ไปดูหนังกลางแปลง ที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา

Home / ข่าวหนัง / ไปดูหนังกลางแปลง ที่โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา

หนังกลางแปลง

เพิ่งกลับจากดูหนังในเทศกาล “หนังกลางแปลง” ที่ริมน้ำ ในโรงแรมแม่น้ำ (เจริญกรุง 72/4) หรือ โรงแรมรามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ (Ramada Plaza Menam Riverside Hotel) จัดโดยโรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา, ไทยซีนดอทคอม, เอ็มไทย และ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกัน โดยมีการจัดฉายหนังไทยย้อนยุค เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 ? วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ในเวลา 19.30 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในหนังไทยคลาสสิค ได้มีโอกาสมาย้อนระลึกถึงความหลัง และเพื่อเปิดให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสศึกษาวิวัฒนาการทางด้านอุตสาหกรรมหนังไทย และศึกษาวัฒนธรรมในอดีต? บัตรจำหน่ายในราคาใบละ 350 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 290 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม? ยกเว้นวันศุกร์ และวันเสาร์ที่มีการฉายหนังควบ 2 เรื่อง บัตรราคาใบละ? 450 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 390 บาทสำหรับเด็ก รวมอาหารว่าง และเครื่องดื่ม รายได้ส่วนหนึ่งจะสมทบทุนมูลนิธิหนังไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ? โดย ในทุกวันศุกร์ และวันเสาร์จะมีการฉายหนัง 2 เรื่องควบ พร้อมกับทีมนักพากย์สดในวันเสารที่ 18 ธ.ค.เรื่อง ศึกบางระจัน (2509) และ วันอาทิตย์ที่ 19 ธ.ค.เรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513)

ซึ่งงานนี้ผู้จัดใช้ชื่อว่า? เทศกาล “ชมภาพยนตร์ไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา” หรือ Movie on the Beach? ด้วยการเนรมิตรพื้นที่ และบรรยากาศบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็นประหนึ่งชายหาดริมทะเล โดยการเททราย วางเก้าอี้ชายหาดคู่กัน และ มีโต็ะกลางไว้วางอาหารเครื่องดื่ม เพื่อให้นอนดูหนัง ชมดาว รับลมริมแม่น้ำ ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และอารมณ์.. นอนดู..และ ดื่มกินอยู่ริมน้ำ

ไปดูมาแล้ว ชอบมาก เป็นหนังดี..ที่หาดูได้ยาก กับการนอนดูบนเตียงชายหาด… สบาย ๆ บรรยากาศดีมาก..เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย… ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อากาศดีมากๆ..ท่ามกลางลมเย็นแห่งสายลมหนาว… เท้าเกลี่ยพื้นทราย

เมื่อเห็นตารางการฉายหนัง …จึงเลือกที่จะดูในวันที่สองของการฉาย โดยชวนเพื่อนชาวไทย 1 คน และ ชาวต่างชาติ 2 คน (หญิงสาวชาวฟิลิปินส์ 1 คน และ หนุ่มจากจีนแผ่นดินใหญ่ 1 คน + หนุ่มจากดินแดนศรีสัชชนาลัยอีก 1 คน) ไปดูหนังไทยย้อนยุคพร้อมกับการพากษ์สดในวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่จัดฉายหนัง 2 เรื่อง คือ ศึกบางระจัน (2509) และ ศึกบางระจัน (2543) โดยเฉพาะเรื่อง ศึกบางระจัน (2509)นั้น เป็นการพากย์สด โดยทีมนักพากษ์ 4 คน อันประกอบด้วย นักพากษ์หญิง 2 คน และ ชาย 2 คน ซึ่งเป็นที่สนใจของเพื่อนทั้งชาวไทย และ ชาวต่างชาติอย่างมาก เนื่องจากทั้งหมดยังไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศ “หนังกลางแปลง” แบบไทยๆ ที่พากษ์กันสดๆมาก่อนเลย ….

เรานัดรวมพลกันที่หน้าโรบินสันบางรักในเวลา 19.00น. ก่อนที่จะเดินทางไปยังจุดหมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของงานในบริเวณเทอเรสริมแม่น้ำเจ้าพระยา… ที่หน้างานจะมีโต๊ะจำหน่ายดีวีดี ภาพยนตร์เก่า ๆ มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ก่อนถึงโต๊ะจำหน่ายบัตร ที่ตั้งอยู่หน้างานเหมือนผ่านประตูทางเข้าไปดูหนังในอดีต(ที่มีโต๊ะขายตั๋ว)

เมื่อเข้าไปในงาน จะได้พบกับพื้นที่ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็น ลานอาหาร และถัดไปเป็น ลานทราย ซึ่งเป็นส่วนของหนังกลางแปลง …ส่วนที่เป็นลานอาหาร บรรยากาศคล้ายลานเบียร์ มีซุ้มอาหาร 4 ซุ้มคือ ส้มตำ ข้าวเหนียว และ ยำต่างๆ , ข้าวโพดคั่ว มันฝรั่งทอด ไส้กรอกลูกวัว แหนมปลาทอด , ข้าวหมกไก่ แกงแพะ ไก่ย่าง + ข้าวเหนียว ไก่ทันโดริ + โรตี กุ้งพันอ้อย และ เครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร น้ำอัดลม น้ำเปล่า และเบียร์? และ พื้นที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้สีเหลืองอร่ามให้เลือกนั่งดื่มกินตามอัธยาศัย หรือ จะสั่งอาหารไปนั่ง-นอนกินบนเก้าอี้ชายหาดไปพลาง ดูหนังไปพลางก้อไม่ว่ากัน …

ถัดจากลานอาหารก่อนถึงลานทราย มีซุ้มของนักพากษ์ทั้ง 4 ให้ได้นั่งพากษ์สดหน้าจอใกล้กับซุ้มที่จัดตั้งเครื่องฉายหนัง 35 ม.ม. ก่อนที่จะเป็นพื้นลานทรายที่จัดวางเตียงชายหาดเป็นคู่ หน้าจอหนังกลางแปลงขนาดใหญ่

ด้วยความหิว ชาวคณะเลือกที่จะสั่งอาหารก่อนที่จะไปนอนดูหนัง ตามเมนูที่กำหนด (เลือกได้ 2 อย่างต่อคน เป็นอาหารว่าง 1 อย่าง + น้ำดื่ม) คือ ไก่ทันโดริ กับ โรตี , ข้าวหมกไก่ , ยำรวมมิตรทะเล และ แกงแพะ ที่ได้รับการทักทวงด้วยความเป็นห่วงจากพนักงานของโรงแรมว่า รสจัด อาจจะกินไม่ได้ ลองพิจารณาเลือกอาหารจานอื่นดีมั้ย ?..แต่สายไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนสาวชาวฟิลิบปินส์ของเรา เธอยืนยันเสียงแข็งว่า อยากลิ้มลอง เล่นเอาเราไม่กล้าขัดใจต้องรีบชี้แจงกลับไปว่า สาวเจ้าเป็นชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบสุดๆจ้า…. เหอ เหอ? เป็นไงเป็นกัน! แล้วตามด้วยเครื่องดื่ม คือ น้ำสมุนไพร – น้ำมะตูม น้ำเปล่า และ เบียร์สำหรับชายหนุ่มทั้งสองที่ต้องจ่ายเอง เพราะอยู่นอกเหนือจากเมนูที่ผู้จัดงานกำหนดไว้??? ในระหว่างที่รออาหารมาเสริฟ์ ทุกคนเลือกที่จะมานอน(รอ)ดูหนังบน เก้าอี้ชายหาดที่ติดกับรั้วริมน้ำเจ้าพระยา ที่มีการตามไฟด้วยการจุดตะเกียงน้ำมันไว้บนโต๊ะกลางเล็กๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มสีสันให้กับบรรยากาศมากขึ้น

และในขณะที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารรสเด็ด โดยเฉพาะยำรวมมิตรทะเล ที่มีปลา-กุ้งสด และ หอยแมลงภู่ตัวโตๆรสแซ่บ ที่ต้องแอบซู้ดปากในความเผ็ดร้อนเมื่อตกลงถึงท้อง ก็ให้มีคำถามจากหนุ่มไทยว่า คนไหนคือ สมบัติ เมทะนี ? … คนที่ผูกผ้าพันคอแดงนั่นไง เพื่อนสาวชาวฟิลิปินส์ตอบทันควัน พร้อมคำอธิบายว่า เธอรู้ว่าสมบัติ เมทะนี คือ ซุปเปอร์สตาร์อันดับสองของไทย รองจากมิตร ชัยบัญชาผู้ล่วงลับในขณะกำลังแสดงหนัง อินทรีทอง ในปี 2513….? หุ หุ เล่นเอาเราอึ้งไปเลยทีเดียว เพราะคาดไม่ถึงว่า คนที่สามารถแยกแยะได้ว่า ใครคือ สมบัติ เมทะนี (ตอนวัยหนุ่ม) ท่ามกลางชายหนุ่มหลายสิบคนในฉากการสู้รบในหนังศึกบางระจัน เมื่อปี 2509 นั้น หาใช่คนไทยไม่ ! ! !

หนังมีการขาดตอนเป็นช่วงๆ ด้วยคุณภาพของฟิล์ม ซึ่งผู้ดูเข้าใจได้ และ เต็มใจที่จะนอนรอด้วยการหันมานอนนับดาว พูดคุย หรือ ลุกขึ้นมายืนยืดเส้นยืดสายแทน
หลังจากหนังเรื่องแรกจบ มีเสียงปรบมือดังขึ้นแทนคำขอบคุณทีมพากษ์สดทั้ง 4 พร้อมกับการแยกย้ายกลับของผู้ชมบางส่วนที่ไม่ประสงค์จะอยู่ดูเรื่องที่ 2 ต่อ รวมถึงเพื่อนทั้ง 3 ที่ขอลากลับพร้อมกับคำบอกเล่า และขอตารางฉายหนังจากเพื่อนชาวต่างชาติทั้งสองว่า เคยดูหนังกลางแปลงที่อเมริกาโดยการขับรถเข้าไปจอดกลางลานแล้วนั่งดูในรถ ที่เรียกว่า Drive in ซึ่งไม่ได้บรรยากาศของงานแบบนี้ ดังนั้น.. จะกลับมาดูอีกครั้ง ! !

เมื่อหนังเรื่องที่สองฉายต่อจากเรื่องแรกได้ประมาณ 30 นาที ก็ปรากฎว่า หนังขาด (ซึ่งก็คือ ฟิล์มขาดนั่นเอง) เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ต้องยุติการฉายกลางคัน แล้วรีบถอดฟิล์มออกมากรอใหม่ ด้วยเครื่องกรอฟิล์มด้วยมือ พร้อมกับมีเสียงร้องของผู้ชมคนหนึ่งว่า นี่แหละ.. บรรยากาศของหนังกลางแปลงแท้ๆ ที่ดูไป ขาดไป ….อย่างนี้ มันน่าเอาอ้อยควั่น ปลาหมึกย่าง หรือ สายไหมมาขาย เนอะ ! ! ….ซึ่งทำให้เราอดอมยิ้ม และ เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นไม่ได้ เพราะนี่คือเสน่ห์ของหนังกลางแปลง.. เป็นกลิ่นอายของบรรยากาศของหนัง (กลางแปลง) ในอดีตที่ให้ผู้ชมดูไป บ่นไป และอาจจะรวมถึงเสียงเฮ หรือเสียงโห่…เมื่อต้องรอการซ่อมฟิล์มหนังที่อาจจะขาดเช่นในวันนี้กับศึกบางระจัน (2543) หรือ ฟิล์มหนังไหม้ เช่นเมื่อวานที่ฉายคู่กรรม

หลายคน(หรือทุกคน) ถูกอกถูกใจ และ พอใจกับบรรยากาศการนอนดูหนังกลางแปลงเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวริมน้ำเจ้าพระยา? แต่ก็อดสะท้อนใจกับจำนวนของผู้ดูที่เบาบางไม่ได้ว่า เป็นเพราะข้ออ่อนของการประชาสัมพันธ์ หรือเป้าหมายของงานที่ไม่สามารถลงลึกถึงกลุ่มเป้าหมายได้

ในขณะที่หนัง และ บรรยากาศของงานกลับเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องภาษา ทำอย่างไร ที่เราจะสามารถให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมหนังไทย และ อนุรักษ์วัฒนธรรมในอดีตเอาไว้ให้ได้ศึกษา หรือ สามารถเผยแพร่แก่ชาวต่างชาติได้ชื่นชมเช่นกัน

คำตอบคือ การจัดงานที่เปิดกว้าง + การประชาสัมพันธ์ที่ดี…จะทำให้ได้รับการตอบสนองจากผู้ชม หรือ กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งด้วยตัวของหนังเอง และ ราคาบัตรก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน? ด้วยสนนราคาของบัตรเข้าร่วมงานอาจจะไม่แพงสำหรับลูกค้าของโรงแรม หรือ ชาวต่างชาติ แต่สำหรับผู้ที่สนใจทั่วไป หรืออนุชนคนรุ่นใหม่นั้น มันเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลยที่เดียว อีกทั้งความน่าสนใจของหนัง ก็จะเป็นแรงดึงดูดที่ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ชมให้มีมากขึ้นอีกด้วย

และ ในวันนี้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีสายลมหนาวมาเยือน… แต่หากในทางกลับกัน ถ้าไม่มีลมหนาวเช่นในวันนี้ บรรยากาศของงานจะเป็นเช่นไร ? เมื่อลมสงบนิ่ง ริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่แตกต่างจากพื้นที่ริมน้ำอื่นๆในประเทศไทย ที่มักจะมียุงมาเยี่ยมเยือนให้ขุ่นเคืองใจ เนื่องจากยุงหน้าหนาวกัดเจ็บ และ ตัวโต และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เราคงได้เห็นบทบาทของสมุนไพรในการใช้ไล่ยุง ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาในวิถีชีวิตแบบไทยๆ

ยังอยากเห็นเทศกาล ดูหนังกลางแปลง หรือ Movie on the Beach จัดขึ้นอีกในปีต่อไป จึงขอเป็นกำลังใจให้แก่ผู้จัดงาน และ เชื่อว่าข้ออ่อนของการจัดงานในปีนี้ซึ่งเป็นปีแรก จะได้รับการแก้ไข และ ปรับปรุงให้ดีขึ้นในปีต่อไป

หลายคนอาจเคยดูหนังที่นำมาฉายมาบ้างแล้ว แต่บรรยากาศน่ะ หาไม่ได้อีกแล้ว ..ต่างหาก ! ! แนะนำ.. สำหรับผู้ที่รักหนัง ผู้ที่รักธรรมชาติและสายลม(ในหน้า)หนาว หรือ ผู้ที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสบายๆแบบกันเอง.. โดยไม่ต้องหยุดงาน หรือ เดินทางไกลไปต่างจังหวัด

ป.ล. ขอย้ำ..ในบรรยากาศนอนดูหนังไทยย้อนยุค ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเท้าเกลี่ยทราย ท่ามกลางสายลมหนาวนั้น คงจะต้องดูระดับอุณหภูมิในแต่ละวันประกอบไปด้วย ดังนั้น สำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน ในวันที่มีอากาศหนาวขอให้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม โดยเฉพาะหมวก และ ขอให้เตรียมตั้งรับกับยุง ในวันที่มีอากาศปกติ? หุย.. ฮา !

ลอมฟาง