงจำของผู้คนเพราะมันเป็นภาพที่ชัดเจนครับ การถ่ายทอดภาพเหล่านั้นออกมาคือกุญแจสำคัญ

ทำไมคุณถึงเลือกที่จะสร้างหนังเรื่องนี้เป็น 3D
ทิม เบอร์ตัน :
3D ไม่ใช่แฟชั่นนะครับ แต่มันเป็นสิ่งที่จะมาแทนที่ของเก่า มันไม่ได้หมายความว่าหนังทุกเรื่องจะต้องถูกสร้างเป็น 3D ก็จริง แต่ในขณะเดียวกัน ?Alice? เป็น 3D ก็เพราะเรื่องราวของมันดูจะเหมาะกับความเป็น 3D ดังนั้น แทนที่เราจะถ่ายทอดมันออกมาแบบธรรมดา เราก็พยายามที่จะทำกับมันเหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวันเดอร์แลนด์ เป็นการจับคู่สื่อเข้ากับเรื่องราวน่ะครับ

คุณถ่ายทำเป็น 3D หรือมันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหลังจากการถ่ายทำเสร็จสิ้นล่ะ
ทิม เบอร์ตัน :
เราไม่ได้ถ่ายทำมันแบบ 3D ครับ ด้วยเทคนิคที่เราใช้ ซึ่งก็คือการควบคุมอนิเมชันและไลฟ์แอ็กชันล้วนๆ การถ่ายทำแบบดั้งเดิมช่วยให้เรามีอิสระมากกว่าในการเจาะลึกเข้าไปในระดับที่เราต้องการ และผมก็มองไม่เห็นความแตกต่างหรอกนะครับ ผมมั่นใจว่าจะมีคนที่บอกว่า ?แบบนี้หรือแบบนั้นมันจะบริสุทธิ์กว่า?? แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ใช่ หลังจากที่ได้เห็นงานแปลงรูปแบบของหนังให้เป็นสามมิติใน ?The Nightmare Before Christmas? ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะสร้างมันด้วยวิธีอื่น เราพยายามที่จะทำให้มันเร็วขึ้น และท้ายที่สุดแล้ว ผมก็มองไม่เห็นข้อแตกต่างในเรื่องคุณภาพเลยครับ

การใช้ 3D ส่งผลต่อเรื่องราวบ้างรึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
สมัยก่อน คุณต้องสวมแว่น และเดินออกจากโรงหนังพร้อมกับอาการปวดหัวตึ้บ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว มันเป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินกว่าเยอะครับ โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจจะสร้างมันให้เป็นแค่ลูกเล่น แต่ผมเชื่อว่ามันช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับหนังเรื่องนี้จริงๆ มันจะนำพาคุณสู่โลกใบนั้น และกับเนื้อหาของ ?Alice? เช่นการยืดและหดตัวของตัวละคร รวมถึงสถานที่ที่พิเศษสุดเหล่านั้น การใช้ 3D ก็ช่วยทำให้คุณดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เหล่านั้นยิ่งขึ้น แน่นอนว่าหนังพวกนี้ไม่เพียงแต่จะต้องเวิร์คเมื่อเป็น 3D เท่านั้น แต่มันก็จะต้องดูดีในฐานะหนังที่คุณอยากจะดูด้วย ผมคิดว่า 3D ในแบบที่เป็นแค่ลูกเล่นกำลังจะตกกระป๋อง เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องของประสบการณ์ที่ทำให้คุณอยู่ในหนังเรื่องนั้นๆ มากขึ้น ในตอนที่ ?Nightmare? ถูกเปลี่ยนให้เป็น 3D ผมรู้สึกว่านี่คือวิธีที่มันควรจะถูกสร้าง คุณจะรู้สึกถึงสัมผัสของหุ่นชักใยมากขึ้น คุณจะรู้สึกเหมือนคุณอยู่ในฉากด้วยจริงๆ ซึ่งผมคิดว่ามันช่วยเสริมสร้างประสบการณ์นี้จริงๆ เรื่องราวนี้ดูจะเป็นเรื่องราวในแบบที่เหมาะจะสร้างเป็น 3D ผมมักพยายามพูดอยู่เสมอว่า ?มันเป็นสื่อที่เหมาะกับเรื่องราวนี้รึเปล่า? ไม่ใช่ทำเพราะมันเป็นลูกเล่นหรือเพราะมันเป็นแฟชันไปแล้ว ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกเหมือนว่าเป็นเรื่องราวที่เหมาะจริงๆ ดังนั้นการได้เห็นมันโลดแล่นมีชีวิตในรูปแบบ 3D ก็ช่วยสร้างเสริมเรื่องราวจริงๆ มันทำให้คุณเกิดความรู้สึกแบบ ?อยู่ตรงนั้น? ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับหนังทุกเรื่องน่ะครับ

คุณมองอนาคตของโลกภาพยนตร์อย่างไรบ้าง เมื่อเรามีการผสมผสาน 3D เข้ากับไลฟ์แอ็กชันแบบนี้
ทิม เบอร์ตัน :
ผมเคยทำงานอนิเมชันเมื่อหลายปีมาแล้ว มันถูกตอกฝาโลง แล้วพวกเขาก็เลิกทำอนิเมชันวาดด้วยมือ ดังนั้นข่าวดีก็คือมันมีรูปแบบมากขึ้นสำหรับทุกอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องเยี่ยมครับ มันควรจะมี 3D ของทั้งอนิเมชัน, คอมพิวเตอร์อนิเมชัน, สต็อปโมชัน ทุกอย่างใช้ได้ทั้งนั้น และก็เยี่ยมทั้งนั้น มันดีกว่าแต่ก่อนเยอะครับ ผมดิ้นรนมาเป็น 10 ปีเพื่อสร้างหนังสต็อปโมชันซักเรื่องขึ้นมา แต่ตอนนี้คุณสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อย่างสบายๆ เลยครับ

คุณหลงใหลในเรื่องสเปเชียล เอฟเฟ็กต์รึเปล่า
ทิม เบอร์ตัน :
ผมไม่ใช่คนทำหนังแบบสักแต่ให้มีสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ครับ ผมพยายามที่จะไม่ใช่มันพร่ำเพรื่อแบบนั้น แม้แต่สำหรับภาพต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ เราก็พยายามจะย้อนกลับไปหาความเรียบง่ายของการที่มันเป็นการเดินทางของคนๆ หนึ่งอยู่เสมอ นี่เป็นการเดินทางของอลิซครับ มันเรียบง่ายแค่นั้นเอง และนั่นก็คือสิ่งที่เราพยายามจะรักษาไว้ครับ

————————————————————————————