Knocked Up กับเรื่องเตือนใจ คนไม่ชอบใส่ถุง(ยาง)

Home / ข่าวหนัง / Knocked Up กับเรื่องเตือนใจ คนไม่ชอบใส่ถุง(ยาง)

Knocked Up

โหนกระแส โคตรใจ ไม่ใส่ถุง กับหนังเนื้อหาดีดี ที่ทำชีวิตคนยุ่งเหยิง เพราะไม่ใส่ถุงนี่แหละครับ ลองดูเรื่องย่อคร่าวๆ

Knocked Up ป่องปุ๊ป ป่วนปั๊ป เบ็น(เซธ โรเก้น) กับเอลิสัน(แคทเธอรีน ไฮกล์) พบกันที่บาร์ในคืนหนึ่ง และมีอะไรกันแบบขอแค่คืนเดียว จากนั้นก็ทางใครทางมัน 8 สัปดาห์ต่อมา เอลิสันมาหาเบ็น พร้อมข่าวช็อคว่าเธอตั้งครรภ์และเขาก็เป็นพ่อของเด็ก ทั้งคู่จึงต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เพื่อเตรียมตัวรับสมาชิกใหม่ที่กำลังจะลืมตาดูโลกในไม่ช้า

Knocked Up

น็อคอัพ ออกฉายเมื่อปี 2007 ดูเนื้อหา คงคิดว่าเป็นหนังขำๆ แต่เมื่อดูประเด็นจริงๆ ขำขื่นซะมากกว่า พระเอกเป็นพวกขี้แพ้ ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วดันไปมีอะไรกับผู้ประกาศข่าวสาว ที่กำลังจะมีอนาคตที่ดี แต่วันไนท์สแตนด์แบบเมาๆ แบบไม่ใส่ถุงยาง ก็เปลี่ยนชีวิตของคนทั้งสองคน เมื่อสาวเจ้าเกิดตั้งท้องขึ้นมา ฝ่ายชายก็พยายามทำตัวให้เป็นคนดีขึ้น ทั้งๆที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดึงให้ลงต่ำอยู่ได้ตลอดเวลา ปรับเป็นคนที่สามารถดูแลชีวิตของอีกฝ่ายได้ รับผิดชอบชีวิตของคนที่ทำให้เกิดมา อยากให้ผู้ชายหลายๆคนได้ดูหนังเรื่องนี้นะครับ ทำให้เราได้รู้ว่า อะไรมันก็ปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ แค่เรากล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง

Knocked Up
เห็นเด็กในท้อง แล้วความรับผิดชอบมันพุ่งพล่านไหม

Knocked Up

Knocked Up
ต้องหัดเป็นพ่อซะบ้างแล้ว

บ้านเรามีให้ดูแบบลงแผ่นครับ น่าเสียดายไม่ได้เข้าโรงฉาย ทั้งๆที่ประเด็นและแง่คิดของหนัง เป็นเรื่องที่สอนใจคนดีแท้ ตอนฉายบ้านเขา ก็ทำเงินไปมากมาย เป็นหนังเรทR แต่ทำเงินไปถึง 148ล้านเหรียญ แต่พอบ้านเรา ลงแผ่น 55 เนื้อหามันคงแรงไปกับวัฒนธรรมบ้านเรา

จะทำอะไร ก็ใส่ถุงเถอะครับ สบายใจไป 80 % โลกร้อนก็ขอเถอะเรื่องหนึ่ง

——————————————————–

ลองมาฟังความเชื่อ และความเข้าใจ เกี่ยวกับถุงยางอนามัย

condom

“หนูไม่จำเป็นต้องให้เขาใช้ถุงยาง เพราะรู้จักกันมาตั้งนาน”
การที่รู้จักกันมานานไม่ได้หมายความวา เขาหรือเธอจะไม่ได้รับเชื้อโรคเอดส์มาแล้ว นั่นเป็นเพียงความรู้สึกที่คุ้นเคยต่อบุคคลเท่านั้น

“ผมไม่ต้องใช้ถุงยาง เพราะเธอกินยาคุมกำเนิดอยู่”
ยาคุมกำเนิดช่วยป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น และไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง ในการป้องกัน โรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ

“ผมไม่จำเป็นต้องใช้ถุงยาง เพราะผมไม่ได้ติดโรคอะไร”
ถุงยางอนามัยไม่ได้ใช้ในการแพร่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ยังรวมไปถึงการ ไม่รับเชื้อโรคต่าง ๆมาด้วย การที่คุณไม่มีโรคอะไรเลยก็ไม่ควรจะรับเชื้อโรคเอดส์หรือ โรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์อื่น ๆ เข้ามาในร่างกาย เช่นกัน คุณและคู่สัมพันธ์ทางเพศของคุณอาจจะไม่ทราบว่า ตนรับเชื้อโรคใด มาบ้างแล้ว โรคบางลักษณะเช่น โรคเอดส์ ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก

“การใช้ถุงยางอนามัย คือ การแสดงความไม่ไว้วางใจในการมีเพศสัมพันธ์”
จริง ๆ แล้ว การใช้ถุงยางอนามัย แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในสุขภาพของฝ่าย ตรงข้ามและตัวคุณเอง และยังแสดงความรับผิดชอบที่คุณมีร่วมกัน

“ผมไม่ต้องป้องกันตัวเอง เพราะผมมองไม่เห็นว่าใครติดเชื้อ”
ผู้ติดเชื้อ เอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ไม่สามารถทราบได้จากการพิจารณา จากภายนอกร่างกาย รวมทั้งไม่สามารถรู้สึกได้ด้วย

“เมื่อดูแล้วว่าหน้าตาท่าทางสะอาดที ก็ไม่ต้องใช้ถุงยางอนามัย”
รูปร่าง หน้าตา ท่าทางหรือนิสัยของบุคคล ไม่ได้บอกถึงว่าติดเชื้อไวรัสเอดส์มาแล้วหรือไม่ การดูแลป้องกันตนเอง กับ คู่สัมพันธ์ทางเพศ เมื่อมีการร่วมเพศกัน คือ วิธีการที่ปลอดภัยที่สุด

“ผมไม่ต้องใช้ถุงยางเมื่อไปเที่ยวบริการ เพราะเขาจะบอกให้ใช้หรือไม่เอง”
การที่ผู้ขายบริการทางเพศแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยเป็นเพียงการเตือน ให้คุณดูแลป้องกันตนเอง และตัวของเขารวมทั้งเป็นไปได้ที่ว่า เขา/เธอ อาจ ได้รับเชื้อโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ มาแล้ว

“ผมไม่ต้องใช้ถุงยาง เพราะที่นี่เขาราคาแพง รับรองสะอาด”
ราคาในการใช้บริการทางเพศถูก หรือแพงไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้น ปราศจากโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย สมารถรับเชื้อโรคเอดส์ได้ทุกเมื่อ

“หนูไม่ให้แฟนใช้ถุงยาง หนูบอกเขาว่า หนูสะอาด ไม่มีอะไร”
การที่คุณทราบและเชื่อว่าตนเองไม่ได้มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใด ๆ เป็นสิ่งที่ดี และคุณไม่ทราบ ว่าแฟนของคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงมาหรือไม่ และการใช้ถุงยางอนามัยแสดงถึงความรัก ความห่วยใย และ ความใส่ใจที่มีต่อสุขภาพของคุณ

“ถุงยางทำให้ไม่เกิดความรู้สึกที่ดีในการร่วมเพศ”
เพราะการผลิตถุงยางอนามัยในปัจจุบัน สามารถสร้างความรู้สึกให้ได้เหมือนกับการสัมผัสตามธรรมชาติ

“ดิฉันไม่ต้องใช้ถุงยางกับสามี เพราะถุงยางใช้กับผู้หญิงขายบริการทางเพศ”
เพราะ ถุงยางอนามัยใช้ใหรับการป้องกันการตั้งครรภ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และ โรคเอดส์ นอกจากนี้ยังใช้ในการร่วมเพศของทุกคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ฝ่ายชายชอบเที่ยวใช้บริการทางเพศ

“การมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียว คงไม่ติดเชื้อเอดส์ “
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถติดต่อ กันได้ แม้เพียงการร่วมเพศครั้งเดียว และไม่สามารถบอกได้ว่าจะติดหรือไม่ติดเมื่อใด ดังนั้นจึงไม่ควรประมาท

“เมื่อใช้ถุงยางอนามัยแล้ว ก็จะไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น”
การใช้ถุงยางอนามัยไม่สามารถใช้การได้ผลทั้ง 100% แต่เป็นการลดความเสี่ยง ที่จะติดโรคให้น้อยที่สุดมากที่จะเป็นไปได้ ถุงยางที่อาจมีการรั่วซึม ฉีกขาด หรือเปื่อยยุ่ย โดยที่ไม่สามารถ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“เป็นการยากที่จะคุยเรื่องถุงยางอนามัย”
อย่าอายที่จะรู้เกี่ยวกับถุงยางอนามัย ถ้าเรียนรู้จักที่จะปฎิบัติ ก็ต้องมีความรู้ ด้านทฤษฎีควบคู่ไปด้วย การพูดคุย กับคู่สัมพันธ์ทางเพศเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพของแต่ละฝ่าย ก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อไป ลองหาวิธี การที่คุณจะพูดเรื่องถุงยางอนามัยได้อย่างสะดวกในการตัดสินใจ ด้วยตัวคุณเอง จะช่วยสร้าง ความเชื่อมั่น ในการดำเนินชีวิตข้างหน้า

ที่มา : http://clinicrak.com

ว่าแต่? Sagami Original มันใช้ดีไหมครับ

——————————————

และดูคลิปมุขขำๆ เกี่ยวกับถุงยาง มันเป็นโจ๊กนะ อย่าไปเชื่อว่าเป็นจริง

—————————————–