ท็อป 10 มหาวิบัติสิ่งแวดล้อม เรื่องจริงที่ไม่ได้มีแค่ในภาพยนตร์

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / ท็อป 10 มหาวิบัติสิ่งแวดล้อม เรื่องจริงที่ไม่ได้มีแค่ในภาพยนตร์

วิกฤตน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกที่เกิดจาก แท่นขุดเจาะ ของบริษัท บริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง ซึ่งคราบน้ำมันจำนวนมหาศาลกำลังทำลายระบบนิเวศของอ่าวเม็กซิโก ถึงขั้นที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ออกปากว่านี่เป็นเหตุวินาศกรรม 9/11 ด้านสิ่งแวดล้อม

แต่วิกฤตน้ำมันรั่วครั้งนี้ ไม่ใช่หายนะต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่งเกิดขึ้น “ไทม์” (TIME) พาย้อนรอยไปรู้จักกับท็อป 10 มหาวิบัติด้าน สิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุดที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์

โศกนาฏกรรม เชอร์โนบิลเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 นับเป็นเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ตัวหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลใน สหภาพโซเวียต (ประเทศยูเครนในปัจจุบัน) ทำให้เกิดกัมมันตภาพรังสีแพร่สู่ชั้นบรรยากาศและ แพร่ไปถึงยุโรป ซึ่งมากกว่ากัมมันตภาพรังสีที่เกิดขึ้นจากระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ เหตุการณ์นี้ทำให้เด็ก ๆ หลายพันคนป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ และอีกจำนวนมากอาจเสียชีวิตจากมะเร็งชนิดอื่นหลังสัมผัสกัมมันตภาพรังสี

อุบัติเหตุที่โภปาล (Bhopal) อินเดีย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2527 โดยเกิดเหตุก๊าซพิษรั่วไหลจากโรงงานผลิตยาฆ่าแมลงของบริษัทยูเนียน คาร์ไบด์ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 15,000 ราย และผู้คนอีกหลายแสนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ทั้งตาบอด อวัยวะล้มเหลว การทำงานของร่างกายผิดปกติ และทำให้เด็กมีอาการผิดปกติแต่กำเนิด นับเป็นหายนะจากอุตสาหกรรมครั้งเลวร้ายที่สุด

ทะเลเพลิงในคูเวต หลังอิรักบุกเผาบ่อน้ำมัน 600 แห่ง ในช่วงท้ายสงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อปี 2534 ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 7 เดือนกว่าจะดับได้ ส่งผลให้เกิดควันพิษ เขม่า และเถ้าถ่านมหาศาล มีฝนสีดำ และมีคราบน้ำมันปกคลุมทะเลสาบ ซึ่งนาซ่าระบุว่า ทรายและดินกรวดในดินแดนแห่งนี้มีส่วนผสมของน้ำมันและเขม่ากว่า 5% ของพื้นที่ทั้งประเทศ และทำให้สัตว์ปีกและสัตว์อื่น ๆ ล้มตายจำนวนมาก

ขยะพิษที่เลิฟคานาล ใกล้กับน้ำตกไนแองการา ทางตอนเหนือของนิวยอร์ก ซึ่งมีชุมชนหลายร้อยครัวเรือนตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยฝังขยะพิษมากกว่า 21,000 ตัน ระหว่างยุค 40-50 เมื่อเวลาผ่านไปพิษของขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้ก็ผุดมาบนสวนหลังบ้านและห้องใต้ ดิน กระทั่งปี 2521 ปัญหาก็รุนแรงเกินหลีกเลี่ยง ทำให้ผู้คน ต้องขายบ้านให้รัฐและอพยพออกจากพื้นที่


อุบัติเหตุจากเรือบรรทุก น้ำมัน “เอ็กซ์ซอน วัลเดซ” เมื่อ 24 มีนาคม 2532 ที่ชนกับหินโสโครกในอ่าวไบลท์รีฟ แถวอะแลสกา ทำให้น้ำมันกว่า 10.8 ล้านแกลลอนรั่วออกมาเจอกับ น้ำที่เย็นจัด คราบน้ำมันกระจายไปบนพื้นที่ 500 ไมล์จากจุดที่ เรือล่ม และปกคลุมชายฝั่งทะเลนับพันไมล์ ทำให้นก ปลา แมวน้ำ นาก และสัตว์อื่น ๆ ล้มตายจำนวนมาก ซึ่งอุบัติเหตุนี้ เคยเป็นหายนะทางสิ่งแวดล้อมฝีมือมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐ

หายนะ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โตไกมูระในโตเกียว เมื่อ 30 กันยายน 2542 ซึ่งเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงสุดของญี่ปุ่น เกิดจากคนงานผสมสารยูเรเนียมผิดพลาด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และหลายร้อยคนได้รับกัมมันตรังสีในปริมาณที่แตกต่างกัน


ทะเลร้างแห่ง อารัล ซึ่งอยู่ระหว่างอุซเบกิสถานและคาซัคสถาน ครั้งหนึ่งอารัลเคยเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก หรือใหญ่เท่า ๆ ประเทศไอร์แลนด์ แต่นับจากปี 1960 เมื่อ สหภาพโซเวียตผันน้ำจากแหล่งต้นน้ำเพื่อทำการเกษตร ทำให้ทะเลแห่งนี้มีขนาดลดลง 90% เปลี่ยนผืนน้ำที่อุดมสมบูรณ์เป็นทะเลทราย ทำลายสิ่งมีชีวิต และส่งผลต่อมนุษย์และสัตว์ ในพื้นที่ดังกล่าว

หมอก ไดออกซินที่เซเวโซ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2519 เกิดระเบิดที่โรงงานเคมีในอิตาลี ทำให้เกิดหมอกไดออกซินปกคลุมเหนือเมืองเซเวโซที่อยู่ตอนเหนือของมิลาน ทำให้สัตว์ ล้มตาย หลังจากนั้นผู้คนเริ่มแสดงอาการเจ็บป่วย ทั้งคลื่นเหียน มองภาพไม่ชัด และเด็ก ๆ เป็นแผลที่ผิวหนัง (ความรู้เกี่ยวกับ ไดออกซิน)

ฝันร้ายมินามาตะ หลังสัตว์เลี้ยงมีอาการแปลก ๆ ใน ปี 2499 เริ่มเกิดความผิดปกติในคน ซึ่งมีอาการชักดิ้นชักงอ พูดไม่ชัด สูญเสียการควบคุมร่างกาย หลังจากนั้น 3 ปีจึงพบว่านี่เป็นผลจากการรับพิษปรอทจากบริษัท ชิสโซ คอร์ป ซึ่งปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม รวมทั้งอาหารทะเลที่คนบริโภคเข้าไป ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบและตายด้วยโรคนี้อย่างช้า ๆ

หายนะโรง ไฟฟ้านิวเคลียร์ทรีไมล์ส ไอส์แลนด์
เมื่อ 9 เมษายน 2522 ซึ่งแม้จะเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรง แต่ไม่ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงไฟฟ้า ยังคงแข็งแรง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
****************************************************************************************

และจาก 10 เหตุการณ์จากฝีมือมนุษย์ที่ก่อให้เกิดวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงหนังที่เคยผ่านตามา ที่นำเอาเหตุการณ์หายนะเหล่านี้มาสร้างเป็นหนัง เสริมทั้งความรู้และความบันเทิงให้เราไปในตัว

เรื่องแรกเป็นสารคดีที่ีให้ความรู้โดยตรง เรื่อง? An Inconvenient Truth


เหตุการณ์จริงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่กำลังเผชิญอยู่ อัล กอร์ ผู้ซึ่งเคยลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอีกด้านหนึ่งนั้น เขาเป็นคนที่สนใจอย่างจริงจังในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เขาได้ออกเดินทางท่องไปทั่วโลก เพื่อนำเสนอผลงานที่ว่าด้วยเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ผลงานของเขาได้ชี้บอกข้อมูลที่ว่าในเวลานี้ มนุษยชาติต้องเผชิญหน้ากับอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้น หรืออาจต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่จะติดตามมา

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการติดตามการเดินทางทั่วโลกของ อัล กอร์ เพื่อทำหน้าที่เสมือนตัวแทนของการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของโลก โดยในเนื้อเรื่องจะพูดถึงว่า อัล กอร์ เริ่มหลงใหลในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร ผสมรวมเข้ากับเรื่องราว ที่ว่าโลกก้าวมาสู่สภาวะที่เป็นอันตรายเช่นนี้ได้อย่างไร และที่สำคัญพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง

อัล กอร์ บอกว่านี่คือการรณรงค์ ไม่ใช่เพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง แต่เพื่อจะเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนทั่วโลก เกี่ยวกับวิกฤตสภาพอากาศ และเพื่อชี้หนทางไปสู่ทางออกซึ่งยังมีอยู่ แต่ต้องตอบสนองและลงมือกระทำอย่งเร็วที่สุด


ตัวอย่าง An Inconvenient Truth ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

เรื่องต่อมา จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรือดำน้ำ กับอาวุธนิวเคลียร์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 3 Crimson Tide

สองนักแสดงรางวัลออสการ์ ยีน แฮ็คแมน และ เดนเซล วอชิงตัน ประชันบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์ตื่นเต้นเร้าใจที่ได้รับการยกย่องให้เป็น หนึ่งในสุดยอดหนังแอ็คชั่นแห่งปี 1995 ณ เรือดำน้ำปรมาณู “อลาบาม่า” ขณะมุ่งหน้าสู่รัสเซียเพื่อยับยั้งการก่อสงครามโลกครั้งที่สามของกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรง คำสั่งยิงอาวุธนิวเคลียร์ก็ไม่ชัดแจ้ง ได้จุดชนวนข้อพิพาทระหว่าง
กัปตันแฟรงค์ แรมซีย์ (แฮ็ค แมน) ผู้เจนศึก กับนาวาตรีรอน ฮันเตอร์ (วอชิงตัน) รองผู้บังคับการเรือคนใหม่ เมื่อแรมซีย์ยืนกรานจะปฏิบัติ แต่ฮันเตอร์คัดค้าน ขณะที่สงครามนิวเคลียร์อยู่เพียงเอื้อมมือ ฮันเตอร์จึงมีทางเลือกเพียงทางเดียวคือเยึดอำนาจ และต้องยึดเรือลำนี้เอาไว้

อีกเรื่อง ก็ยังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเรือดำน้ำอีกเช่นกันเรื่อง K-19? ลึกมฤตยู นิวเคลียร์ล้างโลก


K-19: The Widowmaker ฉายในไทยใช้ชื่อว่า ลึกมฤตยู นิวเคลียร์ล้างโลก เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของโซเวียต ที่ประสบอุบัติเหตุกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล เนื่องจากระบบหล่อเย็นชำรุด ขณะปฏิบัติการอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ดัดแปลงจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำชั้นโฮเทล หมายเลข K-19 ที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1961

ภาพยนตร์กำกับโดยแคทริน บิเกโลว์ ถ่ายทำที่โตรอนโต แฮลิแฟกซ์ แมนิโทบา โนวาสโกเชีย ประเทศแคนาดา โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ใช้ทุนสร้างสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่มีรายได้เพียง 35 ล้านเหรียญสหรัฐในสหรัฐอเมริกา และ 30.5 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก? นับเป็นภาพยนตร์อิสระที่สร้างด้วยทุนสูงที่สุดเรื่องหนึ่ง

และอีกเรื่องคือ The Peacemaker? หยุดนิวเคลียร์มหาภัยถล่มโลก


เหตุการณ์ขบวนรถไฟสองขบวนชนกันบนรางรถไฟ โดยที่ขบวนหนึ่งนั้นบรรทุกผู้โดยสาร แต่อีกขบวนหนึ่งบรรจุอาวุธนิวเคลียร์ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้ในทันที แต่หลังจากที่รถไฟชนกัน อาวุธนิวเคลียร์ก็ได้เกิดระเบิดขึ้น บนพื้นที่ทั่วไปในท้องถิ่นชนบท ซึ่งทางรัฐบาลก็ให้ความสนใจกัลบคดีนี้เป็นอย่างมาก เคลลี่ (นิโคล คิดแมน) และโธมัส (จอร์จ คูลนีย์) ต้องก้าวเข้าสู่การค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยทั้งสองไม่รู้ตัวว่า มหันตภัยครั้งนี้ ได้ก้าวย่างเข้ามาในชีวิตพวกเขาแล้ว