สัมภาษณ์ “ปรัชญา ลำพองชาติ” ผู้กำกับ “ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร” จาก “น้ำตาลแดง2”

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / สัมภาษณ์ “ปรัชญา ลำพองชาติ” ผู้กำกับ “ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร” จาก “น้ำตาลแดง2”

ปรัชญา ลำพองชาติ
ปรัชญา ลำพองชาติ? ผู้กำกับ ?ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร

สัมภาษณ์ ?ปรัชญา ลำพองชาติ ? ผู้กำกับ ?ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร? 1ใน 6 ภาพยนตร์ในแนวอิโรติกจากโปรเจ็คต์ ?น้ำตาลแดง?

บทสัมภาษณ์นี้ เหมาะสำหรับท่านที่ไปชมหนังเรื่องนี้มาแล้ว หรือกำลังตัดสินใจจะไปชม น้ำตาลแดง2

ทำความรู้จักกันก่อน ก่อนอื่นอยากให้ช่วยแนะนำประวัติความเป็นมาของตัวเอง
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา : ผมเป็นคนชอบดูหนัง ในบรรดาเพื่อนในวัยเดียวกันตอนนั้นผมจะชอบพูดคุยเรื่องหนังภาพยนตร์มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ? ผมจึงเลือกตัดสินใจเรียนภาพยนตร์? ผมคิดว่าการสร้างภาพยนตร์คือการเสียสละ เพื่อเปิดทางหาช่องทางของความสุข ในแง่งามของชีวิตตามประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนที่ได้เข้ามาเปิดโลกทัศน์รับรู้ในการชมภาพยนตร์ และเข้าใจในความงามของชีวิต และความงามของความจริง ซึ่งมันเชื่อมโยงเข้ากับปรัชญาของ ศิลปะ ซึ่งผมเองมองภาพยนตร์คือ ศิลปะแขนงหนึ่ง ที่ไม่ได้ต่างกับ จิตกรรม สถาปัตยกรรม หรือ วรรณกรรม แต่มันเป็นศิลปะที่อยู่ในรูปแบบสื่อของภาพเคลื่อนไหว ซึ่งแต่เดิมมันก็เป็นอย่างนั้น? ซึ่งมันมีเหนือขึ้นไปมากกว่าความบันเทิงผิวเผิน ผลงานตอนสมัยเรียนคือภาพยนตร์สั้นเรื่อง?กลับบ้าน? ได้ถูกคัดเลือกเป็นภาพยนตร์ของไทยเรื่องเดียวในปีนั้นที่ได้เข้าไปแข่งขันในเทศกาลหนัง? Clermont Ferrand Film Festival 2007? ( France ) ที่เป็นเทศกาลหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก? และก็ได้ ชนะเลิศ Kodak Competition ในปีเดียวกัน และในปีถัดไป ภาพยนตร์สั้นเรื่อง?คนจรจัด?? ได้รางวัล Republic award Asiana International Film? Festival? seoul 2008 ( Korea ) และถูกคัดเลือกไป เทศกาลหนังที่สเปน Selection Midina Del Campo Film Festival 2009 จนล่าสุดเมื่อปี 2009 ผมได้รางวัลชนะเลิศช้างเผือก ของเทศกาลหนังสั้น มูลนิธิหนังไทย Thai Foundation Festival 200 (Thailand) จาก ? นักโทษ? ภาพยนตร์ปริญญานิพนธ์ หลังจากนั้นเมื่อผมได้จบการศึกษา ผมก็ได้รู้จักกับเจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าสท์ โฆษณา เมซองฟิลม์ แอน โปรดักชั่น และได้ชวนผมให้มาทำงานเป็นผู้กำกับโฆษณาของบริษัท

เป็นไงมาไงถึงได้มีโอกาสได้เข้ามามีส่วนร่วมในโปรเจ็คต์ ?น้ำตาลแดง?
ปรัชญา ลำพองชาติปรัชญา :การได้มาทำงานโปรเจ็คต์น้ำตาลแดงนี้? ผมได้ทราบข่าวคราวจากรุ่นพี่ พี่เอม(ผู้กำกับหญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มและเป็นผู้กำกับปรารถนา) ซึ่งพี่เอมได้ชักชวนให้มาลองทำงานโปรเจ็คต์นี้ดูซึ่งตัวพี่เอมเองก็ได้ดูผลงานของผมมาบ้าง ซึ่งเขาคงคิดว่าน่าจะเข้ากับสไตล์การทำหนังของผม และน่าจะสามารถจะทำงานร่วมในโปรเจ็คต์นี้ได้ จึงได้ชวนให้มาร่วมงานกันกับพี่เขาครับ

อิโรติคในมุมมองของแต่ละคนคงแตกต่างกัน สำหรับของเราเองมองว่าเป็นอย่างไร
ปรัชญา ลำพองชาติปรัชญา : ผมรู้สึกว่ามันเป็นประเภทของภาพยนตร์ ที่ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆในความรู้สึกผม และมันก็ชัดเจนในการที่จะสื่อสาร ให้ผู้คนรู้สึกถึงสิ่งที่ซ้อนเร้นมากกว่าสิ่งที่เห็นฉาบฉวยที่อยู่ตรงเบื้องหน้า? เพราะมันจะผสมผสานกับความรู้สึกทางด้านเพศ ซึ่งมันจะเปราะบางต่อความรู้สึกสัมผัสต่อคนดูทั่วไป?? แต่ถ้าเราทำให้พวกเขาเห็นบางอย่าง และทำให้รู้สึกถึงบางอย่างผมว่านี้แหล่ะคือความท้าทายและใช้ศักยภาพของภาพยนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร

ที่มาที่ไปของไอเดียและคอนเซ็ปท์ภาพยนตร์เรื่อง ?ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร?
ปรัชญา ลำพองชาติปรัชญา : เรื่องทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร ผมมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องความทรงจำ เพราะผมคิดว่า ผมกำลังค้นหาความจริงของชีวิตนั้นคืออะไร ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่มันเป็นความจริงแท้ของชีวิตมันคือความทรงจำที่ดีงามสำหรับเราทุกคน มีหลายคนเคยบอกว่าเราควรจะลืมอดีต เราควรคิดถึงแต่ปัจจุบัน เราควรมองแต่สิ่งที่อยู่ในอนาคต ผมกับมีความคิดที่ตรงกันข้าม ผมมีความเชื่อว่าสิ่งที่เป็นความจริงแท้สำหรับชีวิต เราเกิดมามีชีวิตจิตใจตรงนี้ได้ยังไง ความทรงจำที่ดีงามนั่นคือคำตอบที่ดีที่สุด ผมเลยได้ความรู้สึกและแรงบันดาลใจที่จะสร้างภาพยนตร์เรื่องทฤษฎีบนโต๊ะอาหารขึ้นมา

สิ่งที่ต้องการสื่อสารหรือนำเสนอใน ?ทฤษฏีบนโต๊ะอาหาร?
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา : เหตุผลที่ผม ตั้งชื่อเรื่องว่า ? ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร ? ผมก็พยายามจะสื่อสารให้เห็นถึง ทฤษฎีของการใช้ชีวิต ทฤษฎีทางภาษาภาพยนตร์? ซึ่งผมเองจะชอบที่จะใช้องค์ประกอบทางด้านภาพยนตร์มากกว่า การใช้เรื่องเล่าหรือตัวบทภาพยนตร์ ผมคิดว่าภาพยนตร์ที่ดีควรใช้ทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์ทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม และมีอิสระต่อกัน ถ้าคุณลองชมภาพยนตร์ของผมก็จะสังเกตว่า บางซีนบางฉาก ภาพและเสียงจะไม่เกื้อหนุนกันเลยซักนิดเดียว มันจะไปกันคนละทิศคนละทาง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะตัดต่อ หรือรวมไปถึงความสมเหตุสมผลในการแสดง ซึ่งผมเองไม่ได้ให้พวกนักแสดงของผมได้ท่องบทตามสคริปต์ใดๆเลย ผมแค่บอกว่า คุณคือ ตัวละคร ตัวนี้ เขากำลังเป็นอย่างนี้อยู่ และหน้าที่ของคุณคือ ก็แค่ตีความมันออกมาจากประสบการณ์ของคุณ? ผมเองจะไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งที่ตัวละครพูดออกมามากกว่าสิ่งที่ตัวละครเหล่านั้นรู้สึก บางที่ตัวละครอาจจะพูดไปแล้วเป็นร้อยๆคำ แต่ความรู้สึกมันออกมาแค่การหันหน้าเพียงแค่ครั้งเดียว ผมมักจะบอกกับนักแสดงของผมเสมอ ตลอดการร่วมงานกัน คือคุณไม่ใช่คนที่ยืนอยู่กลางฉาก แต่คุณคือสิ่งหนึ่งที่อยู่ในฉาก คุณไม่มีความสำคัญเหนือแสงและเงา คุณไม่มีเหนือการจัดวาง มิซ ออง แซง และการวางมุมกล้อง แต่คุณคือองค์ประกอบหนึ่งที่จะต้องทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม กับทุกองค์ประกอบในภาพยนตร์

ทฤษฎีบนโต๊ะอาหารเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: พล็อตเรื่องของผมนั้นมีวางไว้อย่างบางเบามากๆ ก็คือ เรื่องราวระหว่างผู้หญิงสองคน ที่เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก แอน ( แอนนา ริส ) เป็นดาราชื่อดัง และ เอิร์น(นริศ ศรีสันต์) ทำงานเป็นนักเขียนนิตยสาร เธอทั้งสองได้มีความทุกข์ที่แตกต่างกันในแต่ละด้าน ซึ่งเธอทั้งสองต้องต่อสู่กับสภาพจิดใจด้านหนึ่งของตัวพวกเธอ โดยมีหนุ่มสามีของแอนที่เป็นตัวแปรสำคัญ ในการทดสอบสภาวะจิตใจของเธอทั้งสอง เอิร์นได้แอบหลงรักหนุ่ม สามีของแอน และแอบมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆ และ แอน เธอไม่เคยพอใจในชีวิตที่สมบูรณ์ ที่เป็นอยู่ และเธอเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะสิ่งใด

ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร

ลำดับความหวือหวา ความอีโรติคของโปรเจ็คต์มีขอบเขต มากน้อยแค่ไหนอย่างไร
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: รูปแบบหนังของผมก็จะเป็นไปในแบบสากลทั่วไปของหนังแนวนี้ครับ (โดยเปรียบเทียบกับหนังเมืองนอก ) ซึ่งปกติแล้วระดับของหนังติดเรทในไทย ก็จะมีระดับของมันต่างกันกลับเมืองนอกอยู่แล้ว ถ้าบอกว่าหนังไทยที่มีฉากหวือหวา คนดูก็จะคิดว่าก็คงเป็นอะไรที่หวือหวาแบบไทยๆ คงยังไงก็ไม่ถึงฝรั่ง แต่นี้คือเรทอิโรติกที่เทียบเท่าสากลของเมืองนอกครับ คือฝรั่งทำได้เท่าไหนเราทำได้เท่านั้นครับ

ขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง เพื่อรับบทในเรื่อง ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร เป็นอย่างไร
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: ผมวิเคราะห์จากความเชื่อและก็ประสบการณ์ร่วมของเขา อย่าง นริศ ผมมองว่าเขามีความเป็นมืออาชีพเต็มเปี่ยม เพราะเป็นนักแสดงละครเวที ผมคิดว่านริศมีพลังแสดงพอกับสิ่งที่ผมจูนไป นริศมีความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม เมื่อเขาได้เห็นบทแล้วก็ได้เห็นสิ่งต่างๆที่ผมเสนอไป เกิดความเชื่อมั่นซึ่งผมเองก็มีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมที่จะทำแล้วเขาก็สามารถจะเชื่อมั่นไปพร้อมกับผมได้ คิดว่าเขาเข้าใจแล้วก็เชื่อในรูปแบบการนำเสนอของภาพยนตร์ประเภทนี้ถือว่าโชคดีมาก ส่วนแอนนา รีส ก็เป็นนักแสดงที่เราอาจจะพบเห็นกันบ่อยแล้ว และผมรู้สึกว่าตัวละครที่เป็นมันก็คือตัวตนเขาเอง หรือว่าเทียบจะใกล้เคียงกับตัวเขาเองเลย แอนนา เหมาะกับตัวบทเพราะดูเป็นคนที่สมบูรณ์แบบดูรู้สึกว่า ที่สามารถจะบ่งบอกตัวละครในเรื่องได้ดีที่สุดผมเลยเลือกเค้ามา

การทำหนังแนวอิโรติก ในการสื่อสารหรือมีวิธีการกำกับนักแสดงให้เข้าใจ และกล้าถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาก ถือว่ายากมากน้อยขนาดไหน
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: อันนี่ถือว่าเป็นงานที่ยากเอาการ กับการกำกับหนังที่ไม่เคยทำมาก่อน มันเหมือนเป็นการก้าวกระโดดเลยนะครับ เพราะปกติการทำหนังลักษณะนี้จะต้องเป็นงานของผู้กำกับที่มีความเก๋าเอามากๆ และก็มีประสบการณ์ในการจะคุมสถานการณ์ต่างๆได้? เพราะการที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักแสดง โดยเฉพาะนักแสดงผู้หญิง ให้เขาถอดเสื้อผ้าให้เราถ่ายนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่า เราจะไม่ทำให้เขาออกมาดูไม่ดี ผมเองจะต้องใช้สมาธิมาก เพื่อให้นักแสดงออกมาเป็นนักแสดง ไม่ใช่ดาวโป๊ ซึ่งผมย้ำให้นักแสดงของผมที่ต้องรับบทหนักนี้ว่า คุณจะต้องเชื่อมั่นในตัวผม เพราะการที่กองถ่ายจะดำเนินไปได้นั้น ต้องอยู่ที่สมาธิของผู้กำกับเป็นสำคัญ สำหรับนักแสดงทุกคนมีความเป็นมืออาชีพมากครับ? เริ่มตั้งแต่วันที่เจอกันครั้งแรก ทุกคนตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบมากๆครับ ผมได้มีการเวิร์คช็อปนักแสดง อยู่ประมาณ3ครั้ง ด้วยระยะเวลาในการ Pre Production เรามีน้อย เราจึงอาศัยช่วงเวลาน้อยนิดนี้อย่างเต็มที่ ที่จริงแล้ว ผมได้นึกถึงนักแสดงสองคนนี้ขึ้นมาก่อน ที่ผมจะออกแบบคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมา ผมจะพยายามเอาความเป็นลักษณะเฉพาะตัวของตัวละครทั้งสองที่เป็นจริงๆมาผสมกับรูปแบบของภาพยนตร์ของผมที่มีอยู่ครับ และสำหรับการทำงานในฉากอิโรติกนั้น ผมจะต้องคุยกับนักแสดงก่อนเสมอว่าจะถ่ายกันอย่างไร แล้วภาพจะออกมาเป็นแบบไหน ตรงนี้เราได้วางแผนกันอย่างรอบคอบเลยครับ เพื่อที่จะเซฟทางนักแสดงให้มากที่สุด? ในแต่ละวันของการถ่าย ผมจะให้ทางผู้ช่วยผมได้จัดตารางคิวถ่ายโดยเฉพาะซีนนั้นเป็นพิเศษครับ มันจะต้องใช้เวลาในการถ่ายทำซีนนั้นมากๆ เพื่อให้เวลาช่วงที่นักแสดงได้อยู่ในฉากได้คุ้นเคยทั้งในตัวฉาก และ ตัวละครด้วยกันเองที่จะต้องแสดงกันในฉากอิโรติกนี้ครับ

ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร
ปรัชญา ลำพองชาติ? ผู้กำกับ ?ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร

คิดว่า ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร ถ่ายทอดแง่คิดและให้อะไรกับคนดูได้บ้าง
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: ผมคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเครื่องมือที่แสดงศีลธรรม เผลอๆมันสามารถเชื่อมโยงความจริงบางอย่างและความเป็นจรรยา ความเป็นศีลธรรมบางอย่างที่คุณอาจจะได้พบเจออาจจะไม่ค่อยได้เห็นมันก็ได้ ผมรู้สึกสนุกกับการที่ได้เล่นในแง่นี้และพยามที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงไปสู่บางสิ่ง ผมมองว่าทำไมต้องตีแผ่ในลักษณะของเรื่องเซ็กส์ ผมคิดว่ามันเป็นพื้นฐานที่ชัดเจนที่สุดที่เราสัมผัสได้ มันเป็นเรื่องสามัญธรรมดาของทุกคน และผมคิดว่าเราสามารถจะ process และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของมันเพื่อจะเชื่อมโยงไปสู่บางสิ่งได้ไหม นั่นคือความท้าทายที่ผมอยากจะใช้มันในภาพยนตร์ การเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์จะเป้นช่วงเวลาที่คุณดูและได้คิดทบทวนกับตัวเองและเรื่องที่เคยผ่านมา อยากน้อยตอนนี้อาจจะไม่เกิดประโยชน์กับตัวคุณแต่ผมคิดว่าภายภาคหน้ามันอาจจะเกิดประโยชน์สำหรับคุณได้บ้างไม่มากก็น้อย

ฝากผลงานโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ น้ำตาลแดง2 เรื่องทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร
ปรัชญา ลำพองชาติ ปรัชญา: อยากให้ลองเข้าไปชมกันนะครับ อยากให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มันเข้าไปอยู่ภายในใจของคุณ บางทีอาจจะช่วยเปลี่ยนทัศนะคติในชีวิตของคุณไปได้เลย ผมหวังว่ามันจะเป็นมากกว่าภาพยนตร์ที่ดูเพื่อคั่นเวลา ฝากโปรเจ็คต์น้ำตาลแดง2 เรื่องทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร ด้วยนะครับ

ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร
ทฤษฎีบนโต๊ะอาหาร