“จางอี้โหมว” เปิดตัวหนังฟอร์มเล็ก ฉายภาพความรักของหนุ่มสาวจีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / “จางอี้โหมว” เปิดตัวหนังฟอร์มเล็ก ฉายภาพความรักของหนุ่มสาวจีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม


Trailer Under The Hawthorn Treeดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่

“จางอี้โหมว” หนึ่งในยอดผู้กำกับภาพยนตร์รุ่น 5 ของประเทศจีน ได้เปิดตัวหนังเรื่องใหม่ของเขาเป็นครั้งแรก ในระดับนานาชาติที่ เทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาพยนตร์เรื่องใหม่นี้มีชื่อว่า “อันเดอร์ เดอะ ฮอว์ธอร์น ทรี” (Under The Hawthorn Tree) ซึ่งบอกเล่า เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนสาววัยมัธยมที่ถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบทกับนักธรณีวิทยาหนุ่ม ในยุค “ปฏิวัติวัฒนธรรม”

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จางอี้โหมว ได้พลิกผันวิถีทางของตนเองไปสู่การกำกับภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์-กำลังภายใน ด้วยมาตรฐานงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ ผ่านหนังอย่าง “ฮีโร่” “เฮาส์ ออฟ ฟลายอิ้ง แด๊กเกอร์ส” และ “เคิร์ส ออฟ เดอะ โกลเด้น ฟลาวเวอร์” รวมทั้งการเป็นผู้กำกับการแสดง ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง

จางอี้โหมว ผู้กำกับ

จนส่งผลให้นักวิจารณ์หลายคนวิพากษ์ว่า ผู้กำกับภาพยนตร์วัย 58 รายนี้ ได้หันเหตนเองไปสู่วิถีทางแห่งการตลาด และอยู่ใต้อำนาจของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีน ด้วยการทำหนังที่ไม่มีประเด็นแหลมคมทางการเมือง ผิดกับผลงานในช่วงแรก ๆ ของเขา

อย่างไรก็ตาม จางอี้โหมว ได้หันกลับมาทำหนังเล็ก ๆ หลังเสร็จสิ้นภารกิจในกีฬาโอลิมปิก เริ่มจากหนังเรื่อง “อะ ซิมเปิ้ล นู้ดเดิ้ล สตอรี่” ซึ่งดัดแปลงมาจากภาพยนตร์แนวตลกร้ายของอเมริกาเรื่อง “บลัด ซิมเปิ้ล” โดยสองพี่น้อง “โจเอล และ อีธาน โคเอน”

ก่อนจะมาทำหนังเรื่อง “อันเดอร์ เดอะ ฮอว์ธอร์น ทรี” ซึ่งมีงานสร้างขนาดเล็กๆ เหมือนภาพยนตร์เรื่อง “น็อท วัน เลสส์” และ “เดอะ โร้ด โฮม” ซึ่งเป็นผลงานก่อนหน้าที่จางอี้โหมว จะหันไปทำหนังแนวอลังการงานสร้าง

หนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับรายนี้ มีฉากหลัง เป็นเรื่องราวทางการเมืองในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน โดยตัวละครเด็กสาววัยมัธยมมีพื้นเพมาจากครอบครัว “ขวาจัด” ขณะที่ตัวละครนักธรณีวิทยาหนุ่ม กลับเป็นบุตรชายของสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์

ทั้งนี้ ยอดผู้กำกับรุ่น 5 ชาวจีน ก็เคยผ่านชะตากรรมอันยากลำบากในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมมาเช่นกัน เมื่อพ่อของเขาเป็นทหารของฝ่ายรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งพ่ายแพ้ต่อกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์ จนญาติหลายคนของเขาต้องหลบหนีไปประเทศไต้หวัน ความสับสนวุ่นวายทางการเมืองยังส่งผลให้ จางอี้โหมว ต้องถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในทุ่งนาและโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้เขามีโอกาสได้เข้าศึกษาต่อ ที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง ก็เมื่อมีวัยย่างเข้าสู่ช่วงปลาย 20 แล้ว

“เมื่อผมย้อนมองกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว ก็รู้สึกว่ามันเป็นทศวรรษแห่งโศกนาฏกรรม มันมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างมากมาย”
จางอี้โหมว กล่าว

ก่อนหน้านี้ ประเด็นการปฏิวัติวัฒนธรรมถือเป็นเรื่องอ่อนไหวในประเทศจีน โดยหนังเรื่อง “ทู ลีฟ” ของจางอี้โหมว ที่เคยนำเสนอถึงเรื่องราวในยุคนั้นอย่างเข้มข้นเมื่อปี พ.ศ.2537 ก็เคยถูกคำสั่งห้ามฉายมาแล้ว ขณะที่หนังเรื่อง “เดอะ บลู ไคท์” ของเทียนจวงจวง ผู้กำกับเพื่อนร่วมรุ่นของจางอี้โหมว ที่กล่าวถึงยุคสมัยดังกล่าวเช่นกัน ก็เคยถูกคำสั่งเซ็นเซอร์ ส่วนตัวผู้กำกับถูกสั่งห้ามทำหนังเป็นเวลา 9 ปี

แต่ดูเหมือนว่าในยุคปัจจุบัน ความเข้มงวดต่อประเด็นเรื่องการปฏิวัติวัฒนธรรมจะเบาบางลงไป

หนังเรื่องล่าสุดของจางอี้โหมว ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากนวนิยายที่ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกทางอินเตอร์เน็ตเมื่อปี พ.ศ.2540 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากหนังลงโรงฉายในประเทศจีนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

นี่อาจเป็นเพราะว่าหนังเรื่อง “อันเดอร์ เดอะ ฮอว์ธอร์น ทรี” ไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการปฏิวัติวัฒนธรรมอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกับหนังเรื่อง “ทู ลีฟ”

ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของจางอี้โหมวที่ปูซานว่า “ผมต้องการแตะต้องเพียงแค่เรื่องราวความรักระหว่างหนุ่มสาวสองคน ผมต้องการแสดงให้คนหนุ่มสาวรุ่นปัจจุบันได้รับรู้ว่าความรักแบบบริสุทธิ์ไร้เดียงสานั้นเป็นเช่นไร”

ที่มา : มติชน