2011 อาร์เอสขึ้นแท่นเบอร์ 1 ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค ตั้งเป้ารายได้ 3,100 ล้านบาท

Home / ข่าวหนัง / 2011 อาร์เอสขึ้นแท่นเบอร์ 1 ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค ตั้งเป้ารายได้ 3,100 ล้านบาท

?อาร์เอส? เผยแผนธุรกิจปี 2011 มุ่งสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผนวกช่องทางการขายให้สอดรับกับยุคดิจิตอล เสริมทัพด้วยการเร่งพัฒนาองค์กร ผ่าทางตันการตลาดแบบเดิมๆ พร้อมก้าวขึ้นสู่ เบอร์ 1 ด้านดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค ควบคู่กับการรุกสายงานที่มีแววรุ่ง ประเมินการเติบโตประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ คาดการณ์ปีนี้ทำรายได้ 3,100 ล้านบาท ถึงแม้จะไม่มีโปรเจ็คกีฬาระดับโลกช่วยหนุน แต่ธุรกิจที่เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญยังเดินหน้าต่อเนื่องอย่างแข็งแรง

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ? นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่าทิศทางการดำเนินงานในปี 2011 นั้นบริษัทมุ่งสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ควบคู่กับการรุกธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตและมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมกับกลุ่มธุรกิจทั้งหมดในเครืออาร์เอส ให้เดินหน้าไปพร้อมๆกันทั้งกลุ่ม Entertainment? Content Provider และ กลุ่ม Media Service ภายใต้กลยุทธ์ FIRST อันได้แก่ F = FIT หมายถึง ความกระชับ เหมาะสม พอดี คุ้มค่า และมีความพร้อมอยู่เสมอ , I = Innovation หมายถึง ความคิดในเชิงนวัตกรรม การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่หยุดอยู่กับที่ , R = R&D หมายถึง การใช้ข้อมูลข่าวสารมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการทำงาน , S = SPEED หมายถึง ความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขัน ท้ายสุด T= TEAM หมายถึง การทำงานเป็นทีม การประสานสัมพันธ์ของหน่วยงานและพนักงานในทุกส่วนร่วมกัน ซึ่งจะใช้ยึดเป็นแนวทางในการเดินหน้าธุรกิจทั้งหมดของอาร์เอส ในปี 2011 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานและก้าวสู่การเป็น ผู้นำด้านดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค ของเมืองไทย โดยตั้งเป้าไว้ว่า ปี 2011 บริษัทจะมีรายได้รวม 3,100 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจคอนเทนต์ 60% และมาจากธุรกิจมีเดียอีก 40%

สำหรับการดำเนินธุรกิจของอาร์เอสในปี 2011 บริษัทยังคงเน้นการผนวกคอนเทนต์บันเทิงรวมกับสื่อทุกประเภทที่มีอยู่ในมือเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อส่งต่อเป็นนโยบายให้กับธุรกิจย่อยในเครืออาร์เอส ได้ดำเนินงานภายใต้นโยบายของบริษัทแม่ด้วยความรัดกุม อีกทั้งยังสร้างสรรค์โครงสร้างธุรกิจใหม่ ให้กับธุรกิจเพลงในยุคดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ (Fully Digital Music) รวมถึงต่อยอดธุรกิจเดิมที่มีความแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโตอย่าง? ธุรกิจวิทยุ และ? ธุรกิจโมเดิร์นเทรด พร้อมปรับตัวเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจบรอดคาสติ้งอย่างเต็มตัว กับธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียมที่เป็นดาวรุ่งในปีนี้ คู่ขนานกับการพัฒนาและสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดร่วมกับลูกค้า ผ่านหน่วยงานบริหารลูกค้าองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

ถึงแม้ว่าในปีนี้อาร์เอสจะไม่มีโปรเจ็คพิเศษอย่างฟุตบอลโลก แต่เชื่อว่าบริษัทจะสามารถเดินหน้าและผลักดันธุรกิจทั้งหมดในเครือ ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตัวขับเคลื่อนสำคัญของปี 2011 ก็คือ ธุรกิจเพลงและดิจิตอล (Music & Digital) ภายใต้แนวคิด ฟูลลี่ดิจิตอลมิวสิค (Fully Digital Music) ที่เดินหน้าธุรกิจเพลงอย่างเต็มกำลังในยุคดิจิตอลสมบูรณ์แบบ ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์การควบรวมฐานลูกค้าในส่วนของ Mobile และ Online เข้าไว้ด้วยกัน เชื่อว่าทั้ง 2 กลุ่มเป็นฐานลูกค้ากลุ่มเดียวกัน จึงง่ายต่อการทำการตลาด ซึ่งเราก็เดินมาได้อย่างถูกทาง อีกทั้งยังสามารถตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจดิจิตอลได้เป็นอย่างดีจากแคมเปญ ซุปเปอร์เหมา *339 ที่สามารถทำยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ้นปี 2011 คาดว่าจะมีผู้ใช้มากถึง 3 ล้านราย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบริษัทเชื่อว่า ตลาดดิจิตอลยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก

ในขณะที่ธุรกิจมีเดียก็มีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้น ซึ่งธุรกิจวิทยุ(Radio)ภายใต้แบรนด์ สกาย-ไฮ เน็ตเวิร์ค โดยเฉพาะคลื่นคูล93ฟาเรนไฮต์(Cool 93 Fahrenheit)ก็มีความแข็งแกร่งในการเป็นเครื่องหมายทางการค้าที่มีมูลค่า(Brand Value)สูง ทำให้สามารถขยายไลน์ไปทำธุรกิจข้างเคียงได้จากความชัดเจนของกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชมต่อแบรนด์ และมีกำลังซื้อด้วยการต่อยอดแบรนด์คูล จากคอนเทนต์ที่แข็งแกร่งในเรื่องของการท่องเที่ยว จนแตกธุรกิจใหม่เป็น คูล ละติจูด (Cool Latitude) ลุยงานทราเวลสไตล์ลิสต์ (Travel Stylist) ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำรายได้อยู่ที่ 50 ล้านบาท ในปีแรกของการดำเนินงานเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ธุรกิจโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) โดย อาร์เอส อินสโตร์มีเดีย (In-store Media) ซึ่งประกอบไปด้วย สื่อวิทยุ (P.O.P Radio) , สื่อ LCD และ Bus Ad. ก็ยังมีการเติบโตสูงและมีโอกาสใหม่ๆเข้ามามาก เนื่องจากได้รับการยอมรับจากลูกค้าว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพมากในการสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี ซึ่งการันตีจากผลการสำรวจของ นิลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช ที่ยกให้ อาร์เอส อินสโตร์ มีเดีย ขึ้นแท่นเป็นสื่อที่สามารถสร้างการรับรู้ได้มากที่สุดในโมเดิร์นเทรด พร้อมกับตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 30 % หรือมีเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาทในปี 2011

สำหรับธุรกิจดาวรุ่งที่เป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างมากในปีนี้คือ ธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม เนื่องจากที่ผ่านมา ช่อง YOU Channel และ ช่องสบายดีทีวี ได้ทำการเปิดให้บริการมากว่า 1 ปี ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จและมีผลการตอบรับที่ดีมาโดยตลอด อีกทั้ง ภายในไตรมาส 1 อาร์เอส ก็มีแผนที่จะเปิดตัวช่องเคเบิ้ลทีวี อีก 1 ช่อง คือ ช่อง 8 อินฟินิตี้ ภายใต้แนวคิดความสุขไม่รู้จบ ซึ่งจากที่มีอยู่เดิม 2 ช่อง เป็น 3 ช่อง เพื่อหาโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับบริษัทและเพิ่มช่องทางในการโปรโมทศิลปินในค่ายให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ประมาณ 400 ล้านบาท

ในปี 2011 บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจโดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกก็คือ Entertainment Content Provider ซึ่งประกอบไปด้วย ธุรกิจเพลง,ดิจิตอล,โชว์บิซ,ฟิล์ม และกีฬา และกลุ่ม Media Service ประกอบไปด้วย ธุรกิจทีวี วิทยุ และธุรกิจบริหารสื่อโมเดิร์นเทรด พร้อมๆ กับการปรับโครงสร้างธุรกิจให้เหมาะสม สอดคล้อง และยืดหยุ่น เพื่อให้ธุรกิจทั้งหมดในเครืออาร์เอส เดินหน้า และเติบโตไปพร้อมๆกันได้อย่างลงตัว

และในปีนี้เป็นปีที่อาร์เอสมีอายุครบ 30 ปี เวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีแล้วว่าเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเราเป็นผู้ครองตลาดเพลงวัยรุ่นมาโดยตลอด อีกทั้งปัจจุบันเพลงลูกทุ่งของอาร์เอส ภายใต้แบรนด์ อาร์สยาม ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเป็นผู้นำในตลาดลูกทุ่งดิจิตอล อีกทั้งเรายังเชื่อมั่นว่าเพลงลูกทุ่งของอาร์เอสจะสามารถครองตลาด มัดผู้ฟัง และสร้างมูลค่าได้มากในอนาคต สำหรับรายได้ในปี 2010 นั้นเราตั้งเป้าไว้ที่ 2,900 ล้านบาท ในขณะที่ปี 2011 เราตั้งเป้าไว้ที่ 3,100 ล้านบาท แบ่งได้เป็น มีเดีย 39 เปอร์เซนต์ , มิวสิค 35 เปอร์เซนต์ , โชว์บิซ 24 เปอร์เซนต์ และอื่นๆอีก 2 เปอร์เซนต์

ธุรกิจดาวเด่นของอาร์เอสในปีนี้ก็คือธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเรามีแผนที่จะเปิดตัวช่อง 8 อินฟินิตี้ อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้ โดยจะนำเสนอรายการในรูปแบบ ละคร ซีรี่ เป็นหลัก พร้อมกับตั้งเป้าไว้ว่า ทั้ง 3 ช่องเคเบิ้ลทีวีของอาร์เอส อันได้แก่ YOU Channel , สบายดี ทีวี และ อินฟินิตี้ จะสามารถทำรายได้รวมกันในปีนี้อยู่ที่ 400 ล้านบาท อีกทั้งเรายังเห็นว่าทีวีดาวเทียมสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นโอกาสที่เราจะเข้าถึงผู้บริโภคก็สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และยังเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดอีกด้วย

ในส่วนของเงินปันผลนั้นทางบริษัทจะมีการประชุมบอร์ดในช่วงเดือน ก.พ. เพื่อทำการขออนุมัติจากบอร์ด และทำการประชุมผู้ถือหุ้น ในช่วงเดือน มี.ค. จึงจะได้ข้อสรุป

?ผมมองว่าอุตสาหกรรมบันเทิงเมืองไทยปี 2011 จะยังคงเดินหน้าต่อไปได้ และเชื่อว่าธุรกิจทั้งหมดของอาร์เอส โดยเฉพาะธุรกิจเพลงและดิจิตอล รวมถึงธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม จะเป็นดาวเด่นของอาร์เอส ทั้งในแง่ของนวัตกรรมและการสร้างรายได้ แต่ถึงอย่างไรการเดินหน้าทางธุรกิจในทุกๆก้าวของเราก็ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท? หมั่นสำรวจตัวเองอยู่เสมอ ก้าวให้ทันผู้บริโภค และตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีให้ทัน ในวันนี้อาร์เอสจึงต้องวางแผนทั้งในแง่ของกลยุทธ์และชั้นเชิงในการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการชูกลยุทธ์องค์กร RS FIRST เพื่อก้าวสู่การเป็นเบอร์ 1 ด้านดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค? นายสุรชัยกล่าวทิ้งท้าย