โปรแกรมภาพยนตร์ ที่ฉายในงาน เทศกาล ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 17 ? 26 ธ.ค. นี้

Home / ข่าวหนัง / โปรแกรมภาพยนตร์ ที่ฉายในงาน เทศกาล ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา 17 ? 26 ธ.ค. นี้

เทศกาล ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

โปรแกรมภาพยนตร์ MOVIES ON THE BEACH เทศกาลหนัง ?ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา? โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา 17 ? 26 ธ.ค. นี้

บัตรเข้าชม ของวันปรกติ กับวัน ศุกร์-เสาร์ ที่มีหนังควบสองเรื่อง ราคาจะต่างกันนะครับ

เทศกาล ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

17 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?คู่กรรม (พ.ศ. 2516) / คู่กรรม (พ.ศ. 2538)

คู่กรรม

จากนิยายรักระหว่างไฟแห่งสงครามมหาเอเชียบูรพา ของสาวไทยและทหารหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมรักจากฝีมือการประพันธ์ของ ?ทมยันตี? ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครทางโทรทัศน์บ่อยที่สุด

และในครั้งนี้จะเป็นการฉายประกบคู่กัน เพื่อให้คนรุ่นเก่าที่คุ้นเคย และคนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันได้เห็นถึงความแตกต่างของช่วงเวลา รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในการสร้างภาพยนตร์ในครั้งนั้น

คู่กรรม ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก โดย จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร ในนาม ?จิรบันเทิงฟิล์ม? กำกับการแสดงโดย สมวงศ์ ทิมบุญธรรม, พร ไพโรจน์ และมิสเตอร์ ติง นำแสดงโดย นาท ภูวนัย, ดวงนภา อรรถพรพิศาล, สายัณห์ จันทรวิบูลย์, มร. หลิงลีจู และนักแสดงสมทบอีกมากมาย ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2516

คู่กรรม

คู่กรรม ซึ่งเป็นครั้งที่สามของการสร้างเป็นภาพยนตร์นี้ เป็นผลงานของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่เปิดตัวธุรกิจด้านภาพยนตร์เป็นครั้งแรก ในนาม ?แกรมมี่ภาพยนตร์? ผลงานการกำกับของ ยุทธนา มุกดาสนิท (เทพธิดาบาร์ 21, น้ำพุ, วิถีคนกล้า ฯลฯ) ซึ่งในครั้งนั้น ได้นำนักร้องหมายเลขหนึ่งของค่ายแกรมมี่ นั่นคือ ?เบิร์ด? ธงไชย แมคอินไตย์ มารับบทเป็น ?โกโบริ? ซึ่งเป็นบทเดียวกันกับที่เคยแสดงในละครทางโทรทัศน์ก่อนหน้าไม่นานนัก พร้อมด้วย อาภาศิริ นิติพน ในบท ?อังศุมาลิน? และยังมีนักแสดงอาวุโส ได้แก่ วิไลวรรณ วัฒนพานิช, สุทิศา พัฒนุช และจิตรกร สุนทรปักษิณ รวมไปถึงการปรากฏตัวครั้งแรกและครั้งเดียวบนจอภาพยนตร์ของ ?ตุ้ย? ธีรภัทร สัจจกุล? ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538

***************************************

18 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?ศึกบางระจัน (พ.ศ. 2509) / บางระจัน (พ.ศ. 2543)

ศึกบางระจัน

จากบันทึกเล็กๆ บนหน้าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับวีกรรมอันหาญกล้าของชาวบ้าน ?บางระจัน? ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 มาเป็นภาพยนตร์แอ๊คชั่นปลุกเร้าเพื่อให้เกิดความรู้สึกหวงแหนแผ่นดิน ซึ่งในงานนี้จะเป็นการฉายประกบคู่กัน เพื่อให้เห็นยุคสมัยของการสร้างภาพยนตร์

ศึกบางระจัน ดัดแปลงจากนิยายอิงประวัติศาสตร์ของ ?ไม้ เมืองเดิม? ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี พ.ศ. 2508 โดย สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ในรูปแบบฟิล์ม 16 ม.ม. พากย์สด ซึ่งเป็นผลงานยุคแรก ๆ ก่อนที่จะได้รับความนิยมจากภาพยนตร์แอ๊คชั่นในยุคต่อมาอย่าง ?เล็บครุฑ?, ?ประกาศิตจางซูเหลียง? , ?เก้ายอด?, ?ตะบันไฟ ตะไลเพลิง?, ?ส้มตำ? ฯลฯ นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี, พิศมัย วิไลศักดิ์, อดุลย์ ดุลยรัตน์, รุจน์ รณภพ, ชุมพร เทพพิทักษ์ และนักแสดงอีกมากมาย? ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2509 ซึ่งภายหลังจากการออกฉาย ทำให้ สมบัติ เมทะนี ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ดารานำชาย ประจำปี พ.ศ. 2508 (ประกาศรางวัลเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นการจัดประกาศรางวัลครั้งสุดท้ายของสมาคมหอการค้าไทย ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2516 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง) และด้วยความสำเร็จในครั้งนั้น ทางผู้สร้างจึงได้นำฟิล์ม 16 ม.ม. ไปขยายเป็นขนาดฟิล์ม 35 ม.ม. เสียงในฟิล์ม

เฉพาะในงานนี้ ท่านจะได้ชมลีลาการพากย์หนังกันสดๆ โดย ?ทีมพากย์ไทยซีน? เพื่อรักษาเอกลักษณ์ตามรูปแบบเดิมเหมือนเมื่อตอนออกฉายครั้งแรก

บางระจัน

บางระจัน ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่สมจริง โดยผู้กำกับ ?ธนิตย์ จิตนุกูล? อำนวยการสร้างโดย ?อังเคิ่ล? อดิเรก วัฏลีลา แห่ง ?ฟิล์มบางกอก? การันตีด้วย 11 รางวัลตุ๊กตาทองรวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี ทำรายได้สูงถึง 135 ล้านบาท และยังประกาศศักดาไปยังต่างแดน จากงานมหกรรมภาพยนตร์เอเชีย แห่งเมืองโดวิลล์ ประเทศฝรั่งเศส นำแสดงโดย วินัย ไกรบุตร, บิณฑ์ บันลือฤทธิ์, จรัญ งามดี, ชุมพร เทพพิทักษ์, บงกช คงมาลัย ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งในปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง ?บางระจัน? กำลังจะมีอายุนับตั้งแต่การฉายครั้งแรกครบ 10 ปี พอดี

***************************************

19 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?อัศวินดาบกายสิทธิ์ (พ.ศ. 2513)

อัศวินดาบกายสิทธิ์

ภาพยนตร์จีนกำลังภายใน ผลงานการแสดงของพระเอกยอดนิยมแห่งยุค มิตร ชัยบัญชา กับการโก อินเตอร์เป็นครั้งแรก ร่วมด้วยดาวร้ายยอดนิยมแห่งยุค เถียนแหย่ และซีเจียง ผลงานการกำกับของ เฉินเลียกปิ่น ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2513 ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในช่วงของความอาลัย ภายหลังจากการมรณกรรมของ มิตร ชัยบัญชา สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้มีการสร้างในลักษณะ 2 รูปแบบ โดยเวอร์ชั่นที่ฉายในประเทศไทย จะมี ?เพชรา เชาวราษฎร์? เป็นนางเอก ขณะที่เวอร์ชั่นต่างประเทศ จะเป็นนักแสดงจากไต้หวัน สำหรับฟิล์มภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเวอร์ชั่นต่างประเทศ เนื่องจากฉบับที่ฉายในไทยนั้น อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ สำหรับในงานนี้ จะเป็นการฉาย พร้อมกับพากย์หนังกันสดๆ โดย ?ทีมพากย์ไทยซีน? ซึ่งในปีนี้ภาพยนตร์เรื่อง ?อัศวินดาบกายสิทธิ์? มีอายุนับตั้งแต่การฉายครั้งแรกครบ 40 ปีพอดี

***************************************

20 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?มะหมา 4 ขาครับ (พ.ศ. 2550)

มะหมา 4 ขาครับ

ภาพยนตร์เบาสมองผลงานการกำกับของ ?พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์? โดยได้แรงบันดาลใจจากพ็อกเก็ตบุ๊คที่ชื่อ ?แก๊งข้างถนน? ของ ภาณุพล พลวรรณภา ซึ่งเป็นหนังสือภาพที่ถ่ายชีวิตของสุนัขข้างถนนที่กำลังข้ามถนน เป็นเรื่องราวของกลุ่มสุนัขที่ต้องใช้ชีวิตไปวันๆ หลังจากชุมชนที่พวกมันเคยอาศัยอยู่เกิดเพลิงไหม้จนชาวบ้านต้องย้ายที่อยู่ไปทั้งหมด ขณะเดียวกันสุนัขหนุ่มตัวหนึ่งที่เพิ่งถูกขับออกจากบ้าน ได้อาสาที่จะพาสุนัขที่เหลือเพื่อข้ามถนนไปยังดินแดนที่เรียกว่า ?สุนัขวดี? แต่การที่จะพาพวกมันไปในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

มาช่วยลุ้นกับบรรดา ?มะหมา? ว่าจะสามารถทำสำเร็จหรือไม่ และนี่คือครั้งแรกของภาพยนตร์ไทยที่นำสัตว์หน้าขนอย่าง ?มะหมา? มานำแสดง โดยให้เสียงเป็นภาษาคนโดย กอล์ฟ พิชญะ (กอล์ฟ-ไมค์), มิว เดอะ สตาร์, เทพ โพธิ์งาม, ซูโม่กิ๊ก, ติ๊ก กลิ่นสี, อ๋อม สกาวใจ, เอ๋ มณีรัตน์ (เพื่อนสนิท) และคริสโตเฟอร์ ไรท์ ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2550

***************************************

21 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?ไอ้ฟัก (พ .ศ. 2547)

ไอ้ฟัก

จากนิยายรางวัลซีไรต์เรื่อง ?คำพิพากษา? ของ ชาติ กอบจิตติ ซึ่งเคยถูกดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มาแล้วครั้งหนึ่ง สำหรับในครั้งนี้ ผู้กำกับ ?พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์? ได้นำมาตีความใหม่ในอีกมุมมองหนึ่งของ ?ฟัก? ผู้ซึ่งต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคมที่ถูกขีดเส้นกลางระหว่างดี ชั่ว หรือถูก ผิด และพฤติกรรมแปลกๆ ?สมทรง? ภรรยาเก่าของพ่อ ที่ไม่มีผู้ใดเข้าใจในความรู้สึกของฟักที่มีต่อเธอเลย และนี่คือภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ท้าทายความสามารถและเป็นที่จดจำของนักแสดง ไม่ว่าจะเป็น เต้ ปิติศักดิ์ เยาวนานนท์ นักแสดงหน้าใหม่ ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลดารานำชายยอดเยี่ยม และ บงกช คงมาลัย (บางระจัน, ขุนแผน) กับบทบาท ?สมทรง? ที่ดูสมจริง ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2547

***************************************

22 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?2499 อันธพาลครองเมือง (พ.ศ. 2540)

2499 อันธพาลครองเมือง

ภาพยนตร์ไทยที่สร้างมาจากบทประพันธ์ ?เส้นทางมาเฟีย? ของ สุริยัน ศักดิ์ไธสง (เปี๊ยก วิสุทธิกษัตริย์) เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับนักเลงอันธพาลวัยรุ่นของกรุงเทพมหานคร ยุคก่อนพุทธศักราช 2500 ซึ่งมีอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ถูกถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์โดย นนทรีย์ นิมิบุตร กับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก โดยก่อนหน้านั้นเคยทำหน้าที่กำกับผลงานภาพยนตร์โฆษณามาก่อน

หลังจากออกฉายเมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2540 ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นที่พูดคุยวิพากษ์วิจารณ์จนเป็นกระแสในสังคมระยะหนึ่ง ถึงเรื่องราวความจริงกับสิ่งที่ขัดกับในภาพยนตร์ อีกทั้งยังเป็นการแจ้งเกิดของนักแสดงหน้าใหม่ ได้แก่ เจษฎาภรณ์ ผลดี, นพชัย มัททวีวงศ์, อรรถพร ธีมากร, ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ, ชาติชาย งามสรรพ์, แชมเปญ เอ็กซ์ เป็นการเปิดศักราชยุคใหม่ให้ภาพยนตร์ไทยอย่างแท้จริง เนื่องด้วยสามารถทำรายได้ถล่มทลายไม่แพ้ภาพยนตร์ต่างประเทศเป็นเรื่องแรกในวงการ ท่ามกลางภาวะความเสื่อมนิยมของภาพยนตร์ไทยที่เต็มไปด้วยหนังวัยรุ่น อีกทั้งเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่สร้างได้ตามมาตรฐานสากล เมื่อครั้งออกไปฉายในงานเทศกาลต่างประเทศ ก็ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงานประกวดภาพยนตร์อิสระที่ประเทศเบลเยี่ยมอีกด้วย

***************************************

23 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?มนต์รักลูกทุ่ง (พ.ศ. 2513)

มนต์รักลูกทุ่ง

สุดยอดภาพยนตร์ที่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้ชมชาวไทย ที่สร้างประวัติการณ์ในการฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ณ โรงภาพยนตร์โคลีเซี่ยม ยมราช โดยมีระยะเวลาทำการฉายนานถึง 6 เดือน และทำรายได้กว่า 7 ล้านบาทในครั้งนั้น และเปิดทางเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวงการภาพยนตร์ไทยจากระบบฟิล์ม 16 ม.ม. พากย์สด มาเป็นระบบฟิล์ม 35 ม.ม. ผลงานการกำกับของ ?รังสี ทัศนพยัคฆ์? นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, พร้อมด้วยนักร้องลูกทุ่งยอดนิยม ได้แก่ ไพรวัลย์ ลูกเพชร, บุปผา สายชล, ศรีไพร ใจพระ และบรรจบ เจริญพร รวมไปถึงนักแสดงอีกคับคั่ง

และนี่คือต้นฉบับที่เป็นชุดประวัติศาสตร์และชุดสุดท้ายที่ผู้กำกับ ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ ได้เก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวในรูปแบบฟิล์ม 16 ม.ม. เสียงในฟิล์ม หลังจากที่พบกับความผิดหวัง เมื่อฟิล์มต้นฉบับเนกาตีฟของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกเผาทำลายที่แมนดาริน แล็บ ประเทศฮ่องกง ก่อนหน้าที่เขาจะเดินทางไปถึง ภายหลังจากการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ?มนต์รักลูกทุ่ง? ครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. 2525 ซึ่งตอนออกฉายในครั้งนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ การกลับมาของ ?มนต์รักลูกทุ่ง? ชุดประวัติศาสตร์จึงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อได้นำมาฉายที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์ เมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยได้นำมาขยายเป็นฟิล์ม 35 ม.ม. พร้อมกับบันทึกเสียงพากย์, ดนตรีประกอบ และเอฟเฟค ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ที่ขาดไม่ได้ก็คือ เพลงประกอบจากภาพยนตร์เรื่องนี้ จำนวน 14 เพลง ซึ่งเพลงในภาพยนตร์ทั้ง 14 เพลงยังเป็นอมตะจวบจนทุกวันนี้

***************************************

24 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?อินทรีทอง (พ.ศ. 2513) / อินทรีแดง (พ.ศ. 2553)

ภาพยนตร์แอ็คชั่น แนวซูเปอร์ฮีโร่แบบไทย ดัดแปลงจากนวนิยายของ ?เศก ดุสิต? ที่เคยได้รับความนิยมมาแล้วในอดีต ได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ซึ่งเป็นต้นแบบของภาพยนตร์ภาคต่อ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้ชมชาวไทย ซึ่งในงานนี้จะเป็นการฉายประกบคู่กัน เพื่อให้เห็นยุคสมัยที่เปลี่ยนไปของการสร้างภาพยนตร์

อินทรีทอง

อินทรีทอง เป็นเรื่องราวของ โรม ฤทธิไกร (มิตร ชัยบัญชา) อินทรีแดงตัวจริงต้องเปลี่ยนมาเป็นอินทรีทอง เนื่องจาก ภูวนาท (ครรชิต ขวัญประชา) ซึ่งเป็นอินทรีแดงตัวปลอมออกมาสร้างความสับสนให้กับบ้านเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องกวาดล้างเหล่าร้ายที่มีนามว่า ?ไผ่แดง? ซึ่งมี บาคิน (อบ บุญติด) เป็นหัวหน้า โดยมี วาสนา (เพชรา เชาวราษฎร์) เป็นผู้ช่วย เมื่ออินทรีทองปราบเหล่าร้ายได้สำเร็จแล้ว วาสนาจะต้องนำเฮลิคอปเตอร์มารับตัว โรม ฤทธิไกร ในชุดอินทรีแดง เพื่อให้เห็นว่า อินทรีแดงตัวจริงยังมีชีวิตอยู่ และในฉากดังกล่าวนี้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน ทำให้ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตทันที เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513

ภาพยนตร์เรื่อง ?อินทรีทอง? นอกจากจะมีนักแสดงชั้นนำ อย่าง มิตร ชัยบัญชา, เพชรา เชาวราษฎร์, ครรชิต ขวัญประชา แล้ว ยังเป็นผลงานการกำกับครั้งแรกและครั้งเดียวของ มิตร ชัยบัญชาด้วย เข้าฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา หลังจากที่ มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตประมาณ 1 เดือน สำหรับฟิล์มภาพยนตร์ชุดนี้ถือเป็นชุดประวัติศาสตร์ เนื่องจากฟิล์มเนกาตีฟต้นฉบับได้สูญหายไปแล้ว การกลับมาของ ?อินทรีทอง? ชุดประวัติศาสตร์จึงเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อได้นำมาฉายที่โรงภาพยนตร์แอมบาสเดอร์ เมื่อปี พ.ศ. 2534 ก่อนที่จะนำมาจัดพิมพ์ฟิล์ม 35 ม.ม. ขึ้นใหม่ อีก 2 ชุด ชุดแรกเป็นการพิมพ์จากฟิล์มเดิม ส่วนอีกชุดหนึ่ง ได้บันทึกเสียงพากย์, ดนตรีประกอบ และเอฟเฟค ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

อินทรีแดง

อินทรีแดง ฉบับ พ.ศ. 2553 ถูกตีความใหม่โดยผู้กำกับ วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง (ฟ้าทะลายโจร, หมานคร, เปนชู้กับผี) ให้เป็นโลกอนาคตของปี ค.ศ. 2016 เมื่อกรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยความวุ่นวาย โจรผู้ร้ายชุกชุม มีการคอรัปชั่นของนักการเมืองและกระจายวงกว้างเกินกว่าจะควบคุมได้ โครงการอาวุธนิวเคลียร์ร้ายแรงกำลังจะเกิดขึ้น ท่ามกลางสภาพความเสื่อมโทรมของสังคม ประเทศชาติ ได้เกิด วีรบุรุษลึกลับที่ตามล่ากวาดล้างคนชั่ว เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ทุกครั้งที่ฆ่าคนชั่วสำเร็จ มีเพียงนามบัตรใบเดียวที่ทิ้งไว้ ภายใต้ชื่อ ?อินทรีแดง? เท่านั้น ขณะเดียวกัน อินทรีแดงก็ต้องเผชิญหน้ากับ ?ปีศาจดำ? นักฆ่ามือหนึ่งที่เหล่าคนชั่วส่งมาตามล่าเขาเช่นกัน

อินทรีแดง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ญารินดา บุนนาค, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, พรวุฒิ สารสิน ออกฉายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

***************************************

25 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?หลวงตา 3 ตอน สีกาข้างวัด (พ.ศ. 2534) / หลวงพี่เท่ง (พ.ศ. 2548)

หลวงตา 3 ตอน สีกาข้างวัด

หลวงตา 3 ตอน สีกาข้างวัด ภาพยนตร์ภาคต่อ หลังจากที่ประสบความสำเร็จมาแล้วไม่ว่าจะเป็น หลวงตา (ซึ่งเรื่องนี้ ?ล้อต๊อก? ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สาขาดารานำชายยอดเยี่ยม), หลวงตา 2 และหลวงตาน้อย ธุดงค์ชายแดน ภาคนี้ ผู้กำกับ ?เพิ่มพล เชยอรุณ? ได้แรงบันดาลใจมาจากข่าวยอดนิยมซึ่งสะเทือนต่อวงการพระสงฆ์ในขณะนั้น จนทำให้คณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาภาพยนตร์ต้องนั่งชมกันหลายรอบ ก่อนที่จะมีมติอนุญาตให้ฉายได้ นอกจากนี้ยังเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของผู้กำกับ ?เพิ่มพล เชยอรุณ? ก่อนที่จะจบชีวิตหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายได้ไม่นาน นำแสดงโดย ล้อต๊อก ในบทบาท ?หลวงตา? และเกียรติ กิจเจริญ (ซูโม่กิ๊ก)

หลวงพี่เท่ง

หลวงพี่เท่ง เป็นภาพยนตร์เบาสมองครื้นเครงแฝงด้วยธรรมะ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการเทศน์และคำสอนของพระพิศาลธรรมวาที หรือพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว ผลงานการกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกของนักแสดงตลก โน้ต เชิญยิ้ม นำแสดงโดย เท่ง เถิดเทิง (นักแสดงตลกจากคณะแก๊งสามช่า), สราวุฒิ พุ่มทอง, สาวิกา ไชยเดช, สมชาย ศักดิกุล ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2548 สามารถทำรายได้สูงสุดแห่งปี ของ ?พระนครฟิลม์? ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ?ผีหัวขาด? ซึ่งออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2545

***************************************

26 ธันวาคม พ.ศ. 2553?? ?ข้างหลังภาพ (พ.ศ. 2544)

ข้างหลังภาพ

ข้างหลังภาพ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากบทประพันธ์สุดคลาสสิคของ ?ศรีบูรพา? เล่าเรื่องราวความรักต่างวัยระหว่าง คุณหญิงกีรติ ผู้สูงศักดิ์ ซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับชีวิตสมรสที่ปราศจากรักแท้มาเป็นเวลานาน กับ นพพร ชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าเธอนับสิบปี ทั้งคู่มีโอกาสได้พบกันและก่อเกิดเป็นความรัก ความเข้าใจ ภายใต้บรรยากาศอันแสนโรแมนติกของประเทศญี่ปุ่น แต่ด้วยความที่ไม่ต้องการที่จะหยามเกียรติของสามี และรวมถึงชื่อเสียงอันดีงามของวงศ์ตระกูล คุณหญิงกีรติจึงต้องปฏิเสธความต้องการของหัวใจโดยเก็บงำความรู้สึกที่ดีนั้นไว้เพียงแต่ลำพัง จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการสร้างครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเป็นของผู้กำกับ เปี๊ยก โปสเตอร์ ส่วนครั้งที่สองนี้เป็นผลงานการกำกับเรื่องสุดท้ายของ เชิด ทรงศรี (โนห์รา, ลำพู, พ่อปลาไหล, พ่อไก่แจ้, แผลเก่า, เลือดสุพรรณ, พลอยทะเล, ทวิภพ, อำแดงเหมือนกับนายริด ฯลฯ) ก่อนที่จะเสียชีวิตในอีก 5 ปีต่อมา นำแสดงโดย คารา พลสิทธิ์, ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เข้าฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2544

***************************************

ดูรายละเอียดงาน คลิกที่ภาพด้านล่างเลยครับ

เทศกาลหนัง ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา