ดูหนังไทย ไอเดียคนไทย สร้างความเป็นไทย สู่สายตาต่างชาติ

Home / หนังไทย / ดูหนังไทย ไอเดียคนไทย สร้างความเป็นไทย สู่สายตาต่างชาติ

ถึงแม้หนังไทยในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมากกว่าในสมัยก่อน แต่ก็ยังถือว่ายังแคบมากๆ ถ้าเทียบกับหนังต่างชาติ โดยเห็นได้ชัดจากหนังของฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาตีตลาดในแถบเอเชีย แล้วสามารถกวาดรายได้อย่างมาก ทำให้พฤติกรรมการเสพหนังในบ้านเราค่อนข้างเอนเอียงไปทางต่างชาติ

คำถามคือ “แล้วเรายังดูหนังไทยกันอยู่ไหม?” เนื่องจากเวทีนี้มีตัวเลือกที่มากขึ้น คุณภาพการลงทุนที่ต่างกัน หรือบ้างก็ว่าเพราะเนื้อหาไม่น่าดึงดูด เราจึงจะเห็นได้ว่ามีการเรียกร้อง อีกทั้งยังรณรงค์ให้สนับสนุนหนังไทยเป็นระยะๆ ซึ่งนั่นถือเป็นปัญหาใหญ่กับวงการหนังไทยเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสามารถของผู้กำกับ และความทันสมัยของเทคโนโลยี ที่สู้หนังฟอร์มยักจากฝั่งอินเตอร์ไม่ได้แล้ว คนไทยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่เปิดใจยอมรับเช่นกัน และวันนี้เราจะมาสัมภาษณ์ 4 ผู้กำกับรุ่นใหญ่ ที่สร้างความโดดให้กับหนังไทยจนเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ เอกชัยเอื้อ ครองธรรม ผลงาน Pleasure Factory, The Coffin, The wedding game, เคว้ง | บรรจง ปิสัญธนะกูล ผลงาน ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ , กวน มึน โฮ, พี่มากพระโขนง, แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว | วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์และนักเขียนบท | ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผลงาน กระสือสยาม, ฝัน หวาน อาย จูบ, ต้มยำกุ้ง, องค์บาก ที่สร้างผลงานหนังไทยน่าจดจำกับคนไทยกันมาแล้ว ว่ามีความรู้สึกยังไงกันบ้างเลยดีกว่า

หนังไทยในยุคที่ผู้กำกับเติบโตเป็นยังไงบ้าง?

เอกชัยเอื้อ ครองธรรม : ผมว่าตั้งเเต่เด็กๆ น่าจะ 5-6 ขวบมั้ง ผมว่าสมัยก่อนโอกาสที่จะได้ดูหนังไทยคือพอปีใหม่ จะมีหนังไทยใหญ่ๆ เเม่ก็จะพาไปดู

บรรจง ปิสัญธนะกูล : เป็นเหมือนวัฒนธรรมป๊อปมากๆ มั้งครับ เเล้วก็เด็กๆ เราก็รู้สึกว่าเห้ยมันสนุกวะ เเล้วสมัยก่อนมันไม่มีอินเตอร์เน็ตเลยใช่ไหม พอดู 2499 ก็รู้สึกว่า โอ้โหนี่มันหนังไทยหรอ ใช้คำนี้เลย เห็นตัวอย่างปุ๊บก็รู้สึกเเบบเท่มากๆ เเล้วก็รู้สึกเเบบคลั่งไคล้เลยว่าเเบบอยากดูหนังเรื่องนี้ 

ปรัชญา ปิ่นแก้ว : มันยิ่งใหญ่นะ มันรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราเเตะต้องไม่ถึงอะ มันเป็นความบันเทิง ทั้งความรู้สึกที่มันพิเศษ 

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง : รู้สึกว่าภาพมันใหญ่มาก ภาพขนาดยักษ์ ประสบการณ์ของการเข้าไปอยู่ในที่มืดๆ ปิดไฟ เเล้วก็ฉายภาพออกมาให้เราเห็น มันทำให้รู้สึกความมหัศจรรย์สำหรับเด็กตัวเล็กๆ 

คิดว่าเสน่ห์หนังไทยในปัจจุบันยังเหมือนเดิมอยู่มั้ย?

เอกชัยเอื้อ ครองธรรม : ภาพยนตร์คือศิลปะ ศิลปะจะต้องเปลี่ยนตลอดเวลา คือการตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้น 

ปรัชญา ปิ่นแก้ว : หนังช่วยตอบโจทย์ของเเต่ละสมัย เมื่อจิตวิญญาณของเเต่ละสมัยมันเปลี่ยนไป บริบทต่างๆ หรือความรู้สึกต่างๆ สิ่งนัยยะต่างๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยน เพราะสื่อคนละยุคกัน 

บรรจง ปิสัญธนะกูล : อย่างหนังรักจะไม่ค่อยมีทิศทาง เเละกลายเป็นว่าสมัยนี้หนังรัก หนังตลกเป็นอะไรที่เปิดกว้างมาก และก็มีหลากหลายขึ้นบ้าง เเต่สักพักเราก็จะเริ่มรู้สึกถึงอะไรเริ่มเดิมๆ 

เมื่อคนไทยดูหนังไทยน้อยลง?

เอกชัยเอื้อ ครองธรรม : คือเราก็โทษคนดูไม่ได้นะ เพราะว่าคนดูก็มีตัวเลือกเยอะ ซึ่งจะดูหรือไม่ดูหนัง ไม่ได้เกี่ยวกับว่าหนังมาจากประเทศไหน เพราะคนดูก็ต้องหาตัวเลือก ที่ตอบโจทย์ สิ่งที่อยากได้จากการดูภาพยนตร์มากที่สุดเหมือนกัน

บรรจง ปิสัญธนะกูล : รู้สึกว่าคนไทยอยากดูหนังไทยนะ เเต่ที่ลดลงก็เพราะว่า อาจจะยังไม่มีหนังที่อยากดูเเค่นั้นเอง ไม่ตอบโจทย์ และมันไม่ใช่หน้าที่ว่าเป็นคนไทยต้องดูหนังไทยนะ แต่ เป็นหน้าที่คนทํามากกว่า ที่จะต้องทําให้เราเเข็งเเรงพอ ให้ดีเพียงพอโดยที่ไม่ต้องใช้เงินทุนมาก เเต่ต้องคิดเยอะ ต้องดึงสิ่งทีเราเชื่อว่ามันพิเศษ มันใหม่ เเล้วก็คนไทยอยากดูอะไรมากกว่า และก็ยังเชื่อในพลังของหนังไทยว่า ถ้าคิดเเล้วมันโดนจริงๆ มันเเปลว่าเป็นหนังของคนไทย ที่สร้างโดยคนไทย มันจะเข้าถึงความคิดจิตวิญญาณเเบบไทยๆ

ปรัชญา ปิ่นแก้ว : การทำหนังหนึ่งเรื่องอะมันต้องทำให้สำเร็จก่อนสองอย่าง อย่างที่หนึ่งคือทำให้มันสนุก อย่างที่สองคือจับเรื่องที่น่าดูที่น่าสนใจ และคิดว่าอย่างที่สองสำคัญกว่าด้วยซํ้า 

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง : ส่วนตัวผมก็ยังคิดเเบบโง่ๆ เหมือนสมัยเเรกๆ ที่ทำหนังก็คือ ทุ่มให้มันเหมือนหนังเรื่องสุดท้าย ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงเราตอบไม่ได้จริงๆ 

สถานการณ์หนังไทยในปัจจุบัน

แต่ทั้งนี้วิธีที่จะสามารถ ทำให้วงการหนังไทยมีการพัฒนาขึ้น ก็ควรจะเริ่มสนับสนุนหนังที่ดีๆ ที่สำคัญที่สุดก็คือผู้จัดต้องมีการโปรโมทหนังของตัวเองที่ดีพอ ให้เป็นที่รู้จักแก่คอหนังทั่วประเทศ เพราะสุดท้ายแล้วใครจะดูหนังไทยได้สนุกไปมากกว่าคนไทยด้วยกันเอง

และในปี 2020 นี้ เราคาดหวังว่าคนไทยจะดูภาพยนตร์ไทยกันมากขึ้น เนื่องจากภาพรวมที่ผ่านมาในปี 2017-2019 ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งในปีนี้ ค่ายผลิตหนังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จีดีเอช 559 สหมงคลฟิล์ม เอ็ม พิคเจอร์ส และอีกมากมาย ต่างเตรียมส่งหนังคุณภาพหลากหลายอารมณ์ ทั้งโรแมนติก สยองขวัญ คอมเมดี้ แอคชั่น และดราม่า เข้าสู่ตลาดเพื่อรองรับกลุ่มผู้ชมที่หลากหลาย จะเห็นได้ว่าหนังไทยได้พัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่ผ่านมาหลังจากใช้เวลาเพียงสองเดือน ก็ได้มีหนังไทยทำเงินเกิน 30 ล้านบาทถึงสองเรื่อง

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ โครงการ Content Thailand จากกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้มีการสนับสนุนผลงานคนไทย พร้อมนำทัพอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยไปโรดโชว์ เช่น ตลาดภาพยนตร์ ผลงานแอนิเมชั่น ในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง