หนังไทย หัวข้อหลักสัมมนาหนังที่เซี่ยงไฮ้

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / หนังไทย หัวข้อหลักสัมมนาหนังที่เซี่ยงไฮ้

หลังเทศกาลสงกรานต์ ผมได้เดินทางไปเซี่ยงไฮ้เพื่อเข้าร่วมงาน 2010 International Seminar and Screening of Thai Cinema หรือ “งานสัมมนานานาชาติและการฉายภาพยนตร์ไทย 2010”

งานนี้เป็นการร่วมมือกันของ สถาบันวิจัยศิลปะ แห่งสถาบันการละครเซี่ยงไฮ้ (Arts Research Institution, Shanghai Theatre Academy) กับภาควิชาภาพยนตร์ฯ คณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ

กิจกรรมหลักของงานก็มีการนำเสนอผลงานวิชาการของนักวิชาการของไทยและจีน (ในส่วนของจีนนั้น มีผลงานของนักศึกษาด้วย) กับการจัดฉายหนังไทย


ในส่วนของการนำเสนอผลงานวิชาการ มีผลงานทั้งหมด 28 เรื่อง เป็นของไทย 7 เรื่อง (จาก จุฬาฯ 5 และจาก ม.ธรรมศาสตร์ ม.มหิดล และ ม.รังสิต อย่างละ 1) ของจีน 20 เรื่อง (จากสถาบันการละครเซี่ยงไฮ้ สถาบันอื่นในและนอกเซี่ยงไฮ้ รวมถึงสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง) และจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง ที่สิงคโปร์ 1 เรื่อง ทั้งหมดเป็นการศึกษาเกี่ยวกับภาพยนตร์ไทย

เมื่อได้เข้าร่วมการสัมมนา ผมแปลกใจที่ได้รับรู้ว่ามีความสนใจหนังไทยอย่างมากในหมู่นักศึกษาและอาจารย์จีน สังเกตได้จากหัวข้อการศึกษาที่นำเสนอในงาน

หัวข้อหรือประเด็นที่นำเสนอในงานก็มี อาทิ “ศิลปะของภาพยนตร์วัยรุ่นไทย” “ภาพยนตร์วัยรุ่นไทยในสถานศึกษา” “ดนตรีในภาพยนตร์ไทยร่วมสมัย” “สุนทรียศาสตร์ของภาพยนตร์ไทยในช่วงทศวรรษ 1950-1960” “การตื่นของวัยรุ่น (รักแห่งสยาม)” และ “การศึกษาเปรียบเทียบ รักแห่งสยาม กับ Together”

โดยเฉพาะเรื่อง “รักแห่งสยาม” นอกจากจะเป็นหัวข้อที่นักวิชาการและนักศึกษาจีนให้ความสนใจกันมากแล้ว ยังเป็นตัวอย่างและประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงกันบ่อยครั้งในงาน จนอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นพระเอกของงาน

เมื่อออกจากงาน ได้สนทนากับนักศึกษาจีนก็พบว่าพวกนักศึกษาชอบ “รักแห่งสยาม” กันมาก และแน่นอนผู้แสดงชายในหนัง (มาริโอ เมาเร่อ) ก็มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบเช่นกัน

ในส่วนของการจัดฉายภาพยนตร์ มีหนังอย่าง “ชัตเตอร์ฯ” และ “รถไฟฟ้าฯ” ไปฉาย มีรายงานว่านักศึกษาจีนให้ความสนใจกันมากระดับมีคนดูค่อนโรงหรือเต็มโรง


นอกจากเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการแล้ว ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานที่จัดงานเซี่ยงไฮ้เอ็กซ์โป ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมงาน แม้ยังไม่เสร็จแต่ก็เห็นได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่จริงๆ และคาดว่าถ้าจะให้คนเข้าชมงานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ชุลมุนวุ่นวาย ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น

แม้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม แต่ก็พอมองเห็นเซี่ยงไฮ้ได้ในบางด้านบางมุม อย่างแรกที่เห็นคือ เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ใหญ่มาก ส่วนที่เป็นตึกสูงแบบ สีลม สาทร นั้นกว้างไกลสุดสายตา อีกอย่างที่สังเกตได้ก็คือ เป็นเมืองใหญ่ที่สะอาดและเป็นระเบียบกว่าที่คิด ตลอด 6 วันที่อยู่ที่นั่นไม่เจอเศษขยะเลย และแม้เป็นเมืองที่อัดแน่นด้วยตึกสูงแต่ก็มีถนนหลายสายที่สองข้างทางเป็นต้นไม้ดูรื่นรมย์น่าเดิน

ส่วนโปรแกรมบังคับอย่างการล่องเรือยามราตรีชมแม่น้ำหวงผู่ บรรยากาศสวยงามพอได้ แต่ตอนรอคิวลงเรือคนแน่นเหมือนหนีภัยพิบัติ โชคดีที่อากาศเย็น (10 กว่าองศา) ถ้าร้อนเท่าบ้านเราคงมีคนเป็นลมตายกันบ้าง

เสียดายอย่างเดียวไม่ได้นั่งรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งจากสนามบินเข้าเมืองด้วย ความเร็วกว่า 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็ยังมีโอกาสได้นั่งรถไฟจากเซี่ยงไฮ้ไปหางโจว ซึ่งระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ความเร็วเฉลี่ยปรากฏเป็นตัวเลขให้เห็นตรงหน้า คือ 140-170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นั่งรถไฟจีนแล้วอดนึกถึงรถไฟไทยไม่ได้ ขนาดหนังไทยที่ผมว่าพัฒนาช้าแล้วก็ยังพัฒนาโดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่สำหรับรถไฟไทยยังไม่เห็นอนาคตเลยจริงๆ

ที่มา : ข่าวสด คอลัมน์ หนังเด่น