“โยจิ ยามาดะ” กับผลงานรีเมคสุดคลาสสิค “Tokyo Story”

Home / ข่าวหนัง, หนังเอเชีย / “โยจิ ยามาดะ” กับผลงานรีเมคสุดคลาสสิค “Tokyo Story”

“โยจิ ยามาดะ” ผู้กำกับดังวัย 79 ปี เตรียมหยิบเอาหนังคลาสสิคของญี่ปุ่นในปี 1953 “Tokyo Story” ของผู้กำกับผู้ยิ่งใหญ่ “ยาสุจิโร โอสุ” กลับมาสร้างใหม่ ในแบบมุมมองของตนเอง

Tokyo Story ฉบับปี 1953

ผู้กำกับขวัญใจชาวญี่ปุ่น “โยจิ ยามาดะ” เจ้าของหนังชุด “โทร่าซัง” และไตรภาคซามูไร (Twilight Samurai, The Hidden Blade และ Love and Honor) ได้เปิดเผยถึงผลงานชิ้นใหม่ของเขาออกมาแล้ว กับการนำเอาหนังคลาสสิค “Tokyo Story” ของผู้กำกับระดับตำนานของชาวญี่ปุ่น “ยาสุจิโร โอสุ” (1903 – 1963) กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง

ซึ่งหนังเรื่องนี้จะเริ่มถ่ายทำกันในปี 2011 ซึ่งเป็นวาระครอบรอบ 50 ปี ในการเป็นผู้กำกับของยามาดะด้วย หลังจากมีผลงานเรื่องแรก “Nikai no Tanin” ในปี 1961

โยจิ ยามาดะ

ที่ผ่านมา “Tokyo Story” เคยถูกนำกลับมาสร้างใหม่หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีฉบับใดสามารถเทียบเคียงกับงานต้นฉบับที่ออกฉายเมื่อปี 1953 ได้เลย

หนังในฉบับเดิมมี “จิซึ เรียว” , “จิเอโกะ ฮิกาชิยาม่า” และ “เซ็ตซึโกะ ฮาระ” นำแสดง เป็นเรื่องของชายและหญิงชราที่เดินทางจากบ้านนอกเข้าสู่กรุงโตเกียว เพื่อเยี่ยมเยือนลูกหลาน แต่พวกเขากลับยุ่งวุ่นวายกับชีวิตของตัวเองในเมืองหลวง จนไม่สนใจใยดีในการมาเยือนของทั้งสองท่าน มีเพียงลูกสะใภ้คนโตเท่านั้น ที่เห็นอกเห็นใจในตัวของทั้งคู่ และอาสาพาพ่อและแม่สามีเที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น

โดยในฉบับของ “ยามาดะ” เรื่องราวจะเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ที่มีฉากและเหตุการณ์แตกต่างจากในต้นฉบับ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของชาวญี่ปุ่นหลังสงคราม โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ของสองผู้เฒ่า กับลูกสะใภ้ที่ยังครองตัวเป็นม่าย แม้สามีของเธอจะเสียชีวิตไปในสงครามหลายปีแล้วก็ตาม

Tokyo Story ถูกวางโปรแกรมไว้ในปี 2012 โดยผู้กำกับวัย 79 ปี ที่มีผลงานมาแล้วกว่า 70 เรื่องตั้งใจจะเปิดกล้องและถ่ายทำหนังในเดือน เม.ย. ถึง มิ.ย.

และนอกจากหนังเรื่องนี้แล้ว “โยจิ ยามาดะ” ยังจะดูแลการสร้าง “Tokyo Story” ฉบับละครเวทีที่จะเปิดฉากแสดงในปีหน้า ณ โรงละครมิตซึโกชิด้วย นับเป็นบทภาพยนตร์ของ ยาสุจิโร โอสุ เรื่องที่สองแล้วที่ ยามาดะ นำมาดัดแปลงเป็นละครเวที ภายหลังจากเคยกำกับละครเรื่อง Early Summer ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

มาดูตัวอย่างภาพยนตร์สุดคลาสสิค ปี 1953 เรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า

ที่มา : ผู้จัดการ