คุยกับ นิโคล คิดแมน เรื่องความรักและการพลัดพราก ใน RABBIT HOLE

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / คุยกับ นิโคล คิดแมน เรื่องความรักและการพลัดพราก ใน RABBIT HOLE

Rabbit Hol

นิโคล คิดแมน นักแสดงสาวชาวออสซี่วัย 43 ปี กลับมาในบทบาทอันหนักหน่วงที่สุดในชิวิตการแสดงอีกครั้ง ใน Rabbit Hole ฝ่าใจฝัน วันใจสลาย ผลงานที่เธอทั้งแสดงนำและอำนวยการสร้างด้วยตนเอง ดัดแปลงมาจากบทละครรางวัลพูลิตเซอร์ชื่อเดียวกัน ของ เดวิด ลินด์เซย์-เอแบร์ และกำกับโดย จอห์น คาเมรอน มิทเชลล์ คนทำหนังที่คอหนังไม่มีวันลืม จากงานแสบๆ อย่าง Hedwig and the Angry Inch และ Shortbus

หลังจากออกฉายในเทศกาลเมื่อช่วงปลายปีก่อน ตอนนี้ Rabbit Hole กลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของฤดูกาลล่ารางวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาขานักแสดงนำหญิง ที่นักวิจารณ์หลายคนทำนายทายทักไว้ว่า โอกาสคว้าออสการ์หนที่ 2 ของนิโคล คิดแมน อาจมีทางเป็นไปได้

นิโคล คิดแมน ต้องมาประกบคู่กับแอรอน เอ็คฮาร์ต ในบท สองสามีภรรยา ที่พยายามกอบกู้กำลังใจในการดำเนินชีวิตกลับคืนมา หลังจากที่ต้องสูญเสียลูกชายตัวน้อยไปจากอุบัติเหตุอย่างกะทันหัน

คิดแมนกล่าวว่า นี่เป็นบทที่สาหัสบทหนึ่งในอาชีพนักแสดงของเธอ ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรนั้น ลองอ่านบทสัมภาษณ์ด้านล่างดู

นิโคล คิดแมน

คุณเล่นบทหนักๆ มาหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องไหนเหมือนกับ Rabbit Hole เลย อะไรดึงดูดคุณให้มาเล่นหนังเรื่องนี้?
ฉันชอบบทหนังเรื่องนี้ เพราะว่ามันว่าด้วยความรัก มันเป็นหนังที่ว่าด้วยการนิยามความหมายของความรักจริงๆ เมื่อคุณรักใครสักคน คุณรักใครอย่างหัวปักหัวปำ เมื่อคุณสูญเสียความรักนั้นไป และคุณจะกอบกู้ความรู้สึกเดิมๆ กลับมาได้อย่างไร

จะว่าไป Rabbit Hole มีส่วนคล้ายกับหนังเรื่อง Birth ที่คุณเคยเล่นทีเดียว มันเล่าเรื่องของคนที่สูญเสียคนรักไปแล้วยังทำใจไม่ได้
ใช่ค่ะ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ Rabbit Hole พยายามบอกว่า เราต้องรับมือกับมันอย่างไร คุณไม่สามารถลืมความเจ็บปวดได้หรอก ทันทีที่มันเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณแล้ว คุณจะจำมันไปจนวันตาย คุณจะต้องอยู่กับมัน แต่คุณอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับมันให้ได้ ฉันว่าสิ่งที่ตัวละคร ไดแอนน์ วีสต์ พูดในหนังนั้นเป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญมากๆ เลย คุณต้องไปดูในหนังเอาเอง

ดูเหมือนหนังจะยังให้ความหวังกับคนดูอยู่บ้าง
ใช่แล้ว เพราะการที่หนังยังคงให้ความหวัง แม้จะเป็นความหวังเล็กๆ ก็ตาม มันทำให้ Rabbit Hole มีอะไรที่พิเศษกว่าหนังที่คล้ายๆ กันเรื่องอื่น

สิ่งที่ยากในการเล่นหนังเรื่องนี้ล่ะ?
สารภาพว่าตอนแรกที่ฉันอ่านบท ถึงฉันจะมีความรู้สึกอยากเล่นบทนี้มากๆ แต่ในใจลึกๆ ฉันเองก็รู้สึกกลัวอยู่เหมือนกัน บ่อยครั้งที่เวลาฉันรับบทอะไรแล้ว ฉันจะรู้สึกกับมันมากๆ จนฉันเครียด และตัวละครที่ฉันรับบทใน Rabbit Hole เป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากเจอในชีวิตจริงเลย คิดดูสิ การต้องสูญเสียคนที่คุณรักมากๆ แล้วชีวิตคุณจะไม่มีวันเหมือนเดิม มันน่าตระหนกแค่ไหน ฉันลังเลอยู่ไม่น้อย ที่จะก้าวเข้าไปในความรู้สึกแบบนั้น

นิโคล คิดแมน

เพราะคุณเป็นแม่ด้วยหรือเปล่า บทนี้เลยดูน่ากลัวสำหรับคุณ
ก็คงอย่างนั้น ฉันยอมรับว่าฉันอดนำไปเปรียบกับตัวเองไม่ได้ว่า ฉันจะเป็นอย่างไร ฉากต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกับตัวละครในเรื่อง แต่โดยนิสัยแล้ว ฉันไม่ได้เป็นคนขี้ขลาดนะ ฉันเป็นคนชอบลองดีพอสมควร อะไรที่ยากๆ หรือดูน่ากลัว มันมักจะเป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉัน แต่กรณี Rabbit Hole เป็นเรื่องที่ประหลาดมาก ฉันจำความรู้สึกได้ดีว่า ตอนนั้นที่จัดการเรื่องเงินทุนพร้อมสำหรับถ่ายทำแล้ว ตัวฉันเองยังลังเลอยู่เลย ว่าฉันจะเล่นได้จริงๆ นะหรือ ซึ่งพอถึงเวลาแบบนี้คุณมีทางเลือกไม่มาก นอกจากยอมกระโดดลงจากหน้าผา เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน

การใส่อารมณ์ขันที่ดูสมจริงลงไปในเนื้อหาที่ออกจะเป็นเรื่องน้ำเน่า จำเป็นกับหนังเรื่องนี้มากแค่ไหนในความเห็นคุณ?
ฉันคิดว่ามันสำคัญมาก เพราะว่าในชีวิตจริงของคนเรา บ่อยครั้งที่เรายังคงหัวเราะ ในขณะที่ยังต้องเผชิญชะตากรรมอันเลวร้าย ยังคงหลงเหลือพื้นที่สำหรับอารมณ์ขันเสมอ และฉันคิดว่าครอบครัวทุกครอบครัวต้องการสิ่งนี้ หนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวๆ หนึ่งที่พยายามสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง พยายามกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง พยายามเยียวยากันและกันอีกครั้ง แต่การช่วยเหลือบางทีก็นำมาซึ่งความเจ็บปวด คือมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก ฉันว่าการได้ จอห์น คาเมรอน มิทเชลล์มากำกับก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน เพราะเขารู้ดีว่า เวลาไหนควรปล่อยอารมณ์ขันออกมา ให้คนดูได้หายใจบ้าง

ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง ทำไมคุณถึงเลือก จอห์น คาเมรอน มิทเชลล์ มากำกับ เขาเป็นคนที่เก่งจริงๆ แต่งานของเขาก็ดูห่างไกลจาก Rabbit Hole มาก?
ฉันดูที่ความสามารถมากกว่า คือบางทีคนเรามักจะมองว่า คนนี้เก่งเฉพาะด้านนี้ แต่อย่างฉันเอง ในฐานะนักแสดง ยังอยากจะเล่นบทใหม่ๆ ท้าทายตัวเองตลอดเวลา ฉันเชื่อว่าผู้กำกับก็ไม่ต่างกัน สำหรับจอห์น ฉันว่าเขาอ่านเรื่องแล้ว เขาก็รู้สึกรุนแรงกับมันมาก ฉันฟังเขาบอกความรู้สึกแล้วนึกในใจว่า ใช่เลย เขาต้องกำกับได้แน่ๆ และตัวเขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์โศกนาฏกรรมมาแล้ว จอห์นเคยเสียน้องชายไปขณะที่เขายังเป็นเด็ก เขาเลยมีแรงจูงใจที่จะทำเรื่องนี้

รอชม Rabbit Hole ผลงานคุณภาพของนิโคล คิดแมนได้ 24 กุมภาพันธ์นี้