เผาหนังเรต “ห” ประท้วง วงเสวนาชี้รัฐนำระบบ “เรตติ้ง” ผสม “เซ็นเซอร์” ระบุหนังไม่มีหน้าที่สอนศีลธรรม

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / เผาหนังเรต “ห” ประท้วง วงเสวนาชี้รัฐนำระบบ “เรตติ้ง” ผสม “เซ็นเซอร์” ระบุหนังไม่มีหน้าที่สอนศีลธรรม

ภายหลังจากภาพยนตร์ไทยเรื่อง “Insects in the Backyard” ถูกคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กระทรวงวัฒนธรรม ออกคำสั่งห้ามฉาย ทั้ง ๆ ที่นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ได้ขอจัดเรตภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงสองครั้ง แต่ผลการพิจารณาทั้งสองรอบกลับปรากฏว่า คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ได้ให้เรต “ห้ามฉาย” แก่หนังเรื่องนี้

เมื่อเวลา 14.15 น. นายทรงยศ สุขมากอนันต์ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย ได้เป็นประธานในงานฌาปนกิจศพภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard พร้อมด้วยนายธัญญ์วาริน โดยมีบุคลในแวดวงการภาพยนตร์พร้อมใจกันแต่งชุดดำเข้าร่วมงาน หลังจากผู้จัดงานได้รับจดหมายจากทางกรมส่งเสริมวัฒนธรรม แจ้งเตือนความผิดฐานจัดฉายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จากเดิมจะมีการจัดฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนการจัดเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์กับรัฐธรรมนูญไทย” ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ถนนพุทธมณฑลสาย 5

นายธัญญ์วาริน กล่าวไว้อาลัยว่า ใช้เวลาสร้าง ภาพยนตร์เรื่องนี้มา 2 ปี และมีความสุขกับมันมา ก็แค่หนังเรื่องหนึ่งที่เรามีความบริสุทธิ์ใจที่จะนำเสนอแล้วมาโดนกระทืบตาย ต้องมานั่งเผากันแบบนี้ เมื่อวานเพิ่งคุยกันขำ ๆ ว่าโดนไม่ให้ฉาย แต่วันนี้ก็เสียใจจริง ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้จัดงานได้ใช้ทำพิธีฌาปนกิจศพภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยการเผาดีวีดี หลังจากให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมกันถือรูปตัวอย่างภาพยนตร์ แห่ดีวีดีรอบเชิงตะกอน และวางดอกไม้จันทน์แสดงความไว้อาลัย

อย่างไรก็ตาม นายธัญญ์วาริน กล่าวภายหลังว่า ไม่คิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้ฉายมาก่อน แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ระหว่างการขออุทธรณ์ ซึ่งจะได้คำตอบภายในวันที่ 24 ธ.ค. ซึ่งตนเองยังหวังว่าอาจได้ของขวัญคริสต์มาสจากการได้รับอนุญาตให้ฉายหนังเรื่องนี้ก็เป็นได้

จากนั้น เมื่อเวลา 15.00 น. ได้มีเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง “พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์กับรัฐธรรมนูญไทย” โดยนายเจษฎา อนุจารี อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน สภาทนายความ นางสาวสาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมเป็นวิทยากร และดำเนินรายการโดย นายก้อง ฤทธิ์ดี สื่อมวลชนจากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

นางสาวสาวตรี กล่าวว่า ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ฉาย เกิดจากความสับสนของการนำระบบการจัดเรตติ้งมาผสมกับระบบเซนเซอร์ จึงเกิดเรต 7 (ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร) อย่างไรก็ตาม คิดว่าภาพยนตร์ไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะนำเสนอเรื่องจริง อาจเป็นจินตนาการของผู้สร้างหนังเอง ซึ่งต่างจากการนำเสนอของสื่ออื่น

“ภาพยนตร์ไม่ได้ถูกคาดหวังให้สอนศีลธรรม อันดีแก่ประชาชน ไม่เหมือนสื่ออื่นที่ต้องสะท้อนข้อเท็จจริง การสอนศีลธรรมเป็นหน้าที่ของบิดามารดาที่ต้องสอนบุตรหลานเอง” อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มธ.กล่าว

นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า รัฐอำนาจนิยมกลัวคนที่อยู่ร่วมกันแล้วอาจเกิดแรงบันดาลใจบางอย่าง กลัวว่าอาจแชร์ความรู้แล้วไปทำอะไรสักอย่าง ซึ่งอาจเป็นการคิดไปเอง

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเปลี่ยนผ่านและการปะทะทางความคิดของสังคม มุมหนึ่งเหมือนถอยหลังอีกมุมก็ต้านกลับ ก็จะมีคนได้รับผลกระทบ หนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางออกคือ สร้างการเรียนรู้และสร้างจุดกึ่งกลาง ด้วยการต่อรองเจรจาว่าเราอยู่ในสังคมเดียวกัน นอกจากนี้ก็เห็นด้วยกับการแก้ไขสัดส่วนและคุณสมบัติของคณะกรรมการเซ็นเซอร์” นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน แสดงความเห็น

นางสาวสุภิญญากล่าวอีกว่า คงต้องมีการเรียกร้องให้ ยกเลิกเรต “ห้ามฉาย” ออกไป หรือ ต่อสู้ให้ระบบการพิจารณาเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน และให้มีคณะกรรมการอิสระขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่พิจารณาภาพยนตร์ แทนที่จะเป็นตัวแทนรัฐแบบที่เป็นอยู่ และคงต้องต้องใช้เวลาผลักดันอย่างน้อย 5-10 ปี

ที่มา? มติชน
อ่านเพิ่มเติม poppaganda