ปี 2010 กลายเป็นยุคล่าแม่มดกันไปซะแล้ว

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ปี 2010 กลายเป็นยุคล่าแม่มดกันไปซะแล้ว

ข่าวพาดหัวจาก ข่าวสด

เกี่ยวกับกรณีที่ 1 ใน 12 นักล่าฝันทรู AF7 อย่าง ?มาร์ค วิทวัส ท้าวคำลือ? หรือ ?มาร์ค V11? ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ด่านายกรัฐมนตรีด้วยถ้อยคำที่หยาบคายรุนแรง แจกของลับ ไล่ให้ลาออก พร้อมแขวะที่ไม่ออก เพราะบ้านไม่รวยเท่า ?ทักษิณ? เลยกลัวตายไม่มีเงินใช้ นอกจากนี้หนุ่ม ?มาร์ค? ยังเหวี่ยงปากมาจวกทายาทซีพี ซึ่งเป็นสปอนเซอร์หลักในการแข่งขัน ?อคาเดมี แฟนเทเชีย? และ ดูถูก ?เซน ปฏิภาณ หล่อเสถียร? หรือ ?เซน เดอะสตาร์ 6? ด้วยคำพูดที่หยาบและรุนแรงไม่แพ้กันว่า เป็นพวกขี้อวด หน้าอย่างจิ้งจก หุ่นอย่างหมาจรจัด ปากอย่างคนแอฟริกา เดี๋ยวเจ้าตัวจะดังกว่าให้ดู

ซึ่งเรื่องความปากเน่าของ ?มาร์ค V11? นี้ ได้กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ ในโลกไซเบอร์ และชาวเน็ตต่างก็จี้ให้ทรูซึ่งเป็นเจ้าของรายการเรียลิตี้ดังกล่าว เชือดไล่นักล่าฝันปากดีออกจากบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป

การกระทำดังกล่าวของช่าวเน็ต เมื่อมองย้อนไปยังยุคกลางขอยุโรป หรือ ที่เรียกกันว่า ยุคมืด มันคือ การล่าแม่มด นั่นเอง ที่เปรียบว่าเหมือนกับการล่าแม่มดก็เพราะ ในปัจจุบันนี้ แค่คนมีความคิดเห็นแตกต่าง หรือบางคนแสดงมุมมองที่เอนไปทางอดีตนายกฯ ทักษิณ ก็ถูกสังคม โดยเฉพาะบนสังคมออนไลน์รุมประณามกันแล้ว

ก่อนอื่นเรามาเพิ่มความรู้เกี่ยวกับ การล่าแม่มด กันก่อน เริ่มต้นตั้งแต่ ในยุคกลางของยุโรป เดิมอยู่ภายใต้การปกครองของศริสตจักร ซึ่ง ณ ขณะนั้น ทุกคนจะเข้าใจว่า แม่มด เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย เป็นสมุนของซาตาน จึงทำให้เกิดการไล่ล่า กวาดล้างแม่มดอย่างเอาเป็นเอาตายจากบรรดาบาทหลวง ไม่ว่าจะเกิดเหตุร้าย ผิดปกติอะไร เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรือ คนตายโดยไม่ทราบสาเหตุ มักจะมีการกล่าวหาว่าเป็นผลงานของแม่มด และ จะมีการระดมกำลังกันตามหาผู้ต้องสงสัย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นแพะรับบาปการกล่าวหาส่วนใหญ่เป็นไปอย่างเลื่อนลอย

หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาดูแล้วน่าสมเพช ใช้แค่การดูรูปลักษณ์ภายนอก ใครที่ดูแปลกกว่าคนอื่น จะโดนกล่าวหาได้ง่ายๆ เหยื่อส่วนใหญ่คือ ผู้หญิง โดยเฉพาะหญิงชรา มักถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และ ถูกลากมาเผาประจานทั้งเป็น อย่างน่าเอนจอนาถ ไม่ใช่แต่คนที่มีหน้าตาอัปลักษณ์เท่านั้น ผู้ที่มีหน้าตางดงาม สวยเกินไปก็มักถูกข้อกล่าวหานี้เช่นกัน เพราะสงสัยว่าเอาวิญญานเข้าแลกกับเรือนร่างอันน่างดงาม แถมผู้ชายในสมัยนั้นยังชอบทารุนกรรมผู้หญิง โดยยกข้ออ้างจากไบเบิลขึ้นมาอ้างว่า “สูเจ้าจะต้องไม่ทรมานแม่มดด้วยการปล่อยให้มีชีวิต Thou shlt not suffer a witch to live” การเข่นฆ่าตอนนั้นจึงได้รับรองว่าเป็นสิ่งชอบธรรม (ข้อมูลจาก http://www.potterstoryweb.com/data39.php)

เมื่อพูดถึงการล่าแม่มด ทีมงาน movie.mthai จึงได้รวมเอาหนังที่มีเนื้อหาเรื่องราวเกี่ยวกับ แม่มด มาให้ชมกัน ส่วนใครที่คิดว่าเคยผ่านตาหนังเรื่องไหน และไม่มีอยู่ในนี้ก็สามารถเข้ามาแชร์ข้อมูลกันได้

เรื่องแรก The Crucible เรื่องนี้จะโหดหน่อย เพราะเป็นการล่าแม่มดจริงๆ

เป็นเรื่องราวระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในนิวอิงแลนด์ หมู่บ้านซาเล็มที่เคร่งครัดในศาสนา และยึดมั่นในขนบธรรมเนียมโบราณ พวกเขารู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเด็กสาวกลุ่มหนึ่งแอบไปเต้นรำในป่า พอรุ่งเช้าพวกเธอบางคนก็นอนนิ่งไม่พูดจาเหมือนโดนผีเข้า หรือต้องคำสาป ชาวบ้านลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของแม่มด และโทษสถานเดียวที่แม่มดจะได้รับคือ แขวนคอ เด็กสาวที่เหลือต่างถูกสอบปากคำ พวกเธอต่างสร้างเรื่องน่ากลัวต่างๆ นานา เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด โยนความผิดให้คนบริสุทธิ์หลายคนต้องรับกรรมในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำ พบเรื่องราวความรัก ความกลัว ที่นำมาซึ่งความอาฆาตและความตาย

ส่วนเรื่องนี้ แม่มด ออกแนว ฮาฮา หน่อย เรื่อง Hocus Pocus อิทธิฤทธิ์ แม่มดตกกระป๋อง

ในปี1693 หนุ่มน้อย แทคคอรี่ บิงซ์ ถูกแม่มดตระกูล แซนเดอร์สัน สามพี่น้อง ได้แก่ วินิเฟรด แมรี่ และซาราห์ สาปให้กลายเป็นแมวดำ เพราะพยายามจะขัดขวางไม่ให้ เอมิลี น้องสาวของตนถูกแม่มดทั้งสามดูดพลังชีวิตไป เพื่อเพิ่มความสาวให้กับตัวเอง แต่พ่อแม่ของบิงซ์ก็มาไม่ทันแก้คำสาป และแม่มดทั้สามถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

ไม่มีใครรู้ว่า บิงซ์ กลายเป็นแมวดำไปแล้ว แถมยังมีชีวิตเป็นอมตะ ต้องทนอยู่ต่อไปโดยไม่มีใครรู้ซะอีก แต่ก่อนจะโดนประหาร ชาวบ้านที่ยึดตำราเวทย์มนต์ของแม่มดทั้งสามไว้ได้เผลอทำตำราตกพื้น ทำให้วินิเฟรดร่ายคาถาที่จะทำให้ตัวเองฟื้นกลับมาอีกครั้งได้ เมื่อมีคนบริสุทธิ์ไปจุดเทียนเปลวไฟดำ ในวันฮาโลวีนที่พระจันทร์เต็มดวง

บิงซ์ ทำอะไรไม่ได้ นอกจากคอยเฝ้าบ้านหลังนั้น ไม่ให้ใครมาจุดเทียนเปลวไฟดำได้ ซึ่งจะทำให้ยัยสามแม่มดนั่นกลับมาได้ สามร้อยปีต่อมา ในปี 1998…เรื่องราวเริ่มต้นในช่วงฮาโลวีน เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แมกซ์ เดนนิสัน ได้ไปจุดเทียนเปลวไฟดำเข้าที่บ้านของสามพี่น้องแซนเดอร์สัน ในคืนวันฮาโลวีนที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่มดทั้งสามออกมาอาละวาดอีกครั้ง

ส่วนเรื่องนี้ น่าจะรู้จักกันดี เพราะดังระเบิด ฮิตไปทั่วโลก กับหนุ่มหน้าบาก (ไม่ใช่ จาพนม) กับเรื่อง Harry Potter ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กชาย แฮร์รี่ ที่อาศัยอยู่กับลุงกับป้าตั้งแต่แบเบาะ ชีวิตของเด็กที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ไม่ได้สบายนัก ยิ่งมีลูกพี่ลูกน้องตะกละและเกเรอย่างดัดลีย์ให้รบราด้วย ชีวิตของแฮร์รี่ก็เรียกได้ว่าไม่มีความสุขเอาเลย

วันที่เด็กชายมีอายุครบสิบเอ็ดปี เขาได้รับจดหมายจากโรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ให้ไปเข้าชั้นเรียน แฮกริด ภารโรงและผู้ดูแลสัตว์ของฮอกวอตส์เป็นคนมารับแฮร์รี่ไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ที่ตรอกไดแอกอน ย่านการจับจ่ายของพ่อมดแม่มด น่าแปลกที่ใคร ๆ ก็รู้จักแฮร์รี่!
ในที่สุดแฮกริดก็เปิดเผยให้เด็กชายรู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้ถูกรถชนตายอย่างที่ลุงป้าบอก และแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผากของเขามีที่มาอย่างไร แฮกริดได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับชีวิตพ่อมดอีกหลายอย่างก่อนจะพาเขาไปส่ง ที่ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ สถานีรถไฟคิงส์ครอส

รถจักรไอน้ำขบวนสีแดงสดพานักเรียนพ่อมดแม่มดไปสู่ปราสาทฮอกวอตส์อันไกลโพ้น แฮร์รี่ได้พบเพื่อนใหม่ที่กลายเป็นเพื่อนซี้อย่างรอนและเฮอร์ไมโอนี่ ขณะกำลังสนุกและตื่นเต้นกับการเป็นนักเรียนประจำในโรงเรียนพ่อมด แฮร์รี่ก็ต้องเข้าไปยับยั้งไม่ให้โวลเดอมอร์ ผู้สังหารพ่อแม่และฝากแผลเป็นไว้ที่หน้าผากของเขา ได้มีอำนาจเหนือเมืองแห่งพ่อมดนี้ให้ได้

อย่าลืมมาแชร์ไอเดียกันนะคร้าบ ใครมีเรื่องเด็ดที่เกี่ยวกับแม่มดก็เขียนเข้ามาคุยกัน