คำ ?พิพากษา? จากการทำประชาพิจารณ์กว่า 1,000 สายตา ที่ได้ชม ?นาคปรก?

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / คำ ?พิพากษา? จากการทำประชาพิจารณ์กว่า 1,000 สายตา ที่ได้ชม ?นาคปรก?

เป็นการรอคอยที่ยาวนานกว่า 3 ปีเต็ม สำหรับภาพยนตร์สะท้อนสังคม ?นาคปรก? ที่เป็นข้อถกเถียงกันในสังคมว่า เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหารุนแรงต่อศาสนา ทั้งๆที่ภาพยนตร์ยังไม่เข้าฉาย ก็ถูกคำพิพากษา จากสังคมไปซะแล้ว ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าว ยังคงตัดสินอะไรไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ชมภาพยนตร์เต็มๆ และนี่ก็คือส่วนหนึ่งของคำพิพากษา จากการทำประชาพิจารณ์กว่า 1,000 สายตาที่ได้ชม ?นาคปรก? ก่อนที่หนังจะเข้าฉาย ไปดูกันว่าแต่ละคนคิดอย่างไรกับภาพยนตร์เรื่องนี้

?มันก็จะมีสองฉากที่ดูหมิ่นเหม่ แต่คนอาจจะยอมรับในความกตัญญูของตัวละคร ตัวอาตมาเอง ก็เคยเจอพระที่กตัญญู อยู่ที่ศรีสะเกษ เขาก็ถูกตัวแม่ได้ เขาไม่ได้จับด้วยความเสน่หา ไม่ได้จับด้วยความ กำหนัด แต่อยากจะตำหนิเรื่องปืน มันดูรุนแรง แต่ในเรื่องมันคือโจร ถ้าเซ็นเซอร์เขาแยกแยะได้ก็น่าจะผ่าน ในวงการพระก็ไม่น่ามีใครขัดข้องอะไร ถ้าคนหัวไวคงดูทัน แต่บางช็อตมันสั้นทำให้คนตามไม่ทันก็มี สำหรับอาตมาเชื่อว่าหนังเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์กว่า 80 เปอร์เซนต์ หนังเรื่องนี้มันดีตรง ที่ว่าให้ความซาบซึ้ง ระหว่างแม่ลูก คือโดนแน่ๆ กองเซ็นเซอร์ แต่ประเด็นที่คุณอยากจะบอกมันคืออะไร ถ้าเราบอกว่าเพื่ออุทิศให้ศาสนา ก็ไม่น่ามีอะไรจะต้องกังวล?
– พระพยอมกัลยาโณ วัดสวนแก้ว-

?ส่วนตัวผมอยากให้หนังเรื่องนี้ได้ฉาย ผมก็งงว่าเหตุใดหนังเรื่องนี้ถึงไม่ได้ฉาย แล้วควรจะฉาย ให้กับสังคม ไทยที่กำลังเป็นวัตถุนิยมกันอยู่ก่อนที่จะเปลี่ยนรัฐบาลกัน ผมว่าเรื่องนี้ควรจะได้ฉาย เพราะไม่ได้เกี่ยว กับศาสนา จริงๆ ศาสนามันเป็นแค่อีกบริบทนึงของหนังเรื่องนี้ เรากำลังพูดถึงความกตัญญูมากกว่า คือถ้ามันมีดีก็ต้องมีชั่ว มีขาวก็ต้องมีดำ หนังเรื่องนี้จะบอกเลยว่าพ่อแม่ต้องการเงินทอง หรือต้องการลูกให้กลับไปอยู่บ้าน ผมอยากให้หนังเรื่องนี้ได้ฉายในสังคมมาก คือมันไม่เกี่ยวว่าอะไรใช่ไม่ใช่ มันอยู่ที่เจตนามากกว่าผมว่าหนังเรื่องนี้มีเจตนาที่บริสุทธิ์?
– นักศึกษาปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย –

?ทุกวันนี้ที่เราเห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์พ์ ก็จะเห็นว่าพระสงฆ์ทำไม่ดี แล้วทำไมหนังเรื่องนี้ถึงไม่ผ่าน กองเซ็นเซอร์ แต่ทำไมเราถึงเห็นได้ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน ทำไมเขาจะมาเซ็นเซอร์หนัง แต่ไม่ไปเซ็นเซอร์หนังสือพิมพ์พ์บ้าง”
– นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต –

?โยมต้องกำหนดอายุนะ หนังเรื่องนี้ เพราะว่าคนดูแล้วคนอาจสับสน คือหนึ่งคือว่าพระจริงหรือพระปลอม จริงอยู่มันปล้นผ้าเหลือง สังคมต้องได้รับการกระทบกระเทือนแน่ ถ้าโยมเอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่ โยมต้องมี คำอธิบายหลายๆ จุดที่ต้องเยอะมาก เพราะผมว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนวงการสงฆ์แน่”
– พระรูปหนึ่ง ในวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร –

?ผมมองว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง มีการวางแผนงานที่เลวร้าย ถ้าถามว่าจรรโลงศาสนามั้ย ผมว่าไม่จรรโลง ไม่จรรโลงอย่างเดียวไม่พอ ผมมองว่าการเอาโจรสองคนมาปล้นผ้าเหลืองเนี่ย มันไม่ถูกต้อง ทั้งถือปืน ทั้งเอาสีกามานอน หรือฉากทำร้ายพระ ไม่ว่าจะปืน ใช้ยิง พูดคำหยาบ ผมไม่เห็นว่ามันจะจรรโลง ศาสนาตรงไหน แต่สรุปโดยรวมแล้วถามว่าผมชอบมั้ย ผมชอบนะ ท่านทำออกมาได้ดี แต่ใช้ความรุนแรง ในการแสดงออกที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะวิธีคิดแบบโจรนี่เก่งมาก ไม่รู้ว่าชีวิตจริงเป็นไง ถ้าจะต้องจัดระดับความเหมาะสมควรจะต้องจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องสูงมาก?
– คณะกบว.ท่านหนึ่ง


?ก่อนอื่นต้องชื่นชมทางทีมเขียนบท ที่ในส่วนของเจตนารมย์ที่เขาคาดหวังเขาค่อนข้างทำสำเร็จ ทั้งเรื่องของตัวละครที่เปรียบเทียบกับบัวสี่เหล่า หรือประเด็นแรงๆ กับสังคม ในมุมมองของผมคิด ว่าหนังมันควรจะให้อะไรกับสังคมบ้าง หรือตั้งคำถามกลับอะไรไปบ้าง และไม่จำเป็นว่าตอนท้าย หนังจะบอกอะไรกับคนดู นอกจากหนังเรื่องนี้จะบอกประเภทของตัวละครแล้ว ยังสามารถแบ่งประเภท ของคนดูได้ด้วย ซึ่งมันก็แล้วแต่วุฒิภาวะอยู่ดี?
– หนึ่งในคณะกบว. –

?คือผมก็เป็นคนศาสนาพุทธ คือผมเข้าใจหนังเรื่องนี้ ในความรู้สึกของผมคืออยากให้มันฉาย แต่เมืองไทย เป็นคนหัวโบราณ เรื่องศาสนาผ้าเหลืองคือยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย มันเป็นสัญลักษณ์ที่ใหญ่มาก เราไม่สามารถทำลายความเชื่อนี้ได้ ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ในโรงที่ทุกอย่างครบถ้วน คือผมเข้าใจนักแสดง ผู้กำกับ คือหนังเรื่องนี้มันดีมาก ผมชอบหมดทุกอย่าง ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ดี?
– ปราโมทย์ แสงศร ผู้กำกับหนังสั้นอดีตนักแสดงชื่อดัง –

?ผมดูแล้วคิดว่ามันไม่เห็นทำลายศาสนาตรงไหน มันเป็นหนังที่ดูแล้วให้คิด ไม่ได้เป็นหนัง ที่ทำให้ลอกเลียนแบบ เพราะประเทศไทยก็มีแต่หนังรักวัยรุ่น ผมว่าถ้ามันจะฉายได้ก็ต้องแก้ที่คนดูแล้วล่ะ ผมว่าถ้าคนดูแล้วลอกเลียนแบบดูเป็นเด็กอมมือมากกว่า”
– นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยรังสิต –

?ผมตัดสินใจว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าดี ในส่วนที่น่าจะต้องมีการปรับปรุง คือผู้ชมน่าจะต้องมีวิจารณญาณ พอสมควร คือด้วยตัวเนื้อหาหามันก็มีความจริงจังอย่างหนังควรจะเป็น แต่ควรจะต้องมีการจำกัดอายุ ในส่วนของศาสนาที่มีมาสอนผมก็เห็นด้วย ผมไม่เคยเห็นหนังเรื่องไหนที่มีฉากต่างๆ ที่คอยสอนให้แง่คิดตรงไปตรงมาแบบนี้ ผมว่ามันดีกับสังคม?
อาจารย์ ม.ราชภัฏสุราษฏร์ธานี –

?หนูคิดว่าสมัยนี้ภาพยนตร์มันไม่น่าดู คือหนูคิดว่าเดี๋ยวนี้ได้ดูแต่หนังที่ขายตลก ไม่ได้มาดูความจริงของหนัง เราคนดูเป็นคนเลือกหนัง ไม่ใช่หนังเลือกเรา เพราะฉะนั้นหนูต้องการดูหนังเต็มๆ เพราะเดี๋ยวนี้ คนก็รู้ว่า พุทธศาสนาเป็นยังไง พระเป็นยังไง ถ้าต้องโดนเซ็นเซอร์ก็เหมือนกับว่าไม่ได้เสนอความจริง ก็ได้แต่ หลอกคนอื่นว่าศาสนาของเราคือสิ่งสวยงาม ในฐานะที่หนูจ่ายตังค์ไปดูหนัง หนูต้องการดูสิ่งที่ผู้กำกับต้องการจะบอกจริงๆ?
– นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต –

และสำหรับเราๆ ท่านๆ ก็จะได้รับชมกัน 18 มีนานี้แหละ อ่อ สมาชิกชาวเอ็มไทย เรามีรอบพิเศษอยู่ แจกถึงร้อยที่นั่ง ให้ลองไปพิสูจน์ว่า ดุเดือดขนาดไหน