เจค จิลเลนฮาล ติดใจ ฟรีรันนิง เซย์โนสตั๊นท์ เข้าฉากผาดโผนด้วยตัวเอง

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เจค จิลเลนฮาล ติดใจ ฟรีรันนิง เซย์โนสตั๊นท์ เข้าฉากผาดโผนด้วยตัวเอง

?เจค? ติดใจ ?ฟรีรันนิง? ยอมเสี่ยงตาย เซย์โนสตั้นท์ เข้าฉากผาดโผนใน ?Prince of Persia?

หลายต่อหลายฉาก ในการแสดงปาร์กูร์ หรือการเคลื่อนไหว และการกระโดด โดยไม่ได้อาศัยอุปกรณ์ใดๆ จากยอดตึกหนึ่งไปสู่อีกตึกหนึ่ง หรือในที่สูงที่แสนท้าทาย ทั้งแรงโน้มถ่วงและความตาย การแข่งวิ่งนกกระจอกเทศที่ยิ่งใหญ่ ไปจนถึงสงครามโบราณที่ดุเดือด

?Prince of Persia : The Sands of Time? ต้องใช้เหล่าผู้ประสานงานคิวบู๊ระดับโลก ซึ่งทีมงานชุดนี้ประกอบไปด้วย จอร์จ อากีลาร์ ผู้ประสานงานคิวบู๊ยูนิทที่หนึ่ง, เกร็ก พาวเวล ผู้ประสานงานคิวบู๊ยูนิทที่สอง, สตีเฟน โป๊ป ผู้ร่วมประสานงานคิวบู๊ในโมร็อกโก, ผู้ร่วมประสานงานการต่อสู้ โธมัส ดูปองท์ และ เบน คุ้ก และผู้คิดค้น ปาร์กูร์ เดวิด เบล 6 นักบู๊ระดับโลกประกบ “เจค จิลเลนฮาล” และนักแสดงอื่นๆ


เจค ต้องเตรียมตัวในหลายสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเปิดกล้อง ด้วยโปรแกรมการฝึกฝนเข้มงวด ที่ออกแบบมาเพื่อเคี่ยวกรำพวกเขาให้ฟิตสมบูรณ์ วิ่ง กระโดด เหาะเหิรและขึ้นหลังม้าได้ เจค จิลเลนฮาล ที่มีรูปร่างที่สมบูรณ์อยู่แล้วจากการเป็น นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน และนักกีฬาประเภทอื่นๆ แต่กับปาร์กูร์ และ ฟรีรันนิง คือการเคลื่นไหวใหม่ในชีวิต


?มันไม่มีเหตุผลที่จะแสดงหนังแบบนี้ ถ้าคุณแสดงฉากผาดโผนไม่ได้น่ะครับ มันเป็นเรื่องของความฟิต การที่ผมสามารถทำทุกอย่างตามที่พวกเขาบอกได้ ผมก็เลยทำร่างกายให้ฟิตที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการวิ่ง ฝึกฝนปาร์กูร์ ยกเวทและขี่ม้าน่ะครับ

ผมต้องไปฝีกการขี่ม้า กับ ริคาร์โด ครูซ มอรัล หนึ่งในนักขี่ม้าระดับแนวหน้าของสเปน ที่ไร่ของเขานอก กรุงมาดริด เพราะเราต้องใช้มันอย่างสมจริงที่สุด

ส่วนเรื่องการต่อสู้ พวกเรามีฉากแอ็กชั่นฉากใหญ่หลายฉากมากๆ ที่อยู่สูงเหนือพื้นดิน 8,200 ฟุต ในเรื่องของความสูงแล้ว ส่วนที่ยากที่สุดคือการต่อสู้นานๆ ครับ เราต้องทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันในเวลาหนึ่งนาที จริงอยู่ว่ามันอาจฟังดูไม่นานอะไร แต่ถ้าคุณต้องแสดงอย่างเต็มที่ ทั้งการฟาดดาบ วิ่งและกระโดด มันก็จะทำให้คุณหมดแรง และถ้าคุณอยู่ในที่สูงประมาณ 8,000 ฟุต ที่มีอ็อกซิเจนน้อยด้วยล่ะก็ มันก็จะส่งผลอย่างมากครับ

แล้วอีกเรื่อง เจ้าชายสามารถวิ่งไต่ไปบนกำแพง ที่คล้ายกับปาร์กูร์ ที่เริ่มต้นขึ้นในย่านชานเมืองของปารีส ที่ซึ่งพวกเด็กๆ เบื่อกัน จนพวกเขาเริ่มใช้ทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเป็นสิ่งทดสอบ ผมได้ดูสารคดีที่เห็นว่าพวกเขาเดินขึ้นไปบนกำแพง และกระโดดจากหลังคาบ้านหลังหนึ่งไปสู่อีกหลังหนึ่งได้จริงๆ พวกเขาเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเจอร์รี่ได้นำตัว ?เดวิด เบล? ผู้เชี่ยวชาญปาร์กูร์ เขาเป็นตำนานที่อายุยังน้อย และคือผู้คิดค้นปาร์กูร์ขึ้นมา มาสอนเราว่าจะต้องทำยังไง และทำยังไงถึงจะดูดีน่ะครับ มันสุดยอดมากกับการที่จะกระโดดจากกำแพง โดยไม่ใช้สลิง พวกเราต้องทำด้วยพลกำลังของตัวเองล้วนๆ เลยครับ?

ในภาษาฝรั่งเศส ปาร์กูร์ ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ?l?art d?placement? หรือ ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหว และสำหรับผู้ฝึกปฏิบัติ และผู้ที่ได้สังเกตฝีมือที่น่าทึ่งของเหล่าผู้ฝึกปาร์กูร์แล้ว มันเป็นศิลปะที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ซึ่งมันเกิดขึ้นในฉากแอ็กชั่นของ ?Prince of Persia: The Sands of Time? ที่ได้ผสมผสานทั้ง ปาร์กูร์และฟรีรันนิง เข้าด้วยกัน ติดตามชมได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

****************************************************************************************************

มาดูภาพ ฟรีรันนิ่ง เจ๋งๆกัน ว่าของจริงแท้แน่นอนเป็นแบบนี้ (ห้ามลอกเลียนแบบ เพราะอาจเกิดอันตราย เด็กควรได้รับการแนะนำจากผู้ใหญ่นะคะ)

*******************************************************************************************************

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับ ฟรีรันนิ่ง กับ ปาร์กูร์

FreeRunning / Parkour คืออะไร?

Parkour และ FreeRunning ก็เหมือนกีฬา Extreme อื่นๆ เหมือนกีฬาโดดร่ม ปีนเขา สเก็ตบอร์ด” ธนะ บุญเหมาะ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพะเยา ผู้มีงานอดิเรกสุดผาดโผนคือการเล่น FreeRunning อธิบาย

ธนะ บุญเหมาะ (ภาพจากเว็บ manager.co.th)

เมื่อเอ่ยถามถึงความแตกต่างของเจ้าสองสิ่งนี้ ธนะอธิบายว่า Parkour จะเน้นการเคลื่อนย้ายร่างกายในสถานที่ที่ยากแก่การเคลื่อนที่ โดยเน้นทำด้วยความเร็ว อย่างที่เราได้เห็นจากภาพยนตร์ที่มีฉากการไล่ล่า ฉากกระโดดข้ามตึก Parkour มีต้นกำเนิด และเป็นที่นิยมในประเทศฝรั่งเศส โดยการปลุกกระแสของ David Balle ดารานำแสดงภาพยนต์เรื่อง B13

ฉากในหนัง B-13

ส่วน Free Running เป็นกีฬาที่มีพื้นฐานมาจาก Parkour นิยมเล่นกันในประเทศอังกฤษ ซึ่งที่อังกฤษได้รับความนิยมมาก เพราะคลิปวิดีโอ Brothers Journey ของ 2 พี่น้อง Chase and Cole Armitage จากทีม 3Run ซึ่งคลิปวิดีโอนี้โด่งดังไปทั่วโลก

การเล่นของ FreeRunning จะไม่เน้นความเร็วของการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ แต่จะเน้นที่ความสวยงามของการกระโดดมากกว่า คล้ายกับการหยิบเอายิมนาสติกมาออกเล่นนอกสถานที่ อาจมีความเสี่ยงบ้างแต่ก็มีประโยชน์มากในการสร้างสมาธิ ความกล้า และความมั่นใจ ธนะอธิบายให้ฟัง

“Parkour จะเป็นการกระโดดไกลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จุดสังเกตง่ายๆ ของ Parkour คือจะไม่มีการตีลังกา มีแต่การปีนอย่างเดียว ส่วน FreeRunning จะมีท่าตีลังกาเพิ่มเข้ามา”

Parkour จะเป็นการกระโดดไกลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จุดสังเกตง่ายๆ ของ Parkour คือจะไม่มีการตีลังกา มีแต่การปีนอย่างเดียว ส่วน FreeRunning จะมีท่าตีลังกาเพิ่มเข้ามา

ที่ประเทศอังกฤษ และรัสเซีย จะเล่นกันแรงมาก เล่นท่าเสี่ยงมากแต่ชาวต่างชาติ เขาจะสนับสนุนกีฬาชนิดนี้มาก มีการจัดประกวดอยู่บ่อยครั้ง เช่นงาน RedBull Art of Motion ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีการเชิญคนดังๆ ในแวดวง Parkour & FreeRunning จากอินเทอร์เน็ตมาประกวดแข่งขันกัน โดยให้ผู้ชมร่วมเป็นกรรมการโหวตตัดสินหาผู้ชนะ

FreeRunning ในประเทศไทย ยังจัดอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ยิมนาสติกยังเป็นเรื่องแปลกสำหรับบ้านเรา โรงยิมนาสติกก็ไม่ค่อยมีให้เห็น หากในบ้านเรามีผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนกีฬายิมนาสติกอย่างจริงจัง ต่อไปเราคงได้เห็นวัยรุ่นกระโดดไปมาตามสถานที่ต่างๆ ไม่แน่มันอาจกลายเป็นเทรนด์ใหม่แทนเด็กบีบอยที่เต้นตามห้างก็ได้

ข้อมูลจาก Bloggang