คุยเด็กสร้างหนัง : จาก “เกย์มึนโฮ” ถึง “เกย์สุด สะดุดตีนเป็ด” หนังล้อขำๆ ทำยอดคลิก youtube ถล่มทลาย

Home / ข่าวหนัง, หนังไทย / คุยเด็กสร้างหนัง : จาก “เกย์มึนโฮ” ถึง “เกย์สุด สะดุดตีนเป็ด” หนังล้อขำๆ ทำยอดคลิก youtube ถล่มทลาย


ลำพังแค่ความคิด คงจะสำเร็จเป็นรูปร่างไม่ได้ ถ้าไม่มีความฝัน แต่ถ้ามัวแต่ฝันวาดจินตนาการไว้เลิศหรู? คงไม่ปรากฎเป็นความจริงขึ้นได้ ถ้าไร้ซึ่งการลงมือทำ

ชาว Social Network หลายคน คงเคยได้ดูคลิปวิดีโอหนัง เกย์ มึน โฮ, ชั่วฟ้าเกย์สลาย, แฮร์รี่ พอตตี้ หรือล่าสุด สุดเขต สะดุดตีนเป็ด ผ่านสายตามาบ้างในเว็บไซต์ youtube

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า หนังล้อเลี้ยน? ภาพยนตร์ดัง ๆ ที่ยกตัวอย่างมานี้ จะมีผู้คลิกเข้าชมเป็นหลาย ๆ แสน View ด้วยกัน ทั้งที่ตัวแสดงหลัก อย่างไอ้หนุ่มผมยาวระคอ ร่างผอมผิวเข้ม? เจ้าตี๋หน้าขาวผมตั้ง คู่พระ-นาง (เพศเดียวกันในเรื่อง) และนักแสดงอื่น ๆ? ซึ่งผลัดกันเปลี่ยนบทบาทไปมา? พวกเขาไม่ใช่ดารา? ไม่ได้หน้าตา(ดี)เข้าขั้น… ไม่ได้ผ่านเวทีประกวดค้นหา “ซุป’ตาร์”? ใดใดทั้งสิ้น

แต่พวกเขาเป็น คนสร้างหนัง “คลื่นลูกใหม่” ที่น่าจับตามองมากในแวดวงแผ่นฟิล์มของเมืองไทย ทั้งที่ยังเป็นแค่นักศึกษาชั้น ปี 1 ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ? ซึ่งอายุยังไม่เต็ม 20 ปี กันดีด้วยซ้ำ

มติชนออนไลน์ จึงขอพาผู้อ่านไปทำความรู้จัก “ตัวตน” บน “ความมุ่งมั่น” แบบไม่กลัว “แป้ก” ของ วรเทพ ธรรมโอรส? (กะตั้ว), ภูวฤทธิ์? พัวไพโรจน์ (ปิกนิก), ภานุพรรณ จันทนะวงษ์? (เจแปน) และวีรยุทธ์ กระจ่างสี (นิค ) ผ่านบทสัมภาษณ์แบบฮา ๆ แต่น่าสนใจที่แนวคิดของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งนำเสนอให้ได้อ่านกันถึง 2 ตอนด้วยกัน

ตอนที่ 1

Q : ทำหนังสั้นกันมานานหรือยัง ?
กะตั้ว : ทำมานานแล้วก็มี ผมกับนิคครับ?? ตั้งแต่ม .4?? เรารู้จักกันมาก่อนตั้งแต่ตอนนั้นที่มีการทำหนังประกวดกันสมัยมัธยม? ส่วนเจแปน กับปิคนิคเพิ่งจะมาทำ ตอนที่พวกเรามาเรียนที่ ม.กรุงเทพ? เรียนฟิล์มเหมือนกัน เลยเป็นเพื่อนกัน? รวมตัวกันมาทำหนัง

Q 😕 หนังเปิดตัว นี่คือ “เกย์มึนโฮ” เลยมั้ย ?
กะตั้ว : ใช่ครับ เริ่มจากที่ปลาย ๆ ปีที่แล้ว ผมเป็นสตาฟต์ การจัดประกวด? “พันทิพช็อต ซีน”? ซึ่งผมก็เสนอผู้ใหญ่ไปว่า? รางวัลขอเป็นพาผู้กำกับที่ชนะเลิศ 5 ทีมไปเที่ยวเกาหลี? ซึ่งผมก็ไปด้วย? ตอนนั้นปิกนิค ก็เป็นหนึ่งในผู้กำกับที่ชนะด้วย และมีเด็กอีก 4 คน? เราเลยรู้จักกันที่นั่น? พอไปถึงเกาหลีกันก็เที่ยว เที่ยว ปรากฎว่า น้องคนนึง? เขาก็คิดจะทำหนังล้อเลียนกวนมึนโฮ เอา ฮา? แต่ทีมเราไม่มีผู้หญิง ผมเลยคิด เอาเป็นเกย์เลย โอเคละกัน พอถ่ายออกมา ตกใจครับเพราะคนดูเยอะมาก แล้วมันเป็นความผิดพลาดที่ดูดีมาก แล้วเป็นต้นตอของเรื่องอื่น ๆ ต่อมาเพราะเราวางแผนกันไว้ว่า อนาคตเราจะใช้หน้าตาของพวกเราทำมาหากิน (หัวเราะ)

กระตั้ว – วรเทพ ธรรมโอรส

Q 😕 ใครเป็นคนเขียนพล็อตเรื่อง ?
เจแปน : หลัก ๆ? จะเป็นกระตั้ว?? คนอื่นก็จะช่วยเสริม ใส่มุก

Q 😕 คิดจะทำเป็นแนวล้อเลียนเกย์ตลอดเลยมั้ย ?
กะตั้ว : ผมกะว่า จะเลิกทำแล้วครับ ต่อไปจะทำหนังจริง ๆ จัง ๆ? รอทุนอยู่? อยากจะทำหนังยาวเป็นหนังนอกกระแสซักเรื่องหนึ่ง

Q 😕 เอาทุนมาจากไหน ?
กะตั้ว :
จากสปอนเซอร์? ร้านค้าอะไรพวกนี้ แล้วควักเนื้อตัวเองส่วนใหญ่

Q : อะไรที่ทำให้พวกเราสนใจหนังสั้น? เป็นแรงบันดาลใจ?
กะตั้ว :
มันทำให้ชีวิตตัวเองดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นเป็นผลงานทำให้พ่อแม่เราชื่นใจ คือที่ทำทั้งหมดอยากให้พ่อแม่ภูมิใจอยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้เป็นเด็กเกเร? เราก็มีความคิด มีความสามารถ ไอ้เรื่องหน้าตาเป็นส่วนประกอบ (หัวเราะ)

เจแปน : อาจจะเป็นปมด้อยของเรามั้งครับเพราะเราไม่สามารถทำเรื่องที่คิดๆ ให้มันเกิดขึ้นมาจริงได้ เลยต้องสื่อความคิดของเราให้เป็นเรื่องราวขึ้นมาโดยที่อาจจะรู้บ้างไม่รู้บ้างให้คนดูเข้าใจ เราอยากทำหนัง? ส่วนหนึ่งก็เป็นคนชอบดูหนัง เลยเป็นแรงบันดาลใจ

ปิกนิก : ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นคนขายตั๋วหนัง พอโตมาได้ทำงานโรงเรียน ได้กำกับหนังบ้าง ส่งหนังประกวดชนะ ก็เลยรู้ว่า ตัวเองพอมีแวว เลยมากรุงเทพฯ คิดว่า เราเก่งแล้ว แต่พอมาจริง ๆ ก็รู้ว่ามีคนเก่งกว่าเราเยอะ? ก็พยายามเกาะกลุ่มไปครับ

นิค : สำหรับผมชอบดูหนังมาแต่เด็กพ่อพาไปดู ก็คิดว่าอยากทำเป็นหนังใหญ่ให้คนดูเยอะ ๆ? แต่คำว่าหนังมันดูไกลเกินตัวเลยมาเล่นกับหนังสั้นก่อน มันเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ง่าย ๆ? พอเริ่มส่งหนังเข้าประกวดก็ประสบความสำเร็จทำมาเรื่อย ๆ จนติดใจ ชอบ จนใจรักไปแล้ว

ปิกนิก – ภูวฤทธิ์ พัวไพโรจน์

Q : ประกวดได้รางวัลกันมาเยอะมั้ย
กะตั้ว : นิคเขาจะทำหนังสั้นมาได้รางวัลเยอะ? ส่วนตัวผมจะทำออกมาแนวอินดี้มากกว่าจะไม่ถูกใจกรรมการ อย่างว่าเขาไม่ได้เปิดรับทุกด้าน? จะรับด้านส่งเสริมคุณธรรม? ต้องแล้วแต่กรรมการด้วย ผมว่าการประกวดในประเทศไทยถ้าจะประกวดเอาประสบการณ์ผมว่าดี? แต่ถ้าจะหวังรางวัลผมว่าอย่าเลยครับ

Q : หนังเรื่องอะไรที่ได้รับรางวัล
นิค : ที่ได้เรื่องแรก ตอน ม.3 ผมทำเรื่องเกี่ยวกับวิธีการฆ่าตัวตายของคน เป็นความแปลกที่คนเขาไม่ทำกัน? ไม่เหมือนใคร ทำให้หนังสะดุดตากรรมการ? และได้รับรางวัลที่ 1?? ต่อมาก็ทำเรื่อยๆ? ได้รางวัลทุกเรื่องที่ 1 บ้างที่ 2 บ้าง ที่ 3 บ้าง ชมเชยบ้างสลับกันไป

Q 😕 มีกี่คนในทีมหนังสั้นที่ทำกันอยู่ปัจจุบันนี้
กะตั้ว : มีหลายคน เป็น 10 คนได้? แบ่งหน้าที่กัน ไม่มีใครที่ตำแหน่งตายตัวสลับสับเปลี่ยนกันไปเหมือนแบบฝึกทดลองงานแสดงกัน

เจแปน : ใครมีไอเดียก็เป็นตัวหลัก ต่อยอดกัน ไปทำตามความถนัดของแต่ละบุคคล เราเป็นเพื่อนกันจะประมาณปีหนึ่งแล้วก็รู้ว่าใครถนัดอะไร มีศักยภาพอะไร เราก็จะจ่ายให้แต่ละคน

กะตั้ว : เกย์มึนโฮ เป็นจุดเริ่มต้นในการทำหนังสั้น? เพราะผมติดใจกระแสคนดูเยอะมาก เลยมาทำ ชั่วฟ้าเกย์สลาย ซึ่งต้องถือว่า เป็นเรื่องที่พวกเรามาทำงานร่วมกันเป็นเรื่องแรก กับทีมปัจจุบันเพื่อน ๆ ม.กรุงเทพ ก็สำเร็จมา ให้เจแปนเล่น นิคช่วยถ่าย เป็นทีมงานปัจจุบันเต็มศักยภาพ หลังจากนั้นก็มีมาเรื่อยๆ คือ แฮรร์รี่ พ๊อตตี้, Yes or Yes? และล่าสุด เกย์สุด สะดุดตีนเป็ด

Q : มาเล่นแบบเนี้ยมีคนจำหน้าเราได้เยอะมั้ย? ?
กะตั้ว : เยอะเหมือนกันครับ ครั้งแรกที่ไปเดอะมอลงามวงศ์วาน ตอนนั้นเดินอยู่กับปิกนิก เดินมาจากชั้นโรงหนังเหมือนคู่เกย์มากเลย? มีคนเข้ามาทักว่าใช่ที่เล่น เกย์มึนโฮหรือเปล่า?? พอบอกว่าใช่เขากรี๊ดเลยครับ? ขอถ่ายรูป? นอกจากนี้ ก็มีทั้งเพื่อนและคนในมหาวิทยาลัยรู้จักกันมากขึ้น ช่วยได้ดี ก็เลยสนิทกัน

นิค : (ชี้ไปที่กระตั้ว) เขาดังถึงขนาดไปยืนเทียบดาราที่เรียน นิเทศ ม.กรุงเทพด้วยกันได้เลย (หัวเราะ)

เจแปน? : วัน open house? ของม.กรุงเทพ ที่ผ่านมา? ก็มีน้อง ๆ มัธยมมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย? ที่หน้า studio film? พวกผมยืนอยู่ข้างหน้าห้องน้อง ๆ ก็กรี๊ดมาขอถ่ายรูป? โดยเฉพาะกะตั้ว กับปิกนิค คู่ขวัญ?? เป็นความตื่นเต้นครั้งแรกที่มีคนติดตามผลงานพวกเราเยอะ ใน youtube เยอะ จะเรียกว่าแฟนคลับก็คงไม่ได้ เปรียบเสมือนดารา youtube มากกว่า

Q : กับเรื่องเกย์สุด สะดุดตีนเป็ด ?
กะตั้ว : เราพยายามหลีกหนีประเด็นเกย์แล้ว ใช้ประเด็นเกย์น้อยสุด? เริ่มจากเกย์หันไปสนใจผู้หญิงแล้ว

เจแปน : เป็นเรื่อง ที่ใช้ดาราในการล้อเลียนเยอะเหมือนกัน? สถานที่ถ่ายทำก็แอบกันกระจาย ช่วงที่ถ่ายถ้ามีกล้องติดตามเป็นเบื้องหลังชุลมุนมากเพราะต้องแอบถ่ายที่มหาวิทยาลัย? บางจุดต้องขออนุญาต แต่เราเน้นง่ายห้องไหนว่างเสียบถ่ายเลย (หัวเราะ)

เจแปน – ภานุพรรณ จันทนะวงษ์

Q : ใครเป็นผู้กำกับ ?
กะตั้ว : หลัก ๆ จะเป็นผมแล้วก็ช่วยๆ กันมากกว่า

เจแปน : คนเขียนบท หรือมีไอเดียส่วนใหญ่จะเป็นกะตั้ว? แล้วก็มาถาม ๆ เพื่อน ๆ ว่าเอาเรื่องนี้ไหม กระแสกำลังดี? ก็ช่วย ๆ กัน

Q : ต้องดูหนังทุกเรื่องเพื่อดูไอเดีย ?
ใช่ เรื่องไหนที่ไม่ได้ดูก็อาศัยดูตาม youtube

Q : ยืนยันว่า ไม่ใช่เกย์ ?
(ประสานเสียง พร้อมโบกมือปัด ไม่ใช่ครับ)

กะตั้ว? : คอนเฟิร์มครับ เป็นการแสดงทั้งนั้น ( หัวเราะ )

เจแปน : เราเรียนภาพยนตร์มาก็จริง แต่ก็ต้องมีเลือดการแสดงนิดหนึ่ง? สวมหัวโขนอันไหนเราต้องทำได้? (ทำเสียงล้อเลียน อ่าง เถิดเทิง,พ่อใหญ่, แอ๊ดคาราบาว, อาจารย์แม่ )? ได้หลายบทบาท ได้ทุกคน

ปิกนิก : เขาเป็นคนมีความสามารถเยอะครับ

นิค : ส่วนผมไม่ชอบการแสดง ส่วนใหญ่ อยู่หลังกล้อง แต่ก็เล่นเท่าที่เล่นได้ครับ (ยิ้ม)

Q 😕 ถ่ายทำนานมั้ยแต่ละเรื่อง ?
กะตั้ว :
มีนานสุดเรื่อง แฮรี่พอตตี้ เพราะเรื่องนั้นมีอุปสรรคคือ พวกเราตกรถกระบะกันเป็นอุบัติเหตุกล้องแตกเลย? ระหว่างถ่ายในมหาวิทยาลัย? เพราะรถขับเร็วและกระตุกทีมกล้อง 3 คนตกจากกระบะคว้ากล้องลงมาด้วย ตัวเองเจ็บกันไม่พอ กล้องเจ็บด้วย ต้องจ่ายค่าซ่อมไปประมาณ 4-5 หมื่น? ซึ่งกล้องที่ใช้ถ่ายตอนนั้นคือ 5D Mark 2? ตัวละแสนกว่าบาท (หัวเราะ)


Q 😕 กล้องนี่เอามาจากไหน
เจแปน :
เป็นของพวกเรากันเอง ส่วนใหญ่ 550D ของ Cannon? แต่ละคนจะมีกล้องและเครื่องตัดต่อกันเอง

Q : รู้ตัวเองตั้งแต่เมื่อไรว่าชอบทำหนังสั้น
กะตั้ว :
ตอน ม.4 งานชิ้นแรกที่ทำ คือ ตัดเอ็มวีให้โรงเรียน ผมอาสาทำเอง ถ่ายภาพในห้องเอาภาพนิ่งไปเรียงๆ กัน และก็ถ่ายวิดีโอทำเอง? และก็ทำหนังขึ้นมาสนุกสนาน ได้รู้จักเพื่อน มีประสบการณ์ ได้รู้จักคนในวงการดีครับ ทำให้เรามีอนาคตขึ้นมา ส่วนตัวผมเป็นคนเรียนไม่เก่ง มีประวัติไม่ค่อยดีด้วย แต่คนเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็เลยคิดว่าเราแย่แล้วก็ไม่ควรแย่ต่อไป ในที่สุดเราก็หาจุดเด่น ก็เจอว่า หนังนี่แหละใช่ถ้าเราทำไปสักวันต้องประสบความสำเร็จ พ่อแม่คงภูมิใจ

ตอนแรกไม่รู้จักเลยว่า หนังสั้นคืออะไร? ต่อมาอาจารย์แนะนำจึงไปประกวด? Fat Film? ครั้งที่ 6 ก็ไปปรึกษาอาจารย์หลายท่าน ถึงลงมือทำได้ ค่อยๆ ฝึกฝน ใช้เวลาทำนานเหมือนกัน ส่วนพล็อตเรื่องที่ออกมาสำหรับผมก็อยู่ที่ช่วงกาาลเวลา ผมเหมือนเป็นพวกชอบขโมยความคิดคนอื่นมาดัดแปลง แต่หลังจากนั้นเราก็มีแรงบันดาลใจของตัวเองจากการฟังเพลง ดูหนังอะไร แล้วมันก็จะมีความคิดอยู่ในหัวออกมาเอง

เจแปน : ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับการถ่ายวีดีโอก่อนใกล้จะจบ ม.2? เริ่มจากมองว่า เราจะจบแล้วไม่ได้เจอกับเพื่อนแล้ว จึงขอยืมกล้องคอมแพ็คธรรมดานี่ล่ะของเพื่อนมาถ่ายรูปเพื่อน ๆ และอาจารย์ทุกคน ให้แนะนำตัวมีคำขึ้นต้นมีคำลงท้ายใส่เสียง จากนั้นก็มาตัดต่อวิดีโอ? ก็คิดว่าเราทำได้ พอตอน ม.3 ผมก็เริ่มจริงจังศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมตัดต่อต่าง ๆ ตอนนั้นมีอาจารย์ที่โรงเรียนที่ทำเกี่ยวกับมัลติมีเดีย เขาขาดคนช่วย ผมเลยอาสาตัวเองเข้าไปช่วยถ่ายวีดีโอ อาจารย์เขาเห็นแววเรา ก็เลยหาเวทีประกวด เช่น ระดับจังหวัด ถ่ายวีดีโอไปส่ง? จากนั้นผมอยากจะรู้จักหนังสั้นมากขึ้น ก็เลยหาข้อมูลตามเว็บ ก็จะมีเว็บไทยช็อตฟิล์ม (thaishortfilm) ใจจริงผมอยากจะส่งมาก อยากทำมาก แต่ขาดทีมงาน เพื่อน ๆ เขาไม่สนใจกัน ผมพลาดหลายเวที จึงคิดว่า สักวันหนึ่งผมต้องมีทีมงานที่โอเคกับผมมองตาแล้วรู้ใจกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง จนมาเรียนปี 1 ผมมาเจอนิค ก็ชวนทำหนังสั้นในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 14? เรื่อง “ทวิครา” นิคเป็นผู้กำกับ? ส่วนผมเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ? ควบอาร์ตไดเร็คเตอร์ งานก็เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา? ผมก็มีความฝันว่า ถ้าเราอยู่ในวงการนี้เราต้องอยู่ได้

ความฝันของผม ต้องมีชื่ออยู่ชื่ออยู่ในไตเติ้ลตอนท้ายสุดของหนังเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าคนดูจะอยู่หรือลุกออกจากที่นั่ง ก็เป็นความภาคภูมิใจของผมแล้ว นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจในการมาเรียนทำหนังและจับกลุ่มเพื่อนดี ๆ ในการทำงานร่วมกัน

ปิกนิก : ตอนเล็ก ๆ อยากเป็นคนขายตั๋วหนัง และก็เคยไปเรียนการแสดงที่กันตนา เขาก็เลยพาผมไปเล่นละคร ผมชอบบรรยากาศในกองถ่าย เรื่องแรกที่เล่นคือ นรสิงห์? ผมอยากเป็นดารา อยากเป็นนักแสดง แต่หน้าตาเราไม่ได้หล่อเหลามากมาย ตอน ม.3 มีการแสดงละครรอบกองไฟ? ผมก็เสนอเรื่องแสดงและได้รางวัลชนะมา เราก็เออ อยากเป็นนักเขียนบท พอมาม.4 – ม.5 เขามีประกวดทำหนังสั้นก็ทำเรื่องได้รางวัลชนะมาอีก ทีนี้อยากเป็นผู้กำกับแล้ว พอจบ ม.ปลาย จึงตัดสินใจมาเรียนม.กรุงเทพ เห็นว่าที่นี่ดังด้านกำกับภาพยนตร์

หนังของผม ส่วนใหญ่เป็นหนังแนวหักมุม เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่หักมุมทุกเรื่องให้คนดูเดาเอาแบบคาดไม่ถึงประมาณนี้ สุดท้ายก็ชนะการประกวดและได้ไปเที่ยวเกาหลีฟรี ผลงานที่ 2 เป็นเรื่อง “กอลั่มผจญภัย” ทำเป็นแค่ตัวอย่างหนัง คือเห็นเขาทำกันก็อยากทำบ้างทำเล่น ๆ นั่งทำใต้หอตัวเอง ตัวแสดงก็เป็นผมทั้งเรื่อง เปลี่ยนคาแร็คเตอร์ เป็นกระเทย, ผู้ชาย, ผู้หญิง เป็นกอลั่ม เป็นโดมบ้าง แสดงคนเดียว 17 บท?? ถ้าเป็นทั้งเรื่องก็คง 600 กว่าตัวละคร (หัวเราะ) ตอนนี้เสร็จแล้ว หาดูได้ที่ youtube ครับ

นิค – วีรยุทธ์ กระจ่างสี

นิค : จริง ๆ แล้วตอนช่วงใกล้จบ ม. 3? กำลังเป็นช่วงต้องหาแนวทางต่อ ม.ปลาย ผมก็คิดว่าจะเรียนอะไรดี มีพี่ลูกลุงเข้านายร้อยได้ ตอนนั้นผมก็อยากเข้ามากก็ซื้อใบสมัครมาทุกเหล่าเลย? ทีนี้ก็มีค่ายหนังสั้นที่อาจารย์จะให้เข้า ผมก็เลยไปเข้าค่ายเพื่อเรียนรู้การทำหนังที่ผมอยากทำ กล้องรุ่นแรกที่ผมจับเป็นกล้องโปร กล้องตัวใหญ่สนุกดี ทำแล้วได้รางวัลที่1 ผมก็เลยเริ่มเปลี่ยนจากการแนวคิดการเป็นนายร้อยมาทำหนัง? กลับบ้านเลยเอาใบสมัคร4เหล่าไปขายเพื่อนไม่เอาแล้วจะทำหนัง ชอบ สนุก จะทำหนังจริงๆ เลยเลือกเรียนต่อ ม.4-ม.6จนปัจจุบันก็ทำหนังเรื่อยๆได้รางวัลเรื่อยๆ มาจนถึงเรียนมหาวิทยาลัยในทุกวันนี้

บทสนทนา ในวงสัมภาษณ์เด็กหนุ่มทั้ง 4 คน กำลังเดินทางมาถึงตอนเข้มข้น? ติดตามอ่านเรื่องราว “ความฝัน” กับการได้เป็น “คนทำหนังสั้น” ของพวกเขา ตอนที่ 2 ได้ ที่นี่ เร็ว ๆ นี้

จาก : มติชน

ผลงานที่ผ่านมา