Project London : ภาพยนตร์สเปเชียลเอฟเฟคไร้ทุนสร้างที่ทะเยอทะยานสุดๆ

Home / ข่าวหนัง / Project London : ภาพยนตร์สเปเชียลเอฟเฟคไร้ทุนสร้างที่ทะเยอทะยานสุดๆ

หนังสงครามไซไฟสุดอลังการ ที่ฉาก CG และ VFX ทั้งหมดสร้างโดยไม่ใช้เงินทุนเลยแม้แต่แดงเดียว!

หากจะเอ่ยถึงหนังที่เน้นสเปเชียลเอฟเฟค ย่อมเป็นอะไรที่คนทำหนังตัวเล็กๆ ทั่วไปแค่ฟังก็ขยาดกันมาเนิ่นนาน เหตุเพราะพอพูดถึงการใช้ CG หรือวิช่วลเอฟเฟค (VFX) ทีไร ตัวเลขเงินทุนจำนวนมหาศาลที่ต้องใช้ ก็ลอยมาปะทะกับใบหน้าของนักทำหนังเบี้ยน้อยหอยน้อยไปทุกครา แต่กับภาพยนตร์เรื่อง ‘Project London’ นั้นไม่ใช่เลย เพราะผู้สร้างประกาศว่า 650 กว่าช็อตของหนังเรื่องนี้ จะเต็มไปด้วย CG และ VFX อย่างเต็มที่! และที่ยิ่งกว่านั้น คือหนังเรื่องนี้แทบไม่ใช้เงินทุนในการทำสเปเชียลเอฟเฟคเหล่านี้เลยแม้แต่แดงเดียวอีกต่างหาก!

‘Project London’ เป็นภาพยนตร์ไซ-ไฟ ที่สร้างโดยทีมโพสโปรดักชั่นเล็กๆ โดยมี ‘Lan Hubert’ นักเขียนบท ผู้กำกับ และผู้ดูแลด้าน VFX เป็นผู้ควบคุมหางเสือของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดย Hubert ทำงานร่วมกับทีมงานอาสาสมัคร ผู้มีฝีมือด้าน VFX ที่คัดตัวเข้ามาทำงานผ่านทางคอมมิวนิตี้ของเว็บไซต์ Blender (โปรแกรมขึ้นรูปโมเดล 3D และสร้าง VFX) แถมยังทำงานร่วมกันผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลักอีก89ด้วย

ต้นกำเนิดของหนังเรื่องนี้ Hubert ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า ?ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2006 ที่ผ่านมา ผมพึ่งจะเรียนจบจากไฮสคูล และกำลังคิดถึงหนทางที่จะเลือกเดินต่อไปข้างหน้า ซึ่งพ่อกับผมก็เคยคุยกันเรื่องที่อยากจะเรียนต่อและทำงานด้านภาพยนตร์ ซึ่งพ่อผมก็พาไปปรีกษากับ Phil McCoy โปรดิวเซอร์ของบริษัท Fortune 500 ซึ่งพอเราได้คุยกันในครั้งนั้น Phil ก็บอกผมว่า ถ้าคุณอยากจะเข้าไปเรียนในโรงเรียนภาพยนตร์ แล้วทำไมไม่ลองสร้างหนังขึ้นมาเป็นของตนเองซักเรื่องไปเลยล่ะ? ถ้าคุณสามารถเขียนบทภาพยนตร์ที่ดีออกมาได้ ผมจะโปรดิวซ์ให้คุณเอง และนั่นก็เป็นที่มาของภาพยนตร์เรื่อง ‘Project London’?

อีกอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งอดจะพูดถึงไม่ได้ก็คือ CG ทุกฉาก VFX ทุกช็อตในหนังเรื่องนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นจากโปรแกรมมาตราฐาน ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิคอย่าง Maya หรือ Softimage แต่ Hubert กลับเลือกใช้โปรแกรมสร้างโมเดลสามมิติที่เป็นโอเพ่นซอรส์ เปิดให้ใช้ได้ฟรีๆ อย่าง ‘Blender’ (blender.org) มาเป็นเครื่องมือหลักในการทำงาน แทนที่จะเลือกใช้โปรแกรมแพงๆ ประสิทธิภาพสูงที่ใช้กันทั่วไป ทำให้ทุ่นเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรม (ที่แพงหูฉีกสุดๆ เลยล่ะจะบอกให้) ไปได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งในจุดนี้ Hubert ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่เกรงกลัวถึงความเสี่ยงที่คุณภาพของงานจะออกมาไม่ถึงมาตรฐาน “รอดูงานของเราก่อนก็แล้วกัน แล้วคุณจะรู้ว่าพลังของโอเพ่นซอรส์ (ซอฟท์แวร์ที่เปิดให้ใช้และดัดแปลงได้ฟรี) มันมีมากกว่าที่คุณคิด”

นอกจากนั้น Hubert ยังกล่าวอีกว่า ?โปรเจ็กต์นี้ไม่มีสปอนเซอร์หรือการลงทุนใดๆ รายจ่ายที่เราใช้จ่ายไปเพียงเล็กน้อย ก็คือค่าอาหารของทีมงาน ค่าสถานที่ ค่าคอสตูมนักเแสดง และสิ่งของประกอบฉากเพียงเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการทำงานโพสโปรดักชั่น นั้นไม่เสียแม้แต่แดงเดียว แม้ว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของหนังจะประกอบไปด้วยฉาก VFX ตั้งแต่การเปลี่ยนป้ายโฆษณา ยันฉาก Full CG ที่เป็นการต่อสู้ของหุ่นยนต์?

ซึ่งงานด้านโพสโปรดักชั่นที่ใช้ซอรฟ์แวร์โอเพ่นซอรส์อย่าง Blender นี่เอง ที่ทำให้ Hubert ได้พบกับคอมมิวนิตี้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเหล่าผู้มีพรสวรรค์ด้าน CG และกำลังกระหายที่จะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ซึ่งพวกเขาก็ช่วยเราในการสร้างงานสเปเชี่ยลเอฟเฟคเหล่านี้บ่อยมาก เพื่อเป็นการลับฝีมือของพวกเขาเองด้วย

“การทำให้ทุกคนเกิดแรงจูงใจในการเดินหน้าทำงานในยามว่าง โดยไม่จ่ายแม้แต่เงินเดือนให้พวกเขา มันเป็นอะไรที่ท้าทายมาก เรามีแค่ทีมงาน VFX ประจำการจริงๆ เพียง 2 คน แต่มีคนอีกสองโหลที่เข้าๆ ออกๆ โปรเจ็กต์นี้อยู่ เพราะว่าเราทุกคนต่างก็เป็นอาสาสมัคร ดังนั้นจำนวนคนทำงานต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาว่าง ณ ขณะนั้นด้วยหรือเปล่า ซึ่งทุกคนต่างก็มีงานประจำทำกันหมด หลายคนก็มีครอบครัวที่ต้องดูแล ผมก็ต้องทำงานหนักในการปรับตารางเวลางานของพวกเขาทุกคนให้งานเดินหน้าไป อย่างเหมาะสม และมอบหมายงานให้สอดรับกับความสามารถของพวกเขาแต่ละคนด้วย”

Project London: Multiply Teaser from Phil McCoy on Vimeo.

Project London จะออกฉายประมาณกลางปี 2010 ในหลายๆ ช่องทาง หากคุณต้องการรายละเอียดมากขึ้นในการติดตามผลงานชิ้นนี้ หรืออยากเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดให้กับพวกเขา ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ www.projectlondon.net ซึ่งหลังจากที่เราได้เห็นหนังตัวอย่างของพวกเขาไปสองสามชิ้นแล้ว ก็แทบจะร้อง ‘ซี๊ด’ เพราะหนังซีจีไร้ทุนเรื่องนี้ทำออกมาได้อลังการงานสร้าง ไม่แพ้งานที่ออกมาจากสตูดิโอชั้นนำของฮอลลีวูดจริงๆ

ส่วนเด็กไทยคนไหนสนใจโปรแกรม Blender อยากจะลองโหลดไปทำงานอะไรเจ๋งๆ แบบนี้บ้าง ก็เชิญโหลดกันได้ที่ blender.org แล้วเราจะรอดูงานของคุณ

ที่มา : ฟิ้ว