บทสัมภาษณ์ หลุยส์ บูร์ฌวง สาวฝรั่งเศส สุดสวย ที่มารับบทเป็น อะเดล บลอง-เซ็ค

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / บทสัมภาษณ์ หลุยส์ บูร์ฌวง สาวฝรั่งเศส สุดสวย ที่มารับบทเป็น อะเดล บลอง-เซ็ค

หลุยส์ บูร์ฌวง

มารู้จักกับเธอคนนี้ให้ดียิ่งขึ้นกันดีกว่า ว่า กับหนังเรื่อง พลังอะเดล ข้ามขอบฟ้า โค่น 5 อภิมหาภัย

คุ้นเคยกับงานของ ฌาคส์ ตาร์ดี ก่อนที่ ลุค เบซซง จะเสนอบท อะเดล บลอง-เซ็ค ให้ใช่ไหม?
ใช่ ฉันเคยอ่านและคลั่งไคล้การ์ตูนชุดเก้าเล่มนี้มาก อะเดล บลอง-เซ็ค คือหนึ่งในนางเอกการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่ไม่โง่งี่เง่า เธอไม่ดัดจริตแสร้งทำเป็นดีกับคนอื่นๆ เธอเข้มแข็ง ค่อนข้างพูดจาเผ็ดร้อน นี่แหละที่ทำให้ฉันชอบเธอ

สำหรับตาร์ดี ฉันว่าเขาชอบเล่าแต่เรื่องค่อนข้างหลุดโลก ตอนจบของแต่ละเล่มจะมีเซอร์ไพรส์ตลอด ไม่เคยเดาถูกเลยจริงๆ ด้วยความที่วาดแบบไม่ปิดตายเรื่องราวนี่แหละ งานของเขาถึงได้ดูมีอิสระมาก มักทะลึ่งตึงตัง และยังแหวกแนวไม่ซ้ำใครอีกด้วย

บอกหน่อยว่าเจอกับ ลุค เบซซง ได้อย่างไร?
ผู้ช่วยของเขาโทรมาหาฉันช่วงกลางสัปดาห์และถามว่ามาเจอกันได้ไหมทั้งๆ ที่ยังไม่แจกแจงรายละเอียดมากมายนัก วันต่อมา เราเจอกัน เขายื่นบทให้ฉัน เย็นนั้นฉันกลับไปอ่าน และรีบโทรบอกลุคทันทีว่าอยากแสดงมากๆ วันถัดมา เราเจอกันอีก และเขาก็พูดว่า ?คุณคืออะเดล!? ทั้งหมดเกิดขึ้นใน 24 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ภูมิใจมากที่เขาให้บทหลากมุมมองขนาดนี้กับฉัน และเชื่อมั่นในตัวฉันทั้งๆ ที่ผ่านงานหนังมาแบบกระจิดกระจ้อย ฉันแทบจะคอยให้ถึงวันซ้อมบทไม่ไหวเลยทีเดียว และด้วยความที่ลุคเป็นพวกเรียกร้องความสมบูรณ์แบบและทุ่มเทให้กับงานสุดตัว ฉันโชคดีจริงๆ ที่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าหลายเดือน …วิเศษที่สุดเลย

หลุยส์ บูร์ฌวง

รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมงานกับเขา?
เหมือนทำงานกับซูเปอร์แมน เขานอนแค่คืนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ที่เหลือก็ตัดต่อ ถ่ายทำ แต่ก็มีเวลาให้ครอบครัว นักแสดง และลูกทีมตลอด เวลาทำงาน เขามีจุดมุ่งหมายและมีสมาธิจดจ่อมากๆ ที่สำคัญคือรู้ความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ฉันเหมือนได้ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง เป็นสุดยอดประสบการณ์จริงๆ เราต้องทำการบ้านกับตัวละครอะเดลมากมาย ทั้งในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งฉันต้องฝึกเดินให้ดูแข็งแกร่งกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น และในส่วนของศิลปะการแสดง ซึ่งฉันต้องศึกษาบทให้ละเอียดก่อนถ่ายทำและซ้อมบทพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลุคบอกว่าเมื่อไหร่ที่ฉันพูดได้คล่องโดยไม่เขวเวลาที่เขาเดินวนเวียนอยู่รอบตัวๆ นั่นหมายความว่าฉันชำนาญแล้ว พอเป็นอย่างนี้ ระหว่างที่ฉันลดๆ เร่งๆ จังหวะพูดตามบท เขาจะแกล้งเดินวนเวียนรบกวนสมาธิอยู่บ่อยๆ แต่เมื่อไหร่ที่เขาทำให้ฉันเขวไม่ได้ ก็จะรู้เลยว่าสมาธินิ่งพอแล้ว

เข้าถึงการแสดงเป็นนางเอกการ์ตูนได้อย่างไร?

เหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือฉันประทับใจรูปลักษณ์ภายนอกของอะเดล เธอเป็นคนหน้าตาย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใดๆ นัก จมูกแหงน และตกกระ เธอไม่แยแสเรื่องเสื้อผ้า ถึงแม้หมวกที่สวมจะไม่เป็นทรงก็ไม่สน ฉันรู้สึกดีมากๆ กับตัวละครหญิงที่ไม่ยินยอมน้อมรับมาตรฐานที่คนในสังคมยึดถือกันโดยทั่ว

หลุยส์ บูร์ฌวง

คุณสมบัติใดของตัวละครที่คุณสนใจเป็นพิเศษ?
ส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกน่ะช่วยให้เข้าถึงตัวละครได้ดีทีเดียว เรียกว่าเป็นประโยชน์ต่อการแสดงมาก โดยปกติ ฉันชอบแปลงโฉมเป็นโน่นเป็นนี่มาตลอด เพราะตอนเด็กๆ แม่จะถ่ายรูปฉันก็แต่เฉพาะตอนแปลงโฉมนี่แหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม รู้แต่ว่าแปลงโฉมแล้วได้ถ่ายรูปซึ่งฉันชอบมากๆ สุดท้ายก็เลยแปลงโฉมทุกวัน เป็น เดวี ครอกเกตต์ บ้าง นางฟ้าบ้าง เต่าทองบ้าง…

ช่วยพูดถึง อะเดล บลอง-เซ็ค ในหนังของ ลุค เบซซง สักเล็กน้อย
พูดได้เลยว่าฉันชอบอะเดลของลุคมากกว่าอะเดลในหนังสือการ์ตูนนิดหน่อย เพราะเธอดูเป็นมนุษย์ที่มีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า ในขณะที่เรื่องราวดำเนินไป เราจะตระหนักอยู่ลึกๆ ว่าเธอเจ็บปวดกับหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง เธอมีข้อด้อยบางประการที่พยายามปกปิดไว้ไม่อยากให้ใครรู้ เธอดื้อรั้น พูดจาโผงผาง อารมณ์อ่อนไหว ซื่อสัตย์สุดขีด และมีอารมณ์ขัน เธอคล้ายๆ ผู้หญิงใน Indiana Jones ถึงแม้ว่าหนังทั้งเรื่องจะอัดแน่นไปด้วยการผจญภัยของเธอ ไม่ว่าจะเป็น ขี่หลังนกยักษ์เทอโรแดคทิล คืนชีวิตให้มัมมี่ เปลี่ยนหีบศพโบราณเป็นเรือและล่องไปตามแม่น้ำไนล์ แถมยังช่วยชีวิตประธานาธิบดีอีกต่างหาก แต่เธอก็มีช่วงเวลาที่เผยให้เห็นอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว โดยเพาะเวลาที่เจอกับพี่สาว สนุกจริงๆ ที่ได้แสดงเป็นนางเอกที่แกร่งทั้งกายใจแบบที่เห็นไม่บ่อยนักในหนังประเภทนี้ ซึ่งผู้หญิงมักเป็นแค่ตัวเสริมความเด่นให้ผู้ชาย ได้แสดงตามแบบฉบับของนางเอกนักสู้ ได้เป็นตัวนำของเรื่อง ซึ่งปกติจะเป็นผู้ชายอีกนั่นแหละ และยังได้ทำอะไรๆ อีกตั้งมากมาย ในหนังของลุคเรื่องนี้ นางเอกเป็นคนควบคุมแอ็กชั่นของเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกว่าเป็นบทที่วิเศษที่สุดเลยสำหรับนักแสดงหญิงสักคน

หลุยส์ บูร์ฌวง

เข้ากับนักแสดงคนอื่นๆ ได้ดีใช่ไหม?
นักแสดงคนอื่นๆ จะเข้าฉากกันแค่สองสามวันต่อครั้งเท่านั้นแหละ ฉันก็เลยหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะไม่มีเวลาให้ทำความรู้จักกันจริงๆ จังๆ สักที เว้นก็แต่ ลอร์ เดอ เคลร์มงต์ ที่แสดงเป็นพี่สาวของอะเดล คือ อกาธ ซึ่งเราเข้าขากันได้ดีทีเดียว ส่วนการแสดงกับ อมัลริก ที่รับบท ศาสตราจารย์ ดิเยอเลอวูลต์ เหมือนฝันกลายเป็นจริง แต่หน้ากากลาเท็กซ์กับแว่นดำที่เขาสวมในหนังทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังประชันบทบาทกับอมัลริกที่ไม่ใช่อมัลริกยังไงยังงั้น แถมยังรู้สึกแปลกๆ และก็ยากอีกด้วยเวลาแสดงโดยที่มองไม่เห็นแววตาของเพื่อนร่วมฉากหรือไม่เห็นการแสดงออกทางสายตาของเขา ส่วน ฌาคกี เนร์เซสเซียง ที่รับบท เอสเปอรองดิเยอ นี่ก็เป็นนักแสดงที่ฝีมือฉกาจอย่างเหลือเชื่อ และทำให้ฉันหัวเราะได้ตลอดเวลา โดยรวมๆ แล้วไม่มีอะไรหรอกนอกจากความทรงจำดีๆ

คิดอย่างไรกับฉากที่ อูเกส์ ทิสซองดิเยร์ สร้างสรรค์ขึ้น?
ในฐานะที่เคยเรียนศิลปะมาก่อน ฉันยอมรับเลยว่าทึ่งมากๆ กับฉากที่อูเกส์สร้าง ตกใจมากจริงๆ ตอนที่เดินเข้าไปในสุสานของรามเสสที่ 2 ครั้งแรก ส่วนในอพาร์ตเมนท์ของอะเดล ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ หรือของตกแต่ง ทุกอย่างถอดแบบออกมาใกล้เคียงกับในหนังสือการ์ตูนมากๆ งานนี้อูเกส์แสดงฝีมือได้ดีเหลือเชื่อทีเดียว

หลุยส์ บูร์ฌวง

แล้วเครื่องแต่งกายล่ะ?
หรูหรามาก ในหนังเรื่องนี้ ฉันได้สวมชุดหลากหลายตั้ง 18 ชุดแน่ะ โอลิวิเยร์ เบริโยต์ ได้แรงบันดาลใจบางชุดมาจากยุคพิมพ์ลาย และอีกหลายๆ ชุดพุ่งตรงออกมาจากจินตนาการของเขาเวลาที่หาเอกสารอ้างอิงไม่ได้ อย่างเช่น ชุดกระโปรงเทนนิส หรือชุดซาฟารีที่ฉันสวมตอนอยู่ในทะเลทราย ฉันเดาว่าในปี 1912 คงไม่มีนักเทนนิสหญิงมากมายนักหรอก เพราะมันเป็นกีฬาที่จำกัดอยู่ในหมู่ผู้ชาย ก็เลยไม่มีภาพอ้างอิงยังไงล่ะ เสื้อผ้าที่อะเดลสวมจะรวมความเป็นแฟชั่นเข้ากับความต้องการของหนัง ซึ่งฉันพูดได้เต็มปากเลยว่าประทับใจมากที่เห็นทั้งสองส่วนนี้มาอยู่ด้วยกัน และค่อยๆ มอบชีวิตให้ตัวละครของฉัน

โปรดปรานฉากไหนที่สุด?
ตอนอ่านบท ฉันโปรดปรานฉากที่ต้องเข้าฉากกับตำรวจติดอ่างในสถานีตำรวจที่สุดแล้ว เป็นฉากที่ตลกสุดๆ ฉันตั้งหน้าตั้งคอยฉากนี้จนกลายเป็นกดดันตัวเองเกินไป คือพอถึงเวลาถ่ายทำจริงกว่าจะผ่านฉากนี้ได้ก็หลายเทคเชียวล่ะ

ส่วนฉากที่ แพตโมสิส มัมมี่นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ เดินลงจากหิ้งในอพาร์ตเมนท์ของฉันมาขอน้ำชาสักถ้วยนี่ก็ตลกมากๆ

อีกฉากที่ตลกแต่ดูดีมีเสน่ห์คือฉากเล่นเทนนิส ในปี 1912 น่ะ ผู้หญิงต้องเล่นเทนนิสให้ดูสง่างาม งานนี้ฉันต้องเรียนเพื่อให้รู้ท่าทางการเคลื่อนไหวไปมา ต้องหัดโฟร์แฮนด์ แบ็คแฮนด์ ตบ เสิร์ฟ ในท่วงท่าแบบบัลเลต์ ต้องตีลูกกลับไปพร้อมๆ กับเตะขาข้างหนึ่งไปข้างหลังสูงๆ และทรงตัวด้วยปลายเท้าของขาอีกข้างหนึ่ง ค่อนข้างยากเชียวล่ะแต่พอออกจอแล้วดูดีมาก

และที่ขาดไม่ได้ คือฉากที่อะเดลขี่หลังนกยักษ์เทอโรแดคทิล ลุคพยายามตามหาคนที่เคยฝึกเทอโรแดคทิลให้เชื่อง แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่นะ (หัวเราะ) ฉันต้องฝึกเพื่อฉากนี้ถึง 3 เดือน เริ่มจากระดับเตี้ยๆ แค่ 10 เมตรจากพื้นดินก่อน จนกระทั่งบินสูงเท่ากับหอไอเฟลโดยไม่มีอานนั่งหรือบังเหียนใดๆ ทั้งสิ้น สารภาพตรงๆ เลยว่าฉันมีความสุขมากที่ทำได้ ถ้าให้เทียบล่ะก็ ขี่อูฐในอียิปต์น่ะกลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ไปเลย

หลุยส์ บูร์ฌวง

ผลงานทางภาพยนตร์ ของ หลุยส์ บูร์ฌวง
2010
– The Extraordinary Adventures of Ad?le Blanc-Sec กำกับโดย ลุค เบซซง

2009
– Blanc comme neige กำกับโดย คริสโตฟ บลอง
– L?autre monde กำกับโดย ฌีลส์ มาร์ชองด์
– Sweet Valentine กำกับโดย เอมมา ลูกินี

2008
– La fille de Monaco กำกับโดย แอนน์ ฟองแต็ง

2002
– Les femmes ou les enfants d?abord กำกับโดย มานูเอล ปัวริเยร์

หลุยส์ บูร์ฌวง