ขวัญใจทั้งเก่าและใหม่ เมื่อทีมนักแสดงของหนัง Fast&Furious มารวมตัว

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / ขวัญใจทั้งเก่าและใหม่ เมื่อทีมนักแสดงของหนัง Fast&Furious มารวมตัว

เมื่อทีมผู้สร้างเริ่มต้นทำงานสร้างภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious 5 พวกเขาเข้าใจดีว่าธีมที่ว่าด้วยเรื่องของครอบครัว ความซื่อสัตย์ภักดี และการเสียสละ ซึ่งฝังลึกอยู่ในภาพยนตร์ชุดนี้ จะนำแฟนๆ กลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อตอนที่ภาพยนตร์ภาคที่แล้วจบลง เราพบว่า ไบรอัน (พอล วอล์กเกอร์) กำลังเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ นั่นก็คือการกลับไปยืนเคียงข้างดอมอีกครั้ง และช่วยเขาให้พ้นจากการถูกคุมขัง ขณะเดียวกันก็ต้องเสียสละอิสรภาพที่เขาจะหนีไปพร้อมกับมีอา การเสียสละนี้ผูกพันให้สองชายกลายเป็นเหมือนพี่น้องกัน

การได้กลับไปรับบท ดอม โทเร็ทโต้ (วินดีเซล) ในภาพยนตร์ภาคที่แล้ว ช่วยจุดประกายความปรารถนาของดีเซลที่จะเจาะลึกลงไปในตัวละครอดีตโจรกลับใจผู้นี้อีกครั้ง สำหรับนักแสดงที่มองหาโอกาสที่จะได้พัฒนาตัวละครที่มีความซับซ้อน โอกาสครั้งนี้ช่างยั่วยวนใจยิ่งนัก ?ดอมเพิ่งจะหายเศร้าโศกจากการจากไปของเล็ทตี้ และเขาต้องหนีไปกับไบรอันและมีอาอีกครั้ง ดังนั้นจึงยังมีเรื่องให้เล่าต่อ? ดีเซลว่าไว้ ?มันเป็นเหมือนพินัยกรรมของภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ที่เราได้ใช้เวลาในการสำรวจฉากที่ไม่ใช่ฉากแอ็กชั่นที่พูดถึงเรื่องของหัวใจ ตัวละคร และการเติบโตของตัวละครที่คุณรู้จักดีอยู่แล้ว?

คริส มอร์แกน ผู้เขียนบท ใช้เวลาขลุกอยู่กับดีเซลเพื่อเจาะลึกสู่จิตใจของโทเร็ทโต้และความชั่วร้ายของเขา ?สำหรับผม มันน่าเกรงขามนะกับการได้ยินสิ่งที่อยู่ในหัวของคนที่เป็นตัวละครตัวนี้? มอร์แกนบอก ?วินแตกต่างไปจากดอมอย่างมาก แต่เมื่อวินมาอยู่ที่กองถ่าย เขาจะกลายเป็นดอมไปเลย เขาจะเงียบขึ้นและมีสมาธิแน่วแน่ มันเป็นสิ่งที่เขาเข้าถึงได้ในแบบที่ผมเข้าถึงไม่ได้ การที่ผมได้ฟีดแบ็คกลับมาจากเขา และสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ ทำให้ตัวละครตัวนี้ดีขึ้นเยอะทีเดียว?


พอล วอล์กเกอร์ รับบทเป็น ไบรอัน โอคอร์นเนอร์
วิน ดีเซล รับบทเป็น โดมินิค โทเร็ตโต้

วอล์กเกอร์เองก็รู้สึกชื่นชมในความทุ่มเทที่ดีเซลมีต่อการรักษาโครงเรื่องที่เดินหน้าด้วยตัวละครเรื่องนี้ ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของสูตรของภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ ?Fast & Furious 5 มีฉากแอ็กชั่นเป็นตันๆ ทุกคนต้องวิ่งไปพร้อมกับฉากดวลปืน ซิ่งส์รถ และกระชากตู้เซฟออกจากกำแพงที่ติดตั้งไว้? วอล์กเกอร์บอก ?แต่สุดท้ายแล้ว นี่คือคนธรรมดาที่ยังต้องรับมือกับปัญหาของพวกเขา วินต่อสู้เพื่อสิ่งนั้น หลายคนอาจคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คือเรื่องเกี่ยวกับรถ แต่ตัวละครเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยใส่อารมณ์แบบมนุษย์ลงไป และทำให้มันเป็นเรื่องที่แสนติดดิน?

————————————–


จอร์ดาน่า บรูว์สเตอร์ รับบทเป็น มีอา โทเร็ทโต้

จอร์ดาน่า บรูว์สเตอร์ ซึ่งกลับมารับบท มีอา โทเร็ทโต้ กลับไปดูภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious ก่อนที่จะกลับมาถ่ายทำ ทั้งนี้ก็เพื่อกลับไปเยี่ยมเยือนตัวละครที่เธอเป็นผู้ให้กำเนิดเอาไว้ เธอรู้สึกพอใจมากที่เห็นเด็กสาวที่เคยเป็นเหมือนเสียงเตือนที่คอยหน่วงรั้งห้ามปรามในปี? 2001 บัดนี้กลับกลายเป็นหญิงสาวที่เซ็กซี่มากขึ้น ทรหดมากขึ้น เป็นผู้หญิงที่สามารถรับมือกับชีวิตในฐานะคนร้ายหลบหนีที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจอันหนักแน่น ?มีอาเคยเป็นหญิงสาวที่เหมือนคอยยืนดูคนอื่นอยู่ และตอนนี้เธอค่อนข้างจะสงบเสงี่ยมมากขึ้น? บรูว์สเตอร์กล่าว ?เธอมีความแข็งแกร่งในตัวเอง แต่เธอไม่ค่อยพูดออกมานัก ใน Fast & Furious 5 เธอลุกขึ้นตอบรับความท้าทายของสภาพแวดล้อมที่พวกเขาต้องเจอ และตอนนี้เธอแข็งแกร่งมากขึ้นอีก ในฐานะนักแสดง มันคือรางวัลที่ได้เล่นเป็นตัวละครตัวนี้มานานหลายปี และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด?

สำหรับวอล์กเกอร์ การสะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของอดีตตำรวจ ไบรอัน โอคอนเนอร์ ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เป็นรางวัลเช่นเดียวกัน เขาบอกว่า ?หลังจากสิบปีผ่านไป ในที่สุด ไบรอันก็รู้แล้วว่าโลกไม่ได้เป็นสีขาวดำอีกต่อไปแล้ว ดอมอาจยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับกฎหมาย แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนดี ไบรอันได้ร่วมมือกับเขา และในที่สุด ก็ยืนอยู่ในจุดที่เขาควรจะอยู่ ตำรวจที่เก่งที่สุดกลายเป็นอาชญากรที่โดดเด่นอย่างมาก?

————————————–

 


ดเวย์น จอห์นสัน เป็น เจ้าหน้าที่ ลุค ฮ็อบบ์ส์

การเปิดตัวศัตรูที่น่าเกรงขามที่ตามล่าตัวดอม, ไบรอัน และทีมของเขา ดูเป็นปึกแผ่นมากขึ้นเมื่อ ดเวย์น จอห์นสัน แสดงความสนใจจะมาร่วมแสดงภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทางทีมผู้สร้างได้เลือกจอห์นสันมารับบทนี้ ซึ่งทำให้เขาได้ต่อสู้แบบสูสีคู่คี่กับตัวละครที่เป็นฮีโร่ของดีเซล เมื่อได้ข่าวว่าจอห์นสันแสดงความสนใจในบทนี้ ลินและมอร์แกนนั่งลงด้วยกันและเริ่มต้นปรับแต่งภาพลักษณ์ของฮ็อบบ์สใหม่อีกรอบ แต่มอร์แกนไม่ได้สร้างฮ็อบบ์สให้เป็นผู้ร้ายอยู่แล้ว ?ตัวละครอย่างฮ็อบบ์สไม่ใช่ผู้ร้ายหรอกนะ? มอร์แกนบอก ?คำเรียกที่น่าจะเหมาะสมมากกว่าก็คือ ?คนกลางที่ไม่ได้เป็นทั้งฝ่ายพระเอกและฝ่ายศัตรู? เขาเป็นเพียงชายที่มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของเขาในการตามจับตัวพวกนอกกฎหมายสองคน อันได้แก่ ไบรอันและดอม เขาไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นชายที่จะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่องานของเขา ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม?

สำหรับมอริทซ์ (ผู้อำนวยการสร้าง)? ดีเซล และลิน การใส่ตัวละครใหม่เข้าไปในภาพยนตร์ชุดนี้ ซึ่งจะต้องมีความสูสีพอๆ กับดอม ไม่ใช่งานง่ายเลย ลินให้ความเห็นไว้ว่า ?เป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อเราทำการพัฒนาตัวละครอย่างฮ็อบบ์ส โดยมีคนดังระดับดเวย์นที่แสดงความสนใจในบทนี้ นั่นมีความหมายมากสำหรับผมในฐานะผู้กำกับ? หมายความว่ามันต้องคุ้มค่าสำหรับเขาที่อยากเดินเข้ามาและเป็นลำดับที่ห้าในภาพยนตร์แฟรนไชส์สักเรื่อง นั่นบอกให้ผมรู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นยังไง และบอกว่าพวกเราเดินมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว?

อย่างไรก็ดี ยังไงเสียฮ็อบบ์สก็คือคู่ปรับของดอม จอห์นสันบอกว่า ?ความสำเร็จของภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ดูน่าสนใจในความคิดของผม และผมก็สนุกไปกับการกำกับของจัสติน ลินในภาพยนตร์ภาคก่อนมาก จัสตินกับผมได้นั่งพูดคุยกันที่บ้านผมอยู่นานหลายชั่วโมง และผมก็เข้าใจถึงไอเดียที่เขามีในจินตนาการของเขา?

?ฮ็อบบ์สเป็นภัยคุกคามที่แตกต่างไปจากศัตรูรายอื่นๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้? จอห์นสันกล่าวต่อ ?เขามีพลังที่แตกต่างออกไป เพราะเขาไม่ได้ทำโดยหวังเงินหรืออำนาจ แต่ฮ็อบบ์สทำหน้าที่ของเขาเพราะหลักการที่เขายึดถือและเพราะมันคืองานของเขา เขาเชื่อว่าถ้าคุณเป็นคนเลว และคุณเป็นพิษร้ายต่อโลกนี้ เขาก็จะเป็นผู้กำจัดพิษร้ายนั้นเอง?

ดอมและทีมของเขาไม่เพียงแต่อยู่ในความสนใจของเจ้าพ่อของริโอ ซึ่งดำเนินงานภายใต้คราบของนักธุรกิจเท่านั้น แต่ยังมีฮ็อบบ์ส ผู้ตั้งใจจะจับพวกเขาไปรับโทษตามกฎหมาย ตามล่าไปพร้อมกันด้วย มันคือส่วนผสมสุดอันตรายที่ขวางทางของดอม, ไบรอัน และมีอาอยู่ ศัตรูร้ายกาจของพวกเขา ไม่ใช่แค่กลุ่มเดียว แต่มีถึงสองกลุ่มที่อยากให้พวกเขาตาย หรือลงเอยด้วยการติดคุก นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่พวกเขาเต็มใจจะเสี่ยงเลย

การต่อสู้ระหว่างดอมกับฮ็อบบ์ส อิงจากการต่อสู้ด้วยร่างกายล้วนๆ แต่กลับทรงพลังมากกว่า มอริทซ์อธิบายว่า ?การต่อสู้ระหว่างดอมกับฮ็อบบ์สคือหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ การออกแบบฉากการต่อสู้ที่คุณมีคู่ปรับที่มีความสูสีกันขนาดนี้ถือเป็นงานยากมาก เราอยากทำให้ฉากนี้ให้ความรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การต่อสู้เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยวินาทีสำคัญของตัวละครที่ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้ดูน่าตื่นเต้นมากขึ้น?

การออกแบบฉากการต่อสู้อันยิ่งใหญ่นี้เป็นฝีมือของผู้ประสานงานสตั๊นต์ ไมก์ กันเธอร์ ซึ่งเคยเป็นผู้ออกแบบงานสตั๊นต์ของภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious กันเธอร์ซึ่งทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ทรอย โรบินสัน, ทาโนไอ รี้ด ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแสดงสตั๊นต์แทนดีเซลและจอห์นสันมานาน ได้วางแผนการต่อสู้ที่ลงเอยด้วยการทำลายฉากโรงงานผลิตรถไปกว่าครึ่ง ดีเซลและจอห์นสันได้ร่วมซ้อมฉากสตั๊นต์นี้อยู่นานหลายอาทิตย์เพื่อปรับแต่งการแสดงให้ดีขึ้น ฉากนี้ที่ใช้เวลาในการถ่ายทำนานกว่าหนึ่งอาทิตย์โดยเป็นการทำงานกับนักแสดงและตัวแสดงแทน ทำให้ทีมแพทย์ประจำกองถ่ายต้องวุ่นวายกับการรักษารอยแผลฉีก ถลอก ช้ำ กล้ามเนื้ออักเสบ และอาการเคล็ดขัดยอกตามข้อ

บัดนี้ ฮ็อบบ์สตามติดดอมและไบรอันไปติดๆ และสองจอมเผ่นมืออาชีพต้องหนีออกจากริโอ ให้เร็วที่สุด ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องพึ่งเพื่อนๆ ที่มีความสามารถที่พวกเขาได้ผูกมิตรไว้ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อลงมือปล้นในแบบที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ว่าแต่หนทางไหนล่ะที่จะเป็นหนทางง่ายที่สุดที่จะระดมตัวผู้เชี่ยวชาญในการปล้นแถวหน้าของโลกมาอยู่ด้วยกัน เพื่อให้พวกเขาสามารถทำลายอาณาจักรของเจ้าพ่อค้ายาลงได้ คำตอบคือการแบ่งเงินจำนวน $100 ล้านยังไงล่ะ

เพื่อปฏิบัติการที่จะต้องเป็นเรื่องกระฉ่อนแห่งศตวรรษ สมาชิกแต่ละคนของทีมจะต้องทำหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญของตัวเองในระดับ สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่เครื่องไม้เครื่องมือและทีมอาวุธที่ไม่สติแตกภายใต้แรงกดดัน จนถึงคนที่ไม่กลัวว่าจะพินาศ และผู้หญิงที่สามารถปรับตัวเข้ากับทุกสถานะ คนเหล่านี้ที่ถูกรวบรวมมาอยู่ด้วยกัน จะต้องปล่อยฝีมือแบบสุดกำลังเพื่อช่วยให้สองนักซิ่งส์ล้มคนที่ทรงอำนาจที่ สุดในริโอลงได้

————————————–


ไทรีส กิ๊บสัน รับบทเป็น โรมัน เพียร์ซ

ไทรีส กิ๊บสัน ดีใจอย่างมากเมื่อได้รับโทรศัพท์ติดต่อให้เขากลับไปรับบทเป็นตัวละครจากภาพยนตร์ 2 Fast 2 Furious อย่าง โรมัน เพียร์ซ จอมเลือดร้อน โรมันคือเพื่อนสมัยเด็กของไบรอัน และยังเป็นอาชญากรที่ประสบความสำเร็จ แถมยังเป็นพวกคลั่งความเร็วและรถซิ่งส์สุดจ๊าบ ขณะที่ทุกคนเดินหน้าเตรียมงานถ่ายทำ ข้อเรียกร้องเพียงอย่างเดียวที่กิ๊บสันขอจากทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ โรมันจะต้องยังเป็นพวกหัวกบฎอยู่เหมือนเดิม

กิ๊บสัน ซึ่งประเดิมงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์ของผู้กำกับ จอห์น ซิงเกิลตัน เรื่อง Baby Boy และตามติดมาด้วยบทบาทใน 2 Fast 2 Furious ซึ่งมีซิงเกิลตันเป็นผู้กำกับเช่นกัน กลับมารับบทนี้ โดยรู้ดีว่าเขาจะต้องถ่ายทำภาพยนตร์ภาคที่ 3 Transformers: Dark of the Moon ซึ่งเขารับบทเป็นจ่าเอ็ปส์ไปพร้อมๆ กัน ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องถ่ายทำในโลเกชั่นที่ห่างไกลกันมาก และด้วยการประสานงานอย่างใกล้ชิด กิ๊บสันต้องขึ้นเครื่องบินเดินทางไปกลับระหว่างกองถ่ายของ ไมเคิล เบย์ และของ จัสติน ลิน โดยเป็นโลเกชั่นสุดร้อนในเปอร์โตริโก้ หรือไม่ก็ต้องไปถ่ายทำตอนกลางคืนที่หนาวถึงกระดูกในแอตแลนต้า

เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เขาเคยไปอยู่ไมอามี่ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง 2 Fast กิ๊บสันก็ตั้งตารอที่จะได้กลับมาร่วมงานกับวอล์กเกอร์อีกครั้ง และเขาก็ตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานกับลินที่เคยกำกับเขาในภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Annapolis ซึ่งเขาร่วมแสดงกับบรูว์สเตอร์ด้วย กิ๊บสันให้ความเห็นไว้ว่า ?ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ จัสติน ลิน อยู่แล้ว เขาเป็นคนมีเสน่ห์ที่มีภารกิจคิดอยู่ในหัวสมองอยู่ตลอดเวลา ผมมีความสุขมากที่เขารวมผมเอาไว้ในภารกิจของเขาด้วย?

—————————————


คริส ลูดาคริส บริดเจส รับบทเป็น เทจ

นักแสดงอีกคนจาก 2 Fast ก็คือ คริส ลูดาคริส บริดเจส ที่กลับมารับบท เทจ ผู้จัดการซิ่งส์แบบผิดกฎหมายบนท้องถนน ผู้มีความสามารถในการลอกแบบอุปกรณ์ที่ทำให้เขากลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้คลั่งไคล้การแต่งรถของไมอามี่ที่ต้องการปรับแต่งรถของตัวเอง ตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์ 2 Fast ในปี 2003 ลูดาคริสยังมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะนักร้องแร๊พเปอร์ที่เพิ่งเริ่มต้นหันมาเอาดีกับงานแสดง หลายปีต่อมา เขายังคงมีผลงานติดชาร์ตเพลง และยังสร้างความประทับใจให้คนดูครั้งแล้วครั้งเล่าในภาพยนตร์อย่าง Crash, Hustle & Flow และเมื่อเร็วๆ นี้ ก็คือ No Strings Attached ซึ่งเขาร่วมแสดงกับ แอชตัน คุทเชอร์ และนาตาลี พอร์ตแมน

ถึงจะยังติดภารกิจต้องทัวร์คอนเสิร์ตในอเมริกา แต่ลูดาคริสก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในบทต่อไปของภาพยนตร์ชุดนี้ ?ผมสามารถพูดได้เลยว่า ผมเอาด้วย เมื่อตอนที่ผมได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้ และรู้ว่าใครจะกลับมาบ้าง? บริดเจสบอก ?เราเคยสนุกกันมากตอนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนั้น จนผมแทบรู้สึกผิดที่ได้รับค่าจ้างและได้ทำงานอย่างสนุกสนานไปด้วยในเวลาเดียวกัน ผมชอบทำงานกับคนเก่งๆ และผมก็ชอบแสดงภาพยนตร์ที่มีบทภาพยนตร์ดีๆ ที่ผมรู้ว่าจะต้องกลายมาเป็นภาพยนตร์ที่ดีอย่างแน่นอน?

—————————————–


แม็ทท์ ชูลซ์ รับบทเป็น วินเซนต์

นักแสดงชาย แม็ทท์ ชูลซ์ กลับมารับบท วินซ์ เพื่อนซี้วัยเด็กของดอม ที่เคยกล่าวโทษว่าไบรอันเป็นตำรวจใน The Fast and the Furious กลับกลายเป็นว่านับแต่ออกจากสหรัฐฯ ไป วินซ์ไปชีวิตอยู่ในย่านสลัมของรีโอกับภรรยาและลูกๆ ของเขา โดยเขารับทำงานในยามที่ทำได้ให้กับเจ้าพ่อในย่านนั้น

เมื่อได้รับการติดต่อให้กลับมารับบท วินซ์ ชูลซ์ตั้งตารอที่จะได้พบเพื่อนเก่าๆ และได้กลับมารับบทนี้ด้วย ดีเซลเองก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นเส้นทางของเรื่องนี้ถูกแสดงออกมา ?สำหรับพวกเราทุกคนที่รักภาพยนตร์ภาคแรก การได้พบวินซ์อีกครั้ง? และได้เห็นมิตรภาพและความผูกพันที่เป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ภาคแรก ได้ถูกแสดงออกมาอีกครั้งใน Fast & Furious 5 ช่างเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยิ่งนัก? ชูลซ์บอก

สำหรับทุกคนแล้ว ยังมีเรื่องที่ต้องสะสางในชีวิตของวินซ์ เมื่อห่างเหินไปจากครอบครัวและเพื่อนๆ นานเกือบหนึ่งทศวรรษ ความตึงเครียดเอ่อล้นเมื่อวินซ์เผชิญหน้ากับไบรอันและมีอา…ติดตามมาด้วยการเผชิญหน้ากับดอม ผู้เปรียบเสมือนพี่ชายที่เป็นคนขับไล่เขาไป ชูลซ์เล่าว่า ?พวกเราส่วนใหญ่ยังอายุน้อยอยู่ และเพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตเท่านั้นในภาพยนตร์ภาคแรก นั่นคือเหตุผลที่เราได้พัฒนามิตรภาพที่เหนียวแน่นในเวลานั้น ดีมากเลยนะที่ได้กลับมาและได้เห็นว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะทำตัวกลมกลืนไปกับจังหวะนั้นอีกครั้ง วินกับผมมีฉากที่ตึงเครียดอยู่หลายฉากด้วยกัน และเราสามารถแสดงฉากเหล่านั้นโดยไม่มีความเห็นแก่ตัวเลย?

——————————————-


ซุง กัง รับบทเป็น ฮาน

ฮาน ซึ่งที่เยือกเย็นและมีสติ คือนักแข่งรถที่ใช้ชีวิตเหมือนทุกวันคือวันสุดท้ายในชีวิตของเขา ฮาน ขาซิ่งส์ที่ถนัดการดริฟท์ ซึ่งเคยรับบทโดย ซุงกัง คือตัวละครอีกตัวหนึ่งที่จะกลับคืนจอ และยังเป็นตัวละครโปรดอีกตัวของแฟนๆ ที่ทางทีมผู้สร้าง นำตัวเขากลับมาเพื่อให้คนดูมีโอกาสได้เห็นความเป็นมาของตัวละครตัวนี้ใน Fast & Furious และ Fast & Furious 5 น่าเสียดายที่ฮานต้องเสียชีวิตไปใน Tokyo Drift ซึ่งเป็นภาพยนตร์ภาคที่แตกแขนงไปจากโครงเรื่องหลักที่ได้เริ่มต้นเรื่องราวทุกอย่างเอาไว้

ถึงแม้แผนการอันโลดโผนที่จะขโมยเงินหลายล้านจากเจ้าพ่อค้ายาตัวแสบ จะยั่วยวนใจนัก แต่ฮานตัดสินใจร่วมมือกับดอม เพื่อนเก่าของเขา กังอธิบายว่า ?ดอมเป็นเสมือนที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ของฮาน เขารู้ดีว่าฮานยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อเขา มันเป็นบทเรียนสำคัญที่ดอมเคยสอนเขา นั่นคือสิ่งที่ทำให้พี่น้องกลุ่มนี้ดูมีความน่าสนใจ แต่อย่าเข้าใจผมผิดนะ ในส่วนของฮานได้มีการคำนวณเอาไว้แล้ว ถ้าคุณคิดจะปล้นให้สำเร็จ ฮานคือคนแรกที่จะทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างถูกลงมืออย่างถูกต้องและจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บด้วย?

 

——————————————-


กัล อาด็อท รับบทเป็น จิเซล

มีอาไม่ใช่ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ได้เข้าร่วมทีมปล้นกับเขาด้วย นักแสดงหญิงชาวอิสราเอล กัล กาด็อท ซึ่งเคยประเดิมงานแสดงเรื่องแรกใน Fast & Furious ในบทจิเซล หนึ่งในแก๊งค์ของบราก้า พ่อค้ายา ที่ยอมทิ้งบราก้าไปเพื่อช่วยดอม กลับมาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

กาด็อทรู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสได้กลับมารับบท จิเซล อีกครั้ง เธอเคยสนุกกับการทำงานกับลินและดีเซลอย่างมาก และรู้สึกประหลาดใจที่ จิเซล กลับมาทำงานกับดอม ในภาคใหม่ล่าสุดนี้ด้วย ที่สำคัญไปกว่านั้น เธอรู้สึกดีใจที่ได้เห็น จิเซล ยังคงรักษาความเฮี้ยวของตัวเองเอาไว้ และยังคงเก่งกาจเหมือนเดิม กาด็อทกล่าวว่า ?ฉันชอบจิเซลมากเลย เธอทั้งทรหดอดทนและไม่กลัวอะไร เธอคือหนึ่งในคนที่สนุกกับการลุย แต่ยังคงความเป็นหญิงในตัวเอาไว้ บอกตามตรงนะ ฉันบอกได้เลยว่าเรามีความคล้ายคลึงกันในแง่นั้น ฉันสนุกกับการได้ลุย และยังคงพยายามลองสิ่งใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ?

ส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวเพื่อมารับบทนี้ของกาด็อทใน Fast & Furious ก็คือ เธอต้องขับรถปอร์เช่ เคย์แมนให้คล่องแคล่ว แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ กาด็อทต้องใส่หมวกกันน็อคและหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ดูคาตี้แทน ตัวกาด็อทนั้นรู้สึกคุ้นเคยกับการขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว เธอจึงรู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ลองขับขี่รถมอเตอร์ไซค์โมเดลหรูยี่ห้อนี้ เธออธิบายว่า ?ฉันเคยขี่มอเตอร์ไซค์มาก่อนแล้ว แต่ไม่ใช่รถมอเตอร์ไซค์ในแบบนี้ รถดูคาตี้ทั้งใหญ่และหนักมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นรถที่สวยมากเลย?

 

—————————————–


ดอน โอมาร์ รับบทเป็น ซานโตส


เทโก้ คัลเดอรอน รับบทเป็น ลีโอ

ศิลปินเรกเกตันที่ดังระดับซูเปอร์สตาร์อย่าง ดอน โอมาร์ และเทโก้ คัลเดอรอน ได้เข้ามาร่วมงานกับภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้ครั้งแรกก็เมื่อตอนพวกเขาทำซาวน์แทร็คให้กับภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Drift ดีเซลที่เป็นแฟนเพลงแนวนี้ (ซึ่งเป็นการผสมรวมระหว่างเพลงแนวจาไมก้าแดนซ์ฮอล, เรกเก้ และฮิพฮอพแบบละติน) เป็นคนที่แนะนำให้ลินและมอริทซ์รู้จักกับศิลปินคู่นี้ เมื่อตอนที่มีการวางแผนงานซาวน์แทร็ค โอมาร์และคัลเดอรอนเป็นผู้ร้องเพลง ?Los Bandoleros? และโอมาร์ยังเป็นคนเพิ่มซิงเกิลอย่าง ?Conteo? ลงไปในซาวน์แทร็คชุดนี้ด้วย

การที่พวกเขามาร่วมแสดงในบทสมาชิกทีมปล้นชาวโดมินิแกนของดอมในภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious เป็นความคิดของดีเซล เพราะดีเซลต้องการจะใส่ความเป็นละตินลงไปในภาพยนตร์ภาคต่อให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ชายสองคนนี้ที่นอกจอก็เป็นเพื่อนกันด้วย ไม่เคยมีประสบการณ์การแสดงมาก่อนเลย แต่พวกเขากลับมีจังหวะในการปล่อยมุขตลกได้อย่างเป็นธรรมชาติที่โดดเด้งออกมาจากจอ? การปะทะวาจากันอย่างอารมณ์ดีของทั้งคู่ ทำให้เกิดฉากที่น่าประทับใจ และยังสร้างชื่อเสียงให้ทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักดนตรีที่มีผลงานเพลงติดท็อปชาร์ทเท่านั้น แต่ยังเป็นคู่หูนักแสดงที่มีฐานแฟนๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ?มันตลกดีออก? คัลเดอรอน ซึ่งรับบทเป็น ลีโอ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ บอก ?คนที่อยู่ตามสนามบินมักจะเดินเข้ามาหาผม แต่พวกเขาไม่ได้พูดถึงเพลงของผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมคาดว่าจะเจอ พวกเขาคิดว่าผมเป็นนักแสดง และผมก็คิดว่า ?ฉันไม่ใช่นักแสดงนะ ฉันทำเพลง? แต่ถึงยังไงมันก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์แฟรนไชส์เรื่องนี้อีกครั้ง?

การคืนกลับมาของพวกเขาในบทที่ถูกขยายเพิ่มออกไปใน Fast & Furious 5? คือสิ่งที่พวกเขาตั้งคู่ตั้งตารอให้เกิดขึ้น โอมาร์ ซึ่งรับบทเป็นซานโตส กล่าวว่า ?ผมรู้สึกถึงความเร้าใจในตัวละครตัวนี้ นับแต่วันแรกที่ผมได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมคิดว่า ?ฉันเล่นได้แน่? แฟนเพลงของผมชอบซานโตสใน Fast & Furious มาก พวกเขารู้จักผมดี และบอกได้ว่าผมสนุกกับบทนี้อย่างมาก?

—————————————


เอลซ่า พาทากี้ รับบทเป็น เอลีน่า

หนึ่งในนักแสดงที่เสริมเพิ่มเติมเข้ามา ก็คือ นักแสดงหญิงชาวสเปน เอลซ่า พาทากี้ ซึ่งได้รับเลือกให้มารับบท เอลีน่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชาวรีโอที่ฮ็อบบ์ส เลือกให้มาช่วยตามล่าตัวดอม ขณะที่เธอเก็บประวัติของดอม เธอพบว่าเธอตกหลุมรักชายคนนี้ที่ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่ทุกคนเชื่อกัน อันที่จริง เอลีน่าค่อยๆ กลายเป็นพวกเดียวกับเขาไปอย่างช้าๆ ด้วยซ้ำ

ถึงแม้จะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ชุดนี้อีกต่อไป แต่เล็ทตี้ ซึ่งเคยรับบทโดยสาวเฮี้ยวสุดเซ็กซี่อย่าง มิเชลล์ ร็อดริเกซ ก็คือตัวละครที่ยังคงถูกพูดถึงอยู่ในภาพยนตร์ภาคนี้ หลังจากการตายของเธอใน Fast & Furious ดอมยังคงรักเธอและยังคงสวมสร้อยคอของเล็ทตี้เอาไว้ แต่เมื่อกลับมารวมตัวกับครอบครัวอีกครั้ง ดอมค่อยๆ ทำใจได้ นี่คือช่วงจังหวะที่เขาได้พบกับเอลีน่า หญิงสาวสวย ทรหดอดทน และมุ่งมั่น อย่างไม่คาดคิด เอลีน่าเป็นอีกคนที่ยังคงติดอยู่กับการสูญเสียในอดีตของเธอ

พาทากี้ใช้เวลาส่วนใหญ่บนจอของเธอร่วมกับดีเซล หรือไม่ก็จอห์นสัน ถึงแม้จะไม่ได้ขับรถซิ่งส์กับเขา แต่เธอก็สนุกกับทุกนาที การเตรียมตัวเพื่อมารับบทเป็นตำรวจ? ทำให้เธอต้องผ่านการฝึกด้านแท็คติคกับที่ปรึกษาด้านเทคนิคทหารและตำรวจ อาร์แมนโด เอเกอร์โรล่า หลายวันด้วยกัน โดยพาทากี้ต้องทำให้ตัวเองคุ้นเคยกับการใช้อาวุธอย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์

?ส่วนที่ดีที่สุดของการเป็นนักแสดงก็คือการกลายเป็นตัวละครที่แตกต่างกันไป และการเตรียมตัว และการฝึกที่คุณต้องทำเพื่อตัวละครตัวนั้น? พาทากี้บอก ?ฉันตั้งตารอที่จะได้ฝึกกับอาร์แมนโดนานสองวัน ฉันคุ้นเคยกับปืนดีแล้ว แต่การได้เรียนรู้มากขึ้น เช่นเรื่องของการก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง จะวิ่งยังไงโดยถืออาวุธปืนไปด้วย และจะหยุดและเปลี่ยนแม็กกาซีนยังไง มันน่าทึ่งมากเลย?

——————————————-

 


วาคีม เดอ อัลไมด้า รับบทเป็น รีเยส

ผู้ร้ายของ Fast & Furious 5? ก็คือรีเยส นักธุรกิจระดับโลกที่ลักษณะภายนอกที่ดูสุภาพ มีมารยาท ได้แอบซ่อนความเฉียบคมของเจ้าพ่อค้ายาผู้มีประสบการณ์และอำมหิต ที่ควบคุมเมืองนี้ด้วยกฎเหล็ก วาคีม เดอ อัลไมด้า นักแสดงชาวโปรตุเกส คือนักแสดงที่มีความสามารถที่มีทั้งความเท่และมารยาทอันงดงาม และน้ำเสียงทุ้มลึกที่ตรงตามบรรทัดฐาน แต่นักแสดงผู้นี้ที่เคยเล่นบทผู้ร้ายมาก่อน (อย่างเช่นในภาพยนตร์แอ็กชั่นอย่าง Clear and Present Danger และ Desperado) ไม่ได้สนใจที่จะกลับมารับบทผู้ร้ายแบบนี้นักจนกระทั่งเขาได้พูดคุยกับลิน ผู้กำกับลินทำให้เดอ อัลไมด้าต้องเปลี่ยนใจด้วยมุมมองใหม่ที่มีต่อเจ้าพ่อค้ายาจอมเจ้าเล่ห์รายนี้ เดอ อัลไมด้าเล่าว่า ?จัสตินให้ความใส่ใจแม้รายละเอียดที่เล็กมาก เขาหาจังหวะเวลาที่จะทำให้มันถูกต้อง มันดีมากเพราะในภาพยนตร์แบบเรื่องนี้ ผู้กำกับหลายคนมักจะหลุดความสนใจไปจากตัวนักแสดง เมื่อมีรถเยอะๆ และฉากแอ็กชั่นมากๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่จัสตินไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย?

——————————————