เมื่อ From Bangkok To Mandalay ไม่เข้าข่าย “หนังไทย” บนเวทีสุพรรณหงส์ ?

Home / bioscope, หนังไทย / เมื่อ From Bangkok To Mandalay ไม่เข้าข่าย “หนังไทย” บนเวทีสุพรรณหงส์ ?
From Bangkok To Mandalay ถึงคน..ไม่คิดถึง พี่ชาย My Hero

ในปัจจุบันที่การสร้างภาพยนตร์สักเรื่องมีความเปิดกว้างมากขึ้น การเห็นหนัง Co-Production ที่เกิดจากการร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทั่วโลก หากปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คือการส่งเป็นตัวแทนชิงรางวัลในเวทีต่างๆ ว่าสุดท้ายแล้วหนังเรื่องนั้นจะมีสถานะเป็นภาพยนตร์จากชาติใดกันแน่?

เช่นเดียวกับกรณีล่าสุด นั่นคือภาพยนตร์ร่วมทุนสร้าง ไทย-เมียนมา From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ ของผู้กำกับ ชาติชาย เกษนัส ที่ในที่สุดเราจะไม่ได้เห็นหนังเรื่องนี้ไปมีบทบาทในเวทีรางวัลสุพรรณหงส์ในต้นปีหน้า เนื่องจากไม่ผ่าน “เกณฑ์การพิจารณานิยาม ‘ภาพยนตร์ไทย'”

From Bangkok to Mandalay 02
From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับ From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’

From Bangkok to Mandalay …กับจดหมายรักจากเมียนมา

แด่ เสนีย์ เสาวพงศ์ แรงบันดาลใจในหนัง From Bangkok to Mandalay

โดย “เกณฑ์การพิจารณานิยาม ‘ภาพยนตร์ไทย'” ถูกแบ่งออกเป็น 10 หัวข้อ ซึ่งพิจารณารอบด้านทั้งที่มาของทุนสร้าง เนื้อหาของหนัง ไปจนถึงภาษาหลักที่ใช้ในภาพยนตร์ เป็นต้น โดยภาพยนตร์ที่ผ่านเกณฑ์พิจารณาต้องมีคะแนนมากกว่า 13 คะแนนขึ้นไป (รายละเอียดในแต่ละหัวข้อตามภาพประกอบด้านล่าง) ยกตัวอย่างกรณีของ ‘พี่ชาย My Hero’ ตัวแทนชิงรางวัลออสการ์ปีที่ผ่านมาของไทย ที่แม้จะเป็นหนังทุนสร้างต่างประเทศเกือบทั้งหมด แต่ด้วยเนื้อหา, ภาษา และนักแสดงหลัก ไปจนถึงทีมงานเบื้องหลังทั้งหมดเป็นคนไทย เป็นต้น

0133

ปัญหาที่เห็นได้ชัดจากเกณฑ์ดังกล่าวคือ การให้น้ำหนักไปที่เนื้อหาและภาษามากอย่างชัดเจน ซึ่งในกรณี ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ ไม่ผ่านในสองหัวข้อสำคัญคือ ภาษา (4 คะแนน) และ นักแสดงหลัก (3 คะแนน) ซึ่งเมื่อรวมคะแนนทั้งหมดแล้วจึงทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ 13 คะแนนไปอย่างฉิวเฉียด

the_rocket
The Rocket (2013)
กรณีศึกษา : เกณฑ์ในการส่งหนังเข้าประกวดรางวัลออสการ์ สาขา “ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม”

แต่ละเวทีการประกวดย่อมมีกฏกติกาที่แตกต่าง ซึ่งบนเวทีการประกวดภาพยนตร์ที่มีกฏกำหนดชัดเจนให้แต่ละชาติมีสิทธิ์ในการส่งหนังเข้าประกวดได้เพียง 14 เรื่องอย่าง ออสการ์ จึงมักจะมีปัญหาในกรณีนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องด้วยคุณสมบัติของหนังที่เข้าประกวดถูกกำหนดไว้แบบกว้างๆ เพียงว่า “เป็นหนังที่ลงทุนนอกอเมริกา และไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก” โดยไม่ได้ระบุว่า “หนังจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนชาติ” นั้นด้วยหรือไม่

ด้วยเกณฑ์การวัดในลักษณะนี้ ทำให้ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักถูกตัดโอกาศไปด้วย จึงทำให้ประเทศที่เข้าข่ายเหล่านี้หาวิธีเลี่ยงเกณฑ์ดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่นประเทศออสเตรเลีย ที่เคยส่ง The Rocket (2013) หนังว่าด้วยครอบครัวชาวลาวที่ถ่ายทำในไทยเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ จนมาถึงตัวอย่างล่าสุด ที่สหราชอาณาจักรส่ง Under The Shadow (2016) หนังสยองขวัญของผู้กำกับชาวอิหร่านและเล่าเรื่องของชาวอิหร่านทั้งหมด (แต่มีผู้สร้างหลักเป็นชาวอังกฤษ) เป็นตัวแทนชิงรางวัลออสการ์ของประเทศแทน

จากกรณีเกณฑ์ของออสการ์ แม้จะมีข้อสงสัยในการจำกัดด้าน “ภาษาอังกฤษ” ซึ่งเป็นภาษาสากลและถูกใช้เป็นภาษาหลักในหลายประเทศ แต่ในทางกลับกันก็ทำให้สิ่งที่กำหนดสัญชาติของหนังนั้นพล่าเลือนลงและมีความลื่นไหลขึ้น สอดคล้องกับวิถีของอุตสาหกรรมหนังโลกในปัจจุบันที่เกิดการสร้างในลักษณะ co-production จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ เมื่อย้อนมาที่กรณีของ From Bangkok to Mandalay ‘ถึงคน..ไม่คิดถึง’ กฏเกณฑ์ที่ใช้กำหนดความเป็น “หนังไทย” ไว้อย่างตายตัว จะยังคงเหมาะสมในการใช้กำหนดภาพยนตร์ที่มีความลื่นไหลสูงในปัจจุบันหรือไม่? ก็ควรเป็นสิ่งที่คนในวงการภาพยนตร์ หรือแม้แต่ผู้ชมทั่วไปจะมาคิดใคร่ควรถึงมันต่อไปเช่นกัน

ติดตามข่าวสารและเทรนด์หนังจากทั่วทุกมุมโลกได้ที่ facebook : BIOSCOPE Magazine

BANNER176