เบื้องหลังฉากปล้นตู้นิรภัยสุดเทพ และฉากซิ่งส์ไล่บี้ FAST & FURIOUS 5

Home / ข่าวหนัง, หนังฮอลลีวูด / เบื้องหลังฉากปล้นตู้นิรภัยสุดเทพ และฉากซิ่งส์ไล่บี้ FAST & FURIOUS 5

**** เตือนเตือน ข่าวนี้ เหมาะสำหรับคนที่ได้ไปดูหนังแล้วเท่านั้น หากยังไม่ได้ดู? อย่าเพิ่งลงไปดูคลิป หรืออ่านข่าว ไปดูในโรงให้ตื่นตา แล้วค่อยมาทึ่งกับเบื้องหลังการถ่ายทำ

ดูเหมือนฉากแอ็กชั่นของภาพยนตร์ชุดนี้จะบู๊สะบั้นหั่นแหลกตลอด มอร์แกนจึงผลักดันขอบเขตของสิ่งที่เป็นไปได้ (และถ่ายทำได้) เมื่อเขาลงมือเขียนบท อย่างไรก็ดี เขามักจะนึกอยู่ในใจเสมอถึงความต้องการของลินที่อยากถ่ายทำของจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การปล้นตู้นิรภัยคือไอเดียที่เขาคิดเอาไว้มาตั้งแต่แรกเริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่อง Fast & Furious แล้ว แต่เนื้อเรื่องมันไม่เข้ากับรูปแบบที่เขาจินตนาการถึงฉากนี้เอาไว้ ดังนั้น มอร์แกนจึงเก็บมันเอาไว้จนกระทั่ง Fast & Furious 5? มาถึง

เพื่อให้แน่ใจว่าจะต้องมีฉากแอ็กชั่นที่ทำให้คนดูอึ้งทึ่งไปเลย ทางทีมผู้สร้างจึงเรียกใช้บริการจาก สไปโร ราซาโทส ผู้เคยออกแบบฉากซิ่งส์รถอันสุดระห่ำในภาพยนตร์เรื่อง Death Race และ Vantage Point ให้มากำกับฉากแอ็กชั่นของกองถ่ายย่อยที่ 2 โดยเป็นการทำงานร่วมกับผู้ประสานงานสตั๊นต์ แจ็ค กิลล์

ราซาโทสกับกิลล์ประทับใจกับสิ่งที่พวกเขาได้เห็นใน Fast & Furious มาก พวกเขาทั้งสองต่างกระตือรือร้นที่จะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานเมื่อทางทีมผู้สร้างติดต่อพวกเขา อย่างไรก็ดี สองสตั๊นต์แมนที่มีประสบการณ์ต่างรู้สึกเหมือนมีชัยชนะเมื่อลินอธิบายถึงเรื่องราวในฉากที่มีการปล้นในห้องนิรภัย สองคู่หูที่ชอบเผชิญความท้าทายอยู่เสมอ ปิ๊งส์กับไอเดียนี้ทันที

พวกเขาเริ่มต้นงานด้วยการทดสอบทุกแง่มุมว่าตู้นิรภัยสามารถทำอะไรได้บ้าง ที่วุ่นวายพอๆ กับฉากนี้ ก็คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตู้นิรภัยจะต้องอยู่ในจังหวะที่ตรงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างดอมและไบรอัน ขณะที่พวกเขาขับรถไปตามถนนของริโอ

วิธีการของราซาโทสก็คือการใช้รถที่ติดตั้งกล้องที่เคยถูกใช้ในภาพยนตร์ภาคก่อนๆ อย่างเช่น เครนกล้องที่ติดเอาไว้บนหลังคารถปอร์เช่ คาเยนน์ วิธีนี้ทำให้เขาได้มุมกล้องอันน่าตื่นตาเพื่อจับภาพทุกอย่างที่เขาต้องการเอาไว้ได้ และยังทำให้เขาโยกย้ายมุมสูงหรือต่ำได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

กล้องซูบี้ ซึ่งเป็นรถซูบารุ เอสทีไอ ที่ถูกปรับแต่งโดยมีการติดตั้งลูกกรงเหล็กขึ้นรอบๆ รถ (ซึ่งทำให้สามารถติดตั้งกล้องเพิ่มได้) ทำให้ได้ชอตสวยๆ จากตำแหน่งกล้องที่ติดตั้งเอาไว้อย่างหลากหลาย มีอยู่หลายครั้งที่นักขับรถสตั๊นต์ อัลเลน พาเดลฟอร์ด อยู่ใกล้จุดที่กล้องซูบี้และท่อเชื่อมติดกันไว้ โชคดีที่มันทำให้ได้ภาพฟุตเตจที่ล้ำค่าที่คุ้มค่ากับการเสี่ยง

เครื่องมือสร้างสรรค์อีกชิ้นหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อจับภาพแอ็กชั่นที่มีความหลากหลายก็คือสิ่งประดิษฐ์ของพาเดลฟอร์ด ชาร์จเจอร์ พ็อด ซึ่งเป็นระบบดูออล-ไดรฟ์ที่ทำให้สามารถถ่ายทำภายในรถที่มีพื้นที่แคบได้ ทำให้สามารถเก็บภาพนักแสดงในขณะที่เขาหรือเธอหักเลี้ยว? 180 องศา หรือกำลังดริฟท์ได้ นี่คือของเล่นชิ้นใหม่ของกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ กล้องดังกล่าวจะถูกติดตั้งเอาไว้บนหลังคารถด็อดจ์ ชาร์จเจอร์ มันเป็นระบบขับเคลื่อนที่ทำให้นักขับสตั๊นต์ โรเบิร์ต นาเกิล สามารถควบคุมการขับ ขณะที่นักแสดงถ่ายฉากของพวกเขาอยู่ในรถด้านล่าง นี่เป็นทางออกอันหลักแหลมที่จะทำให้คนดูได้เข้าไปอยู่ใจกลางฉากแอ็กชั่นที่บดยางจนเสียงดังได้จริงๆ

 

หนึ่งในแง่มุมที่ยากมากขึ้นของการถ่ายทำฉากขับรถไล่รถตู้นิรภัยก็คือ การสร้างรถนิรภัยขึ้นมา 6 เวอร์ชั่นที่ดอมและไบรอันจะต้องไล่ให้ทัน มันเป็นงานระดับยักษ์ที่ทำให้ ราซาโทส, กิลล์ และทีมสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ จะต้องสร้างรถนิรภัยอเนกประสงค์ขึ้นมาหลายคัน รถแต่ละคันจะมีหน้าที่จำเพาะของมัน ไม่ว่าจะเป็นรถที่ทำหน้าที่เป็นฉากด้านหน้า (ซึ่งถูกสร้างและเชื่อมต่อกับด้านหน้าของรถบรรทุก เพื่อถ่ายทำชอตระยะใกล้เมื่อรถตู้นิรภัยทำลายรถไปห้าคัน) หรือทำหน้าที่เป็นรถนิรภัยสตั๊นต์ที่ถูกยึดติดไว้กับสายเคเบิ้ลขนาด 30 ฟุต ที่จะต้องถูกลากไปตามซานฮวนโดยรถด็อดจ์ ชาร์จเจอร์สองคัน ราซาโทสและกิลล์ทำการทดสอบมันด้วยรถหลายคันเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะสามารถทำหน้าที่นี้ได้ โดยไม่มีข้อผิดพลาด รถชาร์จเจอร์ก็คือม้าใช้งานที่ทำให้งานนี้สำเร็จลงได้

รถตู้นิรภัยที่ขับเคลื่อนสี่ล้อและมีความสูง 8 ฟุต บังคับโดยนักขับสตั๊นต์ เฮนรี่ คินกี้ มันถือเป็นเพชรเม็ดงามของงานสร้างรถนิรภัย จนทำให้ทั้งทีมงานและผู้สัญจรผ่านไปมา ที่โชคดีบังเอิญมาเจองานถ่ายทำภาพยนตร์ในฉากนี้ ต้องรู้สึกทึ่ง เมื่อได้เห็นภาพของรถนิรภัยขนาด 4 ตันเร่งความเร็วไปตามถนน คินกี้ ที่สวมชุดควบคุมอุณหภูมิพิเศษเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่สูงกว่า 100 องศาภายในรถคันนั้น เป็นคนขับรถนิรภัยจากพื้นที่ควบคุมไปยังฉากที่เตรียมเอาไว้สำหรับการถ่ายทำในภาคกลางวัน

เช่นเดียวกับใน Fast & Furious และ Tokyo Drift ลินใช้งานวิชวลเอฟเฟ็กต์ เพื่อรักษามาตรฐานสูตรของ Fast ที่ต้องมีฉากแอ็กชั่นใหญ่ๆ เอาไว้ ผู้กำกับลินหันไปร่วมงานกับ วิชวลเอฟเฟ็กต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ ไมก์ วัสเซล อีกครั้ง หลังจากที่วัสเซลเคยทำหน้าที่ปรับแต่งภาพของภาพยนตร์ Fast สองภาคก่อนให้ดีขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าองค์ประกอบของวิชวลเอฟเฟ็กต์จะผสมรวมกับภาพฟุตเตจที่ได้จากการถ่ายทำอย่างไร้รอยต่อ

 

ย่านฮาโต้ รีย์ ซึ่งเป็นย่านชานเมืองของซานฮวน เป็นจุดที่มองเห็นฉากแอ็กชั่นส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น แต่สะพานทีโอโดโร่ มอสโคโซ่ที่มีความยาว 1.5 ไมล์ ซึ่งเป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างซานฮวนกับอิสล่า เวอร์ดี้ ที่อยู่ติดๆ กัน ถูกใช้เพื่อเป็นฉากสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของดอมกับรีเยส ท่าเรือซึ่งตั้งอยู่บนฐานทัพเรือสหรัฐฯ เก่า ที่อยู่นอกเมืองซานฮวนไป 60 ไมล์ ถูกใช้แทนที่สะพานแห่งนี้ในการถ่ายทำฉากแอ็กชั่นหนักๆ ที่รถนิรภัยกระแทกรถตำรวจจนตกลงไปในน้ำ ริโอ พายดราสถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากปล้นและฉากสุ่มโจมตี ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่ได้เห็นภาพรถขับไล่ล่ากัน การยิงปืน และแรงระเบิดที่ถึงกับทำให้หน้าต่างสั่นสะเทือนเกิดขึ้นในย่านนั้น