หญิงสาวในร่างหงษ์: นาตาลี พอร์ตแมน กับบทนำใน แบล็คสวอน

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / หญิงสาวในร่างหงษ์: นาตาลี พอร์ตแมน กับบทนำใน แบล็คสวอน

แดร์เร็น อาโรนอฟสกี

แม้ว่าก่อนบทภาพยนตร์ของเรื่อง BLACK SWAN จะเสร็จสิ้น แดร์เร็น อาโรนอฟสกี รู้ดีว่าใครจะมารับบทเป็นนีน่า ซึ่งเป็นนักเต้นเดี่ยวผู้มีความหวัง แต่ถูกโจมตีจากจินตนาการที่เปลี่ยนแปลงไปมาและเหตุการณ์ต่างๆ ที่น่ากลัว เมื่อเธอเตรียมการสำหรับบทบาทอันยิ่งใหญ่ของชีวิตเธอ มันต้องเป็นนาตาลี พอร์ตแมน ผู้ที่มีบทบาทอันเป็นที่จดจำหลากหลายระดับ ตั้งแต่ราชินีอมิดาลาในภาพยนตร์ซีรี่ส์เรื่อง STAR WARS มาจนถึงภาพยนตร์ที่เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar และคว้ารางวัล Golden Globe จากบทนักเต้นระบำเปลื้องผ้า ในภาพยนตร์ที่เป็นการดัดแปลงของ ไมค์ นิโคล เรื่อง CLOSER ไม่ใช่แค่เพราะพอร์ตแมนได้เรียนบัลเล่ต์ตั้งแต่เด็ก สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเธอมีความรับผิดชอบ และพลังขับเคลื่อนสู่ความต้องการทางด้านจิตใจและร่างกายอันยิ่งใหญ่ ของบทบาทที่จะทำให้เธอก้าวกระโดด มีการพลิกผัน และสูญเสียรายละเอียดของความเป็นจริงทั้งหมดในเวลาเดียวกัน

อาโรนอฟสกีเข้าหาเธอเมื่อหลายปีที่แล้ว เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัวอยู่ ?ไม่ช้าไม่นานผมก็เริ่มคิดถึงแนวคิดของภาพยนตร์เรื่อง BLACK SWAN ผมได้พบกับนาตาลีเพื่อจิบกาแฟกันที่ Times Square? เขากล่าว ?เธอได้เต้นบัลเล่ต์มาเยอะก่อนจะกลายเป็นนักแสดง และได้เต้นต่อมาอีกหลายปีเพื่อรักษารูปร่างให้อยู่ตัว เธอบอกผมทันทีว่าสิ่งหนึ่งที่เธออยากทำมาโดยตลอดคือ การแสดงเป็นนักเต้น?

แม้ว่ามันใช้เวลาเกือบ 10 ปีหลังจากที่พวกเขาได้พบกันก่อนบทภาพยนตร์เรื่อง BLACK SWAN จะเสร็จสิ้น เมื่อพอร์ตแมนได้อ่านบท เธอถึงกับตกตะลึงในการเดินทางของจุดพลิกผันทางจิตของนีน่า

นาตาลี พอร์ตแมน

นีน่าเริ่มจากจุดที่โลกของบัลเล่ต์เรียกกันว่า ?bunhead? เป็นศัพท์ที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยสำหรับนักบัลเล่ต์หญิง ที่ต้องเอาใจจดจ่ออยู่กับการเต้นโดยไม่มีสิ่งใดสำคัญยิ่งกว่า เธอถูกปกป้องคุ้มครอง ซึ่งในเวลาเดียวกันก็ถูกผลักดันจากแม่ของเธอผู้เป็นอดีตนักเต้นเก่า และเธอไม่เคยพัฒนาชีวิตการเป็นผู้ใหญ่ในแบบของเธอเลย แต่เมื่อเธอได้รับบทบาทของราชินีหงษ์ มันได้กระตุ้นบางสิ่งที่แปลกใหม่ในตัวเธอ สิ่งที่ต้องการการสำรวจอารมณ์ความรู้สึกด้านมืด ซึ่งเป็นส่วนลึกที่สุด ที่เริ่มก่อให้เกิดปัญหาทางจิตทีละเล็กทีละน้อย นีน่าเหมือนกับราชินีหงษ์ที่เธอต้องการมีตัวตน แต่กลับมาพัวพันกับเรื่องความลุ่มหลง แรงปรารถนาและอันตรายอย่างรวดเร็ว

นี่เป็นสิ่งที่กระตุ้นพอร์ตแมนสู่จุดที่เธอไม่เคยสำรวจมาก่อนในภาพยนตร์ และเรียกร้องให้เธอมองเข้าไปในสถานการณ์ที่เลวร้าย ?นีน่าเป็นคนที่ยอมอุทิศตัว มีความขยันแต่ก็ถูกครอบงำด้วย? นักแสดงหญิงอธิบายว่า ?เธอไม่มีปากเสียงเป็นของตัวเองสำหรับการเป็นนักเต้น, การเป็นหญิงสาว แต่เธอค่ยๆ เปลี่ยนไปเมื่อเธอพบความหลงใหลในทางโลก และความรู้สึกแห่งอิสรภาพ ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มถูกทำลายและนั่นคือสิ่งท้าทาย?

เธอกล่าวต่อว่า ?สิ่งที่นีน่าต้องการคือความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คงอยู่ได้เพียงแค่ชั่วขณะ ช่วงสั้นๆ ชั่วครู่ชั่วคราว แต่ก็เหมือนกับศิลปินทุกคน เธออาจต้องทำลายตัวเองเพื่อค้นหาสิ่งนั้น เวลาที่เธอพยายามกลายเป็นหงษ์ดำ ความชั่วร้ายบางอย่างก็เริ่มแผ่ซ่านอยู่ในตัวเธอ มันกลายเป็นช่วงวิกฤติเฉพาะ ที่ไม่ใช่แค่เธอไม่มั่นใจในสิ่งที่เธอเป็นเท่านั้น แต่เส้นทางอาชีพระหว่างเธอกับคนอื่นก็ดูไม่ชัดเจนด้วย เธอเริ่มเห็นตัวเองอยู่ทุกหนทุกแห่งจริงๆ?

หลุมพรางในโลกที่แสนสับสนของการปรากฏตัวซ้อนและความหลอกลวง เกี่ยวกับการเผชิญหน้ากันอย่างมีเงื่อนงำและความบอบช้ำที่ระเบิดออกมา ทำให้นีน่าเริ่มเสียการควบคุมตัวเอง และพอร์ตแมนก็ต้องแสดงแบบนั้นด้วย

?เมื่อนีน่าเริ่มปะทะต่อต้านกับทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเธอ? เธอกล่าว ?มันมาพร้อมอาการทางจิตที่ทำให้เธอเข้าสู่ด้านมืด ที่เธอไม่แน่ใจว่าคนอื่นต้องการอะไรจากเธอ และเธอเสียสติไปแล้วหรือเปล่า?

นาตาลี พอร์ตแมน

ท่ามกลางความชั่วร้าย พอร์ตแมนรู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสนำตัวเองมาคลุกคลีอยู่ในโลกของบัลเล่ต์ ที่เหมือนความฝันของเธอ (เหมือนนีน่า) ตอนที่เป็นเด็ก ?ฉันรักรายละเอียดทั้งหมดของโลกแห่งการเต้น ที่เป็นความจริงในบทภาพยนตร์? เธอกล่าว ?และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันรักวิธีการเปรียบเทียบเรื่องราวของนีน่ากับ ?Swan Lake? ฉันมองว่าเธอเป็นคนที่พยายามไขว่คว้าอิสระให้พ้นจากพันธนาการแห่งมนตรา ?? พยายามไขว่คว้าอิสระจากทุกคนที่กำหนดว่าเธอต้องเป็นอะไร และพยายามมองทะลุเข้าไปว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นใคร ทั้งในฐานะมนุษย์ธรรมดาและฐานะนักแสดง?

และเมื่อนีน่าเริ่มสูญเสียจุดหักเหเล็กๆ แห่งความเป็นจริง เธอไม่สามารถบอกให้ใครรู้ถึงสิ่งที่เธอผ่านพ้นมาได้ เพราะกลัวว่าเธอจะสูญเสียบทของราชินีหงษ์ให้กับคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของเธอ ผู้หมกมุ่นอยู่ในเรื่องโลกีย์และไม่มียางอายอย่างลิลลี่ ที่กลายเป็นตัวสำรองของนีน่าทั้งที่เป็นการแสดงโดยวาจาและท่าทาง

พอร์ตแมนเกิดความสนใจในจุดพลิกผันของนีน่าและลิลลี่ มิตรภาพที่เดินหน้าไปด้วยความริษยาที่เกิดขึ้นในหลายระดับ ?ฉันชอบวิธีการที่พวกเขาเจอกันตอนแรก พวกเขาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันในแบบที่ผู้หญิงทำกันจริงๆ? เธอกล่าว ?มันเป็นกลไกแห่งความอยู่รอด เพื่อกำหนดขอบเขตว่าใครเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเรา และในกรณีนี้นีน่าเห็นทันทีว่าลิลลี่ดูสง่า มีความสามารถ และเป็นตัวทำลายตำแหน่งของเธออย่างยิ่ง แต่เธอก็ยังไม่รู้จริงๆ ว่าลิลลี่เป็นคนอย่างไร?

สำหรับการแสดงทั้งหมดนี้ออกมาบนจอภาพยนตร์ พอร์ตแมนต้องพาตัวเองข้ามผ่านการเตรียมการ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจอย่างเคร่งครัด การฝึกฝนทางกายเป็นสิ่งที่เหนือกว่าจินตนาการของเธอ เมื่อเธอเริ่มฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดด้วยการเอาใจจดจ่อเป็นเวลา 5 ชั่วโมงทุกวัน ประมาณช่วง 10 เดือนก่อนการสร้างภาพยนตร์ได้เริ่มขึ้น เธออยู่ภายใต้การอบรมของครูและผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพหลายคน ประกอบด้วย แมรี่ เฮเลน โบเวอร์ส อดีตนักเต้นบัลเล่ต์ของเมืองนิวยอร์ค ผู้พาเธอให้ผ่านพ้นการเรียนเต้นอย่างทรหด ด้วยความสำเร็จในช่วงถ่ายทำภาพยนตร์

นาตาลี พอร์ตแมน

?ฉันผ่านการเต้นมาแล้วมากมาย ว่ายน้ำเยอะ และควบคุมน้ำหนัก รวมถึงการฝึกฝนทางกายภาพ ฉันเลยไม่มีการบาดเจ็บเพราะการเต้นต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก? พอร์ตแมนอธิบายว่า ?มันเป็นการท้าทายความสามารถอย่างเหลือเชื่อ ต้องเอาการเต้นบัลเล่ต์กลับมาใช้ตอนอายุ 28 ปี แม้ว่าเราเคยเรียนการเต้นมาก่อน เรานึกไม่ออกหรอกว่าจะเข้าถึงมันได้มากแค่ไหนในระดับที่ดีที่สุด การแสดงท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างต้องมีความเฉพาะอย่างมาก เต็มไปด้วยความเบาบางและความอ่อนโยน ฉันรู้ว่ามันเป็นการท้าทายความสามารถ แต่ฉันไม่เคยคาดหวังว่ามันจะทรมาณร่างกายของเราอย่างไร?

นอกจากนั้นสำหรับการเรียนเต้นของเธอในช่วงวัยเด็ก พอร์ตแมนยังเรียนด้านจิตวิทยาที่ Harvard ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในจิตใจที่แตกสลายของนีน่า ช่วยให้นักแสดงเข้าถึงประสบการณ์จิตใต้สำนึก ที่หลอกหลอนของนีน่าได้ลึกขึ้น ?ฉันมองว่านีน่าถูกเกาะกุมอยู่ในวัฏจักรของการครอบงำทางจิตและถูกบีบบังคับ? เธอคาดการณ์ว่า ?ในด้านบวกของจุดนั้น สำหรับศิลปินและนักเต้นคือการเอาใจจดจ่ออย่างหนัก เราจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ แต่นั่นก็มีด้านมืดมากกว่าในแง่ของสุขภาพไม่ดี ซึ่งเราสามารถสูญเสียมันไปได้ตลอดกาล นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องแสดงในนีน่า?

พอร์ตแมนสำรวจด้านมืดนั้นด้วยความกล้าหาญในมิตรภาพแต่ละด้านของนีน่า ทั้งผู้กำกับศิลป์ผู้ทรหดของคณะบัลเล่ต์อย่าง โธมัน ลีรอย (วินเวต์ แคสเซล) ผู้ที่ผลักดันเธอให้ค้นหาสิ่งที่ไม่เคยพบในด้านมืดของตัวเธอ พร้อมด้วยผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมของเธอมากไป อย่างแม่ผู้เป็นอดีตนักเต้นบัลเล่ต์ (บาร์บาร่า เฮอร์ชีย์) ผู้ที่คอยเฝ้าจับตาดูนีน่าตลอดเวลา; และจากนักเต้นผู้มากประสบการณ์ (วิโนน่า ไรเดอร์) เจ้าของผลงานที่ครั้งหนึ่งนีน่าเคยเลื่อมใสบูชา และล้มเหลวอย่างฉับพลันที่ทำให้เธอต้องล้มลุกคลุกคลาน

แดร์เร็น อาโรนอฟสกี