ซูโม่กิ๊ก? ไม่หวั่น เสียงวิจารณ์ กำกับบุญชูฯ มือไม่ถึง ?บัณฑิต?

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / ซูโม่กิ๊ก? ไม่หวั่น เสียงวิจารณ์ กำกับบุญชูฯ มือไม่ถึง ?บัณฑิต?

ซูโม่กิ๊ก

จับพัดจับพลูต้องมานั่งแท่นผู้กำกับหนัง ?บุญชู จะอยู่ในใจเสมอ? แบบไม่ตั้งใจ ?ซูโม่กิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ? หลังจากรับบทนักแสดงนำใน บุญชูฯ มากว่า 9 ภาค แต่ครั้งนี้เขาต้องมารับบทผู้กำกับ เลยทำเอาเจ้าตัวถึงกับผงะ ที่ต้องมากำกับหนังไทยในตำนานอย่างบุญชูฯ พร้อมรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์? ไม่หวั่นถูกมองมือไม่ถึง “บัณฑิต ฤทธิ์ถกล? โดย ?ซูโม่กิ๊ก? เปิดใจกับเอ็มไทยถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า

?ได้มากำกับบุญชูสนุกดีครับ จริงๆพี่เล่นหนังมาเยอะ แต่ว่าก็ดูทีมงานเขาทำงานอะไรอย่างนี้? แต่ว่าเราไม่ได้มีหน้าที่ถือดาบจริงจัง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกก็โอเค เราได้มากำกับเอง พี่ว่ามันก็เป็นงานชนิดหนึ่งนะ เรามีหน้าที่ทำไปให้มันถึงจุดหมาย ทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้?

มาครั้งนี้เล่นด้วยกำกับฯด้วยเป็นอย่างไรบ้าง
?ก็เหนื่อยมากขึ้นครับ ทั้งเล่นด้วยแล้วก็กำกับด้วย สมัยก่อนเราก็เล่นอย่างเดียว แล้วก็ดูคนอื่นเล่น แต่ภาคนี้ เล่นด้วย แล้วก็ไปดูคนอื่นเล่นด้วย แล้วก็กำกับมันด้วย คือจะลุกออกไปก็ไม่ได้ด้วย เพราะว่าเราต้องเป็นคนกำกับมันก็เหนื่อยขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่แค่สองเท่าหรอก ประมาณ 3-4 เท่าได้ แต่ความเหนื่อยมันต้องมีวันหาย นอนพักเดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว?

ความยากง่ายของบุญชู จะอยู่ในใจเสมออยู่ตรงไหน
?จริงๆแล้ว ต้องบอกว่าความยากง่ายมันอยู่ที่การตัดสินมากกว่า สำหรับเรานะ คือเราต้องเอาตัวเราเข้าไปวัดเลยวัดที่ว่าก็เหมือนกับเข้าไปตัดสินว่า เออแค่นี้พอไหม แต่เราก็ต้องจินตนาการก่อนว่ามุกแต่ละมุกที่เราจะเอาเข้าไปเล่นซีนนี้จะเล่าเรื่องไปถึงอะไร นักแสดงคนนี้เล่นถึงไม่ถึง แล้วเราต้องเข้าไปบอกเขาว่าต้องเล่นยังไง อันนี้น่าจะเป็นความยากของการกำกับหนังนะ เหมือนอย่างที่พี่บัณฑิตเคยบอกว่าหนังตลกเป็นหนังที่ทำยากที่สุดแล้ว เพราะถ้าทุกสิ่งทุกอย่างไม่พอดีกันมันก็ไม่ฮา เหมือนคนทำหนังเศร้าแล้วไม่ร้องไห้อะไรอย่างนี้ บางทีไม่ร้องไห้แต่นึกถึงอารมณ์เศร้าก็ยังโอเค แต่หนังตลกมันแค่หึๆไม่ได้ มันต้องฮาจริงๆขำจริงๆ?

เคยกำกับละคร แล้วมากำกับหนังต่างกันอย่างไร
?ค่อนข้างต่างกันนะครับ แต่ก็ไม่ต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ แต่เรื่องการกำกับการแสดงมันเหมือนกันแหละ แต่ในเรื่องของการกำกับหนังอาจจะมีการใช้กล้องเดียว เราถ่ากล้องเดียวจะถ่ายมุมไหนก่อน ความต่อเนื่องจะเป็นอย่างไร ซึ่งภาพความเป็นจริงต้องเล่นทีเดียวทั้งซีนอยู่แล้ว แต่บางทีมันต้องมีความต่อเนื่องของความพอดีของหนัง เหมือนอย่างที่พี่บอกว่าละครมันเปิดไฟดูนะ แต่หนังปิดไฟดู คือเขาซื้อตั๋วมาแล้วเขาก็ตั้งใจดูเลย ไม่คิดอะรคือมาดูหนังอย่างเดียว นี่แหละความแตกต่างของการกำกับหนังกับละคร กำกับละครเราอาจจะดูโดยรวมทั้งหมด แต่กำกับหนังมันทีละช๊อตเลย?

กดดันไหม ถ้าถูกมองว่ามือไม่ถึง ?บัณฑิต ฤทธิ์ถกล?
?ไม่เคยกดดันเลยนะ ว่าเรื่องนั้นพี่บัณฑิตกำกับ แล้วเรื่องนี้พี่มากำกับเป็นไง พี่ไม่ถามว่าพี่บัณฑิตเขาจะทำยังไง แต่เราจะถามตัวเองมากกว่า ถ้าเป็นเรา เราจะทำยังไง บุคลิกลักษณะของคนแต่ละคนมันต่างกัน คือเราอย่าไปคาดเดาว่าพี่บัณฑิตเขาจะทำยังไง เพราะเราก็ไม่มีวันรู้เหมือนกัน เพราะเขายังไม่ได้ทำ แต่เรากำหนดตามสิ่งที่มันควรจะเป็นไปได้ คือเราวัดจากตัวเราดีกว่าเราสามารถเดาทางตัวเองได้ ซึ่งสำหรับเสียงวิจารณ์คำติชมก็ยอมมีอยู่แล้วเป็นธรรมดาผมก็นอมรับฟังครับ?


จะมีกำกับเรื่องต่อไปไหม

?อันนี้ยังไม่รู้ ตอบไม่ได้ แต่ถ้าถามพี่คงยังไม่มี ถามว่าเริ่มชอบรึยัง พี่รู้สึกเฉยๆ พี่ไม่ได้ชอบทำหนังเลย พี่ชอบทำรายการโทรทัศน์มากกว่า (หัวเราะ)?

ผู้กำกับอารมร์ดีกล่าวปิดท้ายฝากผลงานหนัง ?ก็อยากให้ทุกคนมาดูหนังบุญชูฯกันนะครับ ก็อย่างที่บอกหนังบุญชูฯ มันมีมา 20 ปี 30 ปีล่ะ อยากให้ทุกคนไปดูกันว่าทำไมหนังบุญชูฯถึงได้เป็นหนังในตำนาน อย่างหนังไทยตลกทุกคนจะพูดถึงเรื่องบุญชูก็อยากให้ไปชมกัน ลองมาสัมผัสแล้วคุณจะรู้ว่าหนังบุญชูฯดูแล้วมีความสุข?


รายงานข่าวโดย movie.mthai.com