“สัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ใหม่”!!! จากการตัดต่อพันธุกรรม

Home / ข่าวหนัง / “สัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ใหม่”!!! จากการตัดต่อพันธุกรรม

เรื่องการตัดต่อทางพันธุกรรม เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมาเนิ่นนาน และมีผู้กำกับหลายท่านมองว่ามันเป็นเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น น่าสนใจ ที่จะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยเฉพาะการตัดต่อพันธุกรรมของมนุษย์ … แต่คุณรู้ไหมว่า ณ ตอนนี้ เรื่องราวพวกนี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง อ๊ะๆ..ไม่ใช่กับมนุษย์ แต่เป็นเรื่องราวของสัตว์สายพันธุ์ใหม่ ที่คุณหาซื้อตามเวปไซค์ได้ด้วยตัวเอง!!!!!

ภาพจาก เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2553? ผู้สื่อข่าวได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงประหลาดชนิดหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ?เจ็น เพ็ทส์? ซึ่งมีขนาดเท่าฝ่ามือ มีตา หู จมูกปาก และผิวหนัง นิ้วมือ นิ้วเท้า เหมือนมนุษย์แทบทุกประการ เพียงแต่หน้าตาจะละม้ายกับสัตว์ประหลาดที่เห็นกันตามภาพยนตร์มากกว่า โดยบริษัทผู้ผลิตต่างชาติ อ้างว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่เกิดจากเทคโนโลยีชีวภาพ โดยมีลิงก์ของเว็บไซต์ให้เข้าไปเลือกชมสินค้า จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการเข้าไปที่ เว็บไซต์ของ www.genpets.com พบโฆษณาแนะนำสินค้าชีวภาพในบรรจุภัณฑ์อย่างดี มีข้อความเชิญชวนให้ลองมาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่สำหรับสินค้าชีวภาพในโลก แห่งความเป็นไปได้ ซึ่งสินค้าชีวภาพตัวนี้ เป็นสัตว์เลี้ยงชีวภาพ ไม่ใช่ของเล่น หรือ หุ่นยนต์ พวกมันมีชีวิต หายใจได้

เว็บไซต์ดังกล่าว ระบุว่า กระบวนการสร้างสัตว์เลี้ยงชีวภาพตัวนี้ขึ้นมา เรียกว่า ?ไซโกท ไมโคร อินเจ๊คชั่น? ซึ่งได้กลายเป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมในการผสมผสานพันธุกรรมเข้าด้วย กัน หรือ การใส่โปรตีนจากต่างพันธุกรรม ที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดก็คือปี ค.ศ.1997 เป็นการผสมผสานพันธุกรรมระหว่างหนูกับแมงกะพรุน นอกจากนั้นก็ยังใช้พันธุกรรมเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของสัตว์ทดลองเช่น กระต่าย หมู ปลา และ ลิง เป็นต้น นับตั้งแต่นั้นมา ได้มีการนำพันธุกรรมของมนุษย์ฉีดเข้าไปในตัวกระต่าย ลิงชิมแปนซี และ พันธุกรรมของแมงมุมผสมเข้ากับแกะ จนถึงขณะนี้ก็ได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงชีวภาพ ซึ่งก็ได้มีการนำลงใส่บรรจุภัณฑ์มีพลาสติกห่อหุ้ม เป็นสินค้าชีวภาพซึ่งแต่ละตัวสามารถใช้งานได้ทันที มีอุปกรณ์วัดระดับการเต้นของหัวใจ

นอกจากนี้ ยังมีภาพประกอบระบุว่า มีสินค้าตัวอย่าง 2 ชนิดสำหรับการนำเสนอ คือ 1.แบบวงจรชีวิต 1 ปี และ 2.วงจรชีวิต 3 ปี นอกจากนั้นในแต่ละบรรจุภัณฑ์ยังมีการฝังไมโครชิพลงไปในตัวสัตว์เลี้ยงชีวภาพ และ สามารถควบคุมภาวการณ์ดำรงชีวิตของมัน เมื่ออยู่ในบรรจุภัณฑ์ แต่หากไม่มีบรรจุภัณฑ์สัตว์เลี้ยงชีวภาพเหล่านี้ก็จะเหมือนกับตุ๊กตา ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ จึงต้องการการดูแล แต่หากมันหยุดการเจริญเติบโต ก็อาจทำให้คนดูแลต้องเสียใจ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของนวัตกรรมจากธรรมชาติสู่การตลาด หากคุณเบื่อของเล่นประเภท ตุ๊กตา หุ่นยนต์ ก็ขอให้ยกระดับการเล่นของคุณมาสู่สัตว์เลี้ยงชีวภาพ ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกไซเบอร์ถึงความเป็น ไปได้ และความเหมาะสม หากเรื่องสัตว์เลี้ยงชีวภาพนี้เป็นเรื่องจริง ในหลายๆ กระทู้ของเว็บบอร์ดชื่อดัง มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง กระทั่งผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงจนพบว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องโอละพ่อ เพราะสัตว์เลี้ยงชีวภาพนี้เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินชาวแคนาดา คือ “นายอดัม แบรนเดจส์” ซึ่งศิลปินผู้นี้ต้องการกระตุ้นต่อมคิดของมนุษย์ให้คิดเชิงวิเคราะห์ ไตร่ตรอง ก่อนสรุปความ จึงสร้างสรรค์สัตว์เลี้ยงชีวภาพ ที่อ้างว่าใช้เทคโนโลยีชีววิศวกรรมสร้างขึ้นมา

โดยผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากจะเกิดการฟอร์เวิร์ดเมล์ในรูปแบบ ?ไวรัล เมล์? ซึ่งเป็นยุทธวิธีการตลาดแบบกองโจร ด้วยการกระจายสารทางอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวางแล้ว แคตตาล็อก?เจ็น เพ็ทส์? ของอดัม ยังเป็นวิทยานิพนธ์ที่ได้รับเกียรตินิยมเหรียญทองจากมหาวิทยาลัยที่เขาศึกษา แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสะท้อนเรื่องราวที่ศิลปินผู้นี้ได้ตั้งโจทย์เอาไว้อย่างแหลมคม ว่า? หากวันหนึ่งเกิดมีสินค้าประเภทสิ่งมีชีวิตบรรจุหีบห่อ สามารถซื้อขายใช้แล้วทิ้งได้ คุณจะคิดอย่างไรและอยากเป็นเจ้าของสินค้าหรือไม่

สำหรับประวัติของนายอดัม แบรนเดจส์ เกิดที่เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา? จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสื่อผสม คณะวิจิตรศิลป์ จาก Ontario College of Art & Design มีผลงานที่โดดเด่นนอกเหนือจาก ?เจ็น เพ็ทส์? คือ งานสร้างหุ่นอสูรกายในภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง “The Host”.

แหมมมม!!! เล่นเอาต๊กกะใจ นึกว่าจะหามาเลี้ยงกันได้เองจริงๆซะอีก ที่แท้ก้เป็นเรื่องอำกันเล่นนี่เอง แต่จะว่าไปอ่านข่าวนี้แล้ว ทำให้นึกถึงภาพยนตร์หลายๆเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตัดต่อทางพันธุกรรม …

เรื่องแรก …. ย้อนกลับกันไปนานหน่อยนะจ้ะ กับภาพยนตร์ Sci-Fi / Thriller “Gattaca? ฝ่ากฎโลกพันธุกรรม” เมื่อปี 2540

ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของ สภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เมื่อพันธุกรรมกลายมาเป็นมาตรฐานของสังคมมนุษย์ เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าทำให้เกิดการตัดแต่งพันธุกรรมขึ้นมาเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการทำทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนคนที่มีพันธุกรรมปกติที่ไม่ได้รับการตัดต่อก็จะถูกสังคมกีดกันกลายเป็น คนพันธุ์ด้อยที่ไม่สามารถหางานดี ๆ ทำได้

ภาพยนตร์ยังสะท้อนให้เห็นอำนาจของเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้ายิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถกลับมาควบคุมมนุษย์เอง โดยมนุษย์เองอาจจะลืม ไม่ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และกลายมาเป็นปัญหาทางด้านจริยธรรม ที่จะต้องถกเถียงพิจารณากันในปัจจุบันและอนาคต

Vanilla Sky ( ปมรักปมมรณะ ) เข้าฉายปี 2544

เดวิด เอมส์ (ทอม ครูซ) ชายหนุ่มที่ดูจะเพียบพร้อมไปซะทุกเรื่อง รูปหล่อ ร่ำรวย และมีเสน่ห์น่าหลงไหล หนุ่มโสดระดับผู้บริหารสำนักพิมพ์นิวยอร์คซิตี้ ผู้นี้นิยมชีวิตอิสระเสรี สนุกโลดแล่นไปวันๆ แต่ดูเหมือนเขาจะขาดบางอย่างไป เช่นเดียวกัน หากเรามองบางสิ่งอย่างลุ่มลึก เราอาจพบว่า ชีวิตนั้นอาจมีมุมมองอีกด้านหนึ่ง ซึ่งต่างไปโดยสิ้นเชิง

ภายในคืนเดียวที่เดวิดพบกับ โซเฟีย (พีเนโลพ ครูซ) ผู้เป็นเสมือนหญิงสาวในฝัน ความรักของเขาเกิดขึ้นอย่างง่ายๆ และรวดเร็ว แต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก แต่เดวิดก็ต้องสูญเสียเธอไป เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เขาถูกผลักให้เข้าสู่การเผชิญโลก ในวังวนของเสน่ห์หา ความขบขัน เงือนงำ ความรัก เซ็กซ์ และความฝัน เขากำลังค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง และได้ค้นพบว่า มหัศจรรย์แห่งรักนั้นล้ำค่า แต่ไม่อาจยั่งยืน … ใครที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้คง งง ว่าแล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างไร .. ไม่บอก เดี๋ยวหาว่าสปอย ( ฮ่าฮ่า ) บอกได้แค่ว่าไม่ผิดหวังจร้าาา

“โคลนนิ่ง คนกอปปี้คน” เข้าฉายปี 2542

เนื้อหาของเรื่องพูดถึง? นายนิวัฒน์ (อำพล ลำพูน) คนธรรมดาคนหนึ่งต้องผจญกับเหตุการณ์ไม่ธรรมดา เมื่อมีคนที่หน้าตาเหมือนเขาทุกประการทำร้ายและพยายามฆ่าเพื่อที่จะเข้ามา แทนที่และแย่งชิงทุกอย่าง ทั้งเพื่อน ครอบครัวและคนที่เขารักมากที่สุดคือเมย์ (สิริยากร พุกกะเวช) เขาจึงต่อสู้เพื่อทวงชีวิตซึ่งเขาเคยเป็นคืนมา พร้อมกับสืบหาความลับของชายลึกลับ b-7 (อำพล/มนุษย์โคลนนิ่ง) ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

และทิ้งท้ายไว้ ด้วย ” The Host? อสูรนรกกลายพันธุ์” ที่เข้าฉายปี 2549 ภาพยนตร์ผลงานการสร้างสัตว์กลายพันธุ์ของเจ้าตัวเค้าหละ

ริมตลิ่งแม่น้ำฮัน(Hangang river) อันเงียบสงบท่ามกลางแสงแดดอันร้อนผ่าวขณะที่กางดู(ซอง กัง โฮ) เดินไปตามริมตลิ่งเพื่อส่งปลาหมึกนั้น ฝูงชนคราคร่ำต่างพูดถึงเหตุการณ์อันน่าแปลกประหลาด มีอะไรบางอย่างห้อยโหนตัวลงมาจากสะพานข้ามแม่น้ำฮันและเคลื่อนไหวไปมา ผู้คนต่างพากันตื่นตะลึง พวกเขาถ่ายภาพตัวประหลาดนั้นด้วยโทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิตอล และแล้วเจ้าสิ่งนั้นเริ่มป่ายปีนไปตามริมตลิ่ง บดขยี้ และกัดกินพวกเขา! รอบตลิ่งริมแม่น้ำฮันกลายสภาพเป็นนรกภายในไม่กี่วินาที กางดู คว้ามือ เฮซุกลูกสาวของเขา แล้ววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

แต่แล้วเขาก็พลัดหลงกับเธอท่ามกลางฝูงชนที่หนีตายกันอย่างอลหม่าน หัวใจเขาแทบสลายเมื่อเจ้าตัวประหลาดจับตัวเฮซุกหายไปในแม่น้ำ กางดูจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยลูกสาวของเขากลับมาให้ได้

ที่มา : เดลินิวส์