Six To Six เพลงชาติไทย หนึ่งในภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ ชมฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / Six To Six เพลงชาติไทย หนึ่งในภาพยนตร์สั้นเฉลิมพระเกียรติ ชมฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย

“ในหลวงเป็นสัญลัษณ์ที่ดีของความดีที่เป็นอมตะไม่เคยเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม”

คำโปรยจาก “เพลงชาติไทย” (Six to Six) ผลงานจากเจ้าของรางวัลศิลปาธรปีล่าสุด “อาทิตย์ อัสสรัตน์” ที่ฝากผลงานภาพยนตร์ไทยให้ทั่วโลกรู้จักกันมาแล้ว และครั้งนี้เขากลับมาพร้อมผลงานเรื่อง เพลงชาติไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สั้นเรื่อง ร้อยดวงใจให้พ่อ เพื่อถ่ายทอดให้คนดูได้เห็นถึงความสำคัญของในหลวง (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ) และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สำหรับฉายในเทศกาลภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ

Q.ความเป็นมาที่ได้มาทำหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติ
อาทิตย์ – คือปีนี้ผมได้รับรางวัลศิลปาธร แล้วโครงการหนัง ร้อยดวงใจให้พ่อ เนี่ย ทางกระทรวงเค้าเลือกให้คนที่ชนะ 3 คน คือผม คุณนนทรี และคุณพิมพกา ให้มาทำ

Q.ความรู้สึกที่ได้ทำ
อาทิตย์ – รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลศิลปาธร เพราะรางวัลนี้ไม่ได้ให้เพราะว่าผมทำผลงานเรื่องเดียว? ผมมองว่ารางวัลนี้มองการพัฒนาของผลงานตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงปัจจุบัน ก็ดีใจที่ทางกระทรวงเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ

Q.ผลงานต่อไป
อาทิตย์ – หนังต่อไปคือ ไฮโซ เปิดตัวที่เกาหลีและญี่ปุ่นแล้ว และกำลังจะไปร่วมงานที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน แต่ในบ้านเรา อย่างที่เข้าใจว่ามันเป็นหนังนอกกระแส เป็นหนังอินดี้ ก็อยู่ในช่วงการคุยว่าจะเอาเข้าโรงฯเมื่อไหร่ ยังไง

Q.เรื่องราวคร่าว ๆ
อาทิตย์ – ของคนเล็กๆ ในสังคม มี 3 คน คือคนนึงเป็นยาม อีก 2 คนเป็นแม่บ้าน แล้วมันพูดถึงบ่ายวันนึงที่ 3 คนโดนใช้ให้ขึ้นไปเก็บกวาดห้องของเจ้าของอพาร์ตเม้นท์ที่เค้าไม่ได้อยู่แล้ว มันเป็นห้องที่ปิดตาย เป็นห้องสีขาว พวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็มีผ้าปิดไว้กันฝุ่น พวกเค้าก็ขึ้นไปแต่แทนที่จะทำความสะอาดพวกเค้ากลับรู้สึกว่าห้องนี้สบายดี พวกเค้าก็เปิดหน้าต่าง ประตู แล้วก็นั่งกินข้าวกัน เป็นเรื่องสุขทุกข์ธรรมดาของคนหนังที่ผมจะสื่อก็คือว่า จะสื่อจากมุมมองของคนเล็ก ๆ อย่างผมก็เป็นคนเล็ก ๆ คนนึงที่อยู่มา 30 กว่าปีละยังไม่เคยได้เจอในหลวงเลย คือยังไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้า ผมเชื่อว่าคนไทยกว่า 99 % ก็เป็นเหมือนผม แล้วเราจะมีความสัมพันธ์กับประมุขของเราได้ยังไง คือของผม ถึงแม้จะไม่รู้จักท่านในฐานะคนคนหนึ่ง แต่ว่ารู้สึกว่าท่านมีความสำคัญในชีวิตผมและของคนไทยทุกคน ในเชิงสัญลักษณ์มกกว่าว่าท่านเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง แล้วก็จิตภาพของความคิดที่อยู่รอบตัวเราเสมอ ซึ่งเป็นของคนทุกคน เหมือนแสงอาทิตย์หรือว่าลมพัดมาจากข้างนอก หรืออากาศรอบตัวเรา คล้ายเป็นสมอเรือ หรือเสาเข็ม ของประเทศที่ให้ความมั่นคง แล้วก็ให้ความรู้สึกว่ามีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในประเทศเรา อย่างที่เรารู้ ๆ กันว่า 4 ปีที่ผ่านมาประเทศเราแตกแยกกันเยอะ แต่ว่าก็ยังมีสิ่งที่เราศรัทธา ก็คือความสำคัญของสัญลักษณ์นี้ว่ายังเป็นของเราทุกคนอยู่

Q. แนวความคิด
อาทิตย์ – ผมอยากสร้างภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ เพื่อสื่อถึงชีวิตประจำวันของคนธรรมดาในสังคมไทย ที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงาที่ยิ่งใหญ่ และอบอุ่นของพระมหากษัตริย์ไทย สื่อผ่านห้องสีขาวอันว่างเปล่าและอิสระให้เห็นถึงความรัก ความอบอุ่น ความสามัคคีของคนตัวเล็ก ๆ ในสังคมไทย ที่ปัจจุบันเกิดความขัดแย้งอย่างมก หวังว่าผู้ชมภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้คงได้แนวคิดจากภาพดยนตร์เรื่องนี้ และจะได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน และประเทศชาติอันจะก่อให้เกิดควมมรักและความสามัคคีกันสืบต่อไปภายภาคหน้า

Q.ฝากอะไรถึงคนดู
อาทิตย์ – สัญลักษณ์ของในหลวงท่านเป็นของทุกคนเท่ากันหมด อย่างในหนังของผมเรื่องมันเกิดในห้องสีขาว คือถ้าเอาสีทุกสีในโลกมารวมกัน เราจะได้สีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทุกคนเท่ากัน ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยกับคนกลุ่มบางกลุ่มที่ใช้สีสัญลักษณ์นี้ เป็นอาวุธ ที่แบ่งแยกคน หรือว่าเป็นของเรามากกว่าคนอื่น ผมคิดว่าสัญลักษณ์นี้เป็นของทุกคน หรือเป็นของคนทั้งประเทศ

** เช็ครอบฉายที่ SF Cinemacity

******************************************************************************************

“เพลงชาติไทย”
ผู้กำกับ อาทิตย์ อัสสรัตน์
นำแสดง ฐิติรัตน์ ทาแก้ว, จิราวรรณ สายกองคำ, ไกรสอน ไชยนาน

เรื่องย่อ
แก่น น้อย ป้านิด เป็นพนักงานประจำอพาร์ทเมนต์เก่า ๆ แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ แก่นเป็นยามเฝ้าตึก ส่วสนน้อยและป้านิดเป็นแม่บ้านประจำตึกแห่งนี้ ในบ่ายวันหนึ่งผู้จัดการตึกใช้ให้แก่นขึ้นไปทำความสะอาดห้องชั้นบน ซึ่งเป็นห้องของเจ้าของอพาร์ทเมนต์ แต่เจ้าของห้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ห้องจึงถูกปิดตาย ภายในห้องเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาว เพื่อกันเศษฝุ่นและละอองต่าง ๆ จนเหมือนเป็นของสะสมล้ำค่า ที่บ่งบอกถึงยุคสมัยที่ผ่านไปแล้ว

แก่น น้อย ป้านิด ใช้เวลากันทำความสะอาดอยู่ในห้องนี้ นั่งกินส้มตำ ฟังวิทยุ และพูดคุยเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องความสุข ความทุกข์ต่างๆ พวกเขาเปิดหน้าต่าง ลมเย็น ๆ จากด้านนอกโชยเข้ามาข้างในช่วยให้ภายในห้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก

หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ ทั้งหมดก็นอนหลับพักผ่อน ตื่นมาอีกทีก็เกือบหกโมงเย็น ถ้าจะให้บอกเวลาเป๊ะ ๆ ก็คืออีกหกนาทีจะหกโมงเย็น ได้เวลาปิดห้องและกลับลงไปทำงานอื่นต่อด้านล่าง แต่ทั้งหมดก็ยังไม่อยากลงข้างล่าง พวกเขารู้สึกสบายที่ได้นั่งเล่นพักผ่อนอยู่ในห้องโบราณสุดหรูด้านบนสุดของดาดฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ พวกเขารอเวลาจนกระทั่งหกโมงเย็น เสียงเพลงชาติจากด้านนอกอพาร์ทเมนต์ เจืออยู่ในอากาศเบาๆ พอให้ได้ยิน ทั้ง 3 นั่งรอเวลาจนกระทั่งหกโมงตรง ลมบาง ๆ และแสงแดดอุ่นลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง