สวยด้วย ใจบุญด้วย นางเอกสาว “หลินจือหลิง” นั่งแท่นกำกับสารคดีผู้ป่วยโรคมะเร็ง

Home / ข่าวหนัง, หนังสั้น / สวยด้วย ใจบุญด้วย นางเอกสาว “หลินจือหลิง” นั่งแท่นกำกับสารคดีผู้ป่วยโรคมะเร็ง

หลังจากเป็นนางแบบที่โด่งดังที่สุดในไต้หวัน, ได้แสดงหนังฟอร์มใหญ่แห่งปี, รวมถึงขึ้นเวทีร้องเพลงในรายการพิเศษของ CCTV ที่มีคนรอชมนับล้าน นางเอกสาวคนดัง “หลินจือหลิง” ได้โอกาสขอลองงานหลังกล้อง กับการกำกับภาพยนตร์ดูบ้าง กับหนังการกุศล ที่จะเปิดให้ชมกันแบบฟรี ๆ ในเว็บไซต์ Youtube


ในช่วงต้นปี 2011 นี้ “หลินจือหลิง” ได้เริ่มต้นงานสายใหม่ในวงการบันเทิงของเธอแล้ว กับการกำกับสารคดีเรื่อง “Still In Time To Say I Love You” ความยาว 25 นาที ที่จะเล่าเรื่องจริงของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก โดยจะเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนชมกันแบบฟรี ๆ ทางเว็บไซต์ Youtube ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. นี้เป็นต้นไป

สำหรับการลองงานเบื้องหลังครั้งแรกนี้ นางเอกวัย 36 ปี มีความมุ่งมันและจริงจังมากเป็นพิเศษ โดยเธอเริ่มต้นเตรียมการถ่ายทำด้วยตัวเองมาตั้งแต่ต้น ในช่วงเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ทั้งเยี่ยมผู้ป่วยโรคมะเร็งเพื่อหาข้อมูล, เขียนบท, ควบคุมการถ่ายทำ และตัดต่อภาพยนตร์เองทั้งหมด แม้ที่ผ่านมาจะเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นมากก็ตาม โดยในช่วงพักระหว่างการถ่ายทำ “หลินจือหลิง” ก็ยังพยายามใช้เวลากับผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อหามุมมองใหม่ ๆ สำหรับหนังของเธออยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ในการถ่ายทำทีมงานของภาพยนตร์เรียกผู้กำกับคนสวยว่าเป็น ‘ผู้กำกับที่สุภาพที่สุดที่เคยมีมา’ และกล่าวถึงการร่วมงานเธอว่า “เป็นผู้กำกับที่อ่อนโยนที่สุดที่พวกเราเคยร่วมงานด้วย” โดยเฉพาะเสียงหวาน ๆ ของเธอที่หนุ่ม ๆ ในกองถ่ายต่างหลงใหลไปตาม ๆ กัน ซึ่งหลาย ๆ คนยอมรับว่าสมัครเข้าเป็นทีมงานของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะต้องการร่วมงานกับ หลินจือหลิง

ฝ่าย “หลินจือหลิง” ยอมรับว่าชอบงานสายนี้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะตรงที่ไม่ต้องแต่งหน้าหนาเตอะ หรือใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการแต่งตัว “ในที่สุดฉันก็ได้เป็นคนถ่ายทำการแสดงของคนอื่นเสียทีค่ะ การทำงานไม่ใช่แบบทุกครั้งที่ผ่านมาแล้ว ครั้งนี้ฉันทำงานได้โดยไม่ต้องแต่งหน้าด้วย”

“หลินจือหลิง”
วัย 36 ปี ทำหน้าที่โฆษกของโครงการ “6 Minutes Protect A Life” ที่ส่งเสริมการตรวจมะเร็งสำหรับผู้หญิ มากว่า 8 ปี แล้ว และเธอตอบรับทันทีที่ได้รับการทาบทามให้กำกับภาพยนตร์สั้น เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยไม่ได้เรียกร้องค่าเหนื่อยแม้แต่เหรียญเดียว

ที่มา : http://th.newzies.com/