การเดินทางของ “เชร็ค”

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / การเดินทางของ “เชร็ค”

…. กาลครั้งหนึ่ง…. ไม่นานเท่าไหร่ มียักษ์เขียวตนหนึ่งได้แต่งงานกับเจ้าหญิง (ที่ก็เป็นยักษ์เหมือนกัน) ลงเอยกันราวกับจะมีความสุขตลอดไป …
แต่แล้วเจ้ายักษ์ดั้นฟุ้งซ่าน อยากมีชีวิตที่ซู่ซ่าเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความติสต์แตกไม่รู้อารมณ์ไหน จึงไปทำสัญญากับภูติแสนกล จนทำให้ทุกอย่างในชีวิตของเขาหายไป…หมด (สมน้ำหน้า อยากซ่าดีนัก)

แล้วเขาจะทำอย่างไร … เพื่อให้ได้? ครอบครัว? เพื่อนฝูง? และ…คนรัก? กลับมา

หนึ่งบทสรุปสุดท้ายของตำนานเจ้ายักษ์เขียวตัวโตกับเจ้าสาว(เคย)แสนสวย ที่ครองใจผู้ชมนานถึง 10 ปี

เชร็ค ภาคแรกจร้าา

จากการเปิดตัวครั้งแรก เมื่อเดือน พฤษภาคม 2001 ด้วยเรื่องราวสนุกสนาน ล้อขนบธรรมเนียมทุกอย่างของการ์ตูนเทพนิยาย ทำให้เรื่องนี้ได้ใจผู้คนในวงกว้าง เป็นการ์ตูนที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี คว้าออสการ์สาขาการ์ตูนเรื่องยาวยอดเยี่ยมประจำปี 2002 มานอนกอดเป็นตัวแรกสำหรับสาขานี้ได้สำเร็จ

และด้วยความโด่งดังของ”Shrek”? “Universal Studio” ได้แกะกล่องเครื่องเล่นใหม่ล่าสุด “Shrek 4-D” ให้ผู้ชมได้เข้าไปดูหนังแบบได้อารมณ์สมจริง ทั้ง3มิติทะลุจอ และบรรยากาศแสง สี เสียง รอบข้าง

เชร็ค 4D

ก่อนที่ในเดือน พฤษภาคม 2004? “Shrek2” จะออกสู่สายตาชาวโลก ด้วยรายได้ 5 วันแรกสูงสุดตลอดกาล..(ในเวลานั้นนะ)? ตอกย้ำความสำเร็จที่ ถล่มทลายกว่าภาคแรกแบบเท่าตัว ด้วยเนื้อหาความรักแบบยักษ์ๆของ 2 พระนาง ที่ร่วมกันฝ่าฟัน จนในที่สุด คนรอบข้างยอมรับได้ว่า แท้จริงแล้วรูปลักษณ์ภายนอกนั้นไม่ได้สำคัญกว่าความรักที่มีให้กัน (…เฮ้อออ หวานซะ )

เชร็ค 2

หลังทิ้งเรื่องราวความรักที่สุขสมหวังไว้ในภาค 2 ถึงเกือบ 3 ปี “Shrek The Third” ก็ปล่อยโปรแกรมฉายในเดือน พฤษภาคม 2007 ออกมา พร้อมๆกับการเปลี่ยนตัวผู้กำกับจาก “แอนดรูว์ อดัมสัน” มาเป็น “คริส มิลเลอร์” แม้ภาคนี้จะออกแนวเป๋ไปซักหน่อย แต่รายได้ก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ผู้กำกับจะใช้กลยุทธเปิดตัวตัวละครใหม่ อย่าง“เจ้าชายอาร์ตี้” หลานชายกษัตริย์ฮาร์โรลด์ ที่ได้ “จัสติน ทิมเบอร์เลค” มาให้เสียง เพื่ออิงกระแสคู่รัก “คาเมรอน ดิแอซ” ที่ตอนนั้นให้เสียง “ฟีโอน่า” แต่ก็ดูไม่ช่วยอะไรมากนัก อีกทั้งเนื้อหาภาคนี้ยิ่งดูสับสนอมหม่านเพิ่มมากขึ้น เมื่อเจ้าชายชาร์มมิ่งยังตามราวีไม่เลิก … แต่สุดท้ายเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ใครที่ได้ดูคงจำกันได้

เชร็ค 3 และเจ้าชายอาร์ตี้

หลังจากโลดแล่นบนจอเงินมานาน พฤศจิกายน 2008 “Shrek The Hall “ ก็ได้ฤกษ์ลงจอแก้วในตอนพิเศษกันบ้าง (…แต่เราชาวไทยคงไม่มีโอกาสได้ชมกันน๊าาา ) กับเรื่องราววายป่วงในช่วงคริสต์มาส เมื่อเชร็คไม่รู้จักว่า วันคริสต์มาสคืออะไร!!!!

เชร็คกับวันคริสต์มาส

และยิ่งช่วยตอกย้ำความแรงของ Shrek มากยิ่งขึ้น เมื่อถัดมาอีกแค่เดือนเดียว “Shrek The Musical” ก็ออกแสดงใน Broadway และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล? Tony Award ถึง 8 สาขารวมถึงรางวัล Best Musical อีกด้วย…

เจ้ายักษ์เขียวตัวเป็นๆ ใน Shrek The Musical

หลังจากพักเหนื่อยไปถึง 2 ปี พฤษภาคม 2010 Shrek กลับมาอีกครั้ง เพื่อปิดฉากตำนานกับ “Shrek Forever After” แต่ทว่าลาแล้วใช่ลาลับ

พฤศจิกายน 2010 เจ้าเหมียวพุช ยังมีเรื่องราวอยากเล่าต่อใน “Puss in Boots : Story of an Orge killer” โดยได้ “คริส มิลเลอร์” มานั่งแท่นผู้กำกับ? มารับหน้าที่เดิม แถมด้วยสาว “อันโตนิโอ แบนเดอราส”“ซัลม่า ฮาเย็ค” มาเป็น เหมียวคิตตี้ สาวที่พุชหลงรัก และอีกหลากหลายตัวละครที่แท็กทีมมาร่วมสร้างความสุขกันต่อ

ปิดฉากตำนานยักษ์เขียว

จาก 10 ปีที่ผ่านมา กับหลากหลายเรื่องราวความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ จากเจ้ายักษ์เขียวตัวโตแสนซื่อ(บื้อ) ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน หากแต่ทุกเทพนิยาย ทุกเรื่องเล่า ย่อมต้องมีบทสรุปของมัน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในบทสรุปกับสุดยอดความตลกเพี้ยนของ Shrek และผองเพื่อนได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์จร้าาาา…

ที่มา : Starpics